
จุลศักราช
1230
ปีมะโรงสัมฤทธิศก
ปลายแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งนั้นเกิดสุริยคราสเต็มดวง
ร่ำลือกันว่าเป็นอาเพศอันใหญ่หลวง
หลังจากนั้นไม่นานสยามประเทศก็พลัดแผ่นดินสู่รัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง
ที่ตำบลพระโขนง
ผัวเมียคู่หนึ่งยืนร่ำลากันที่ศาลาด้วยความอาลัย
นายมาก
ผู้ผัวถูกบาดหมายเกณฑ์เลขไพร่ไปเป็นทหารที่บางกอก
ฝ่ายเมีย
คือ
นางนาก
ขณะนั้นกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ
การลาจากครั้งนี้สร้างความโทมนัสแก่สองผัวเมียยิ่งนัก
ด้วยมิรู้ว่าจะได้กลับมาพบกันอีก
นางนากเอาแต่ร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตาย
ในยามที่เรือของผัวลับคุ้งน้ำไป
นายมาก
ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามปราบฮ่อ
ณ
สมรภูมิอันกันดาร
ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จึงถูกส่งตัวไปรักษากับ
สมเด็จพุฒาจารย์โตที่วัดระฆัง
นางนากไม่ได้ข่าวคราวผัวเลยตั้งแต่จากกันไป
ได้แต่เพียรมายืนรอผัวที่ศาลาท่าน้ำแห่งนั้นทุกเมื่อเชื่อวัน
ขณะที่ครรภ์ของนางก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
จนล่วงเข้าเดือนที่
9
นางนากเจ็บท้องจะคลอดลูก
ทิดอ่ำ
ผู้เป็นเกลอ
นายมาก
เป็นธุระตาม
ยายเอิบ
หมอตำแยมาทำคลอด
แต่ลูกในท้องก็หายอมออกมาไม่
นางนากเบ่งลูกด้วยความเจ็บปวดจนในที่สุดก็ขาดใจตายไปทั้งแม่และลูก
ฝ่าย
นายมาก
เมื่อบาดแผลหายดีแล้วก็ให้เป็นห่วงเมีย
จึงอำลา
สมเด็จโต
กลับบ้านที่พระโขนงระหว่างทาง
นายมากให้ผิดสังเกตนัก
ด้วยทั่วทั้งบางพระโขนงเงียบเหงาวังเวงผิดหูผิดตา
ครั้นมาถึงที่ศาลาริมน้ำก็พบ
นางนาก
อุ้มลูกมายืนรอผัวอยู่
นายมากก็ดีใจที่ได้พบลูกเมีย
โดยหาเฉลียวใจไม่ว่าเมียและลูกของตนนั้นเป็นผีหาชีวิตไม่แล้ว
นายมาก
อยู่กินกับ
ผีนางนาก
ฉันผัวเมีย
โดยมิได้ระแคะระคายใดๆ
เลย
ผีนางนากเฝ้าปรนนิบัติผัวเฉกเมื่อครั้นยังมีชีวิตอยู่
ความรักความอาลัยของนางนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่ากฎอนิจจัง
หากนางเองก็สำเหนียกได้ว่าวันหนึ่งนายมากจะต้องรู้ความจริงว่านางตายไปแล้ว
และวันนั้นทั้งสองผัวเมียก็จะต้องจำพรากจากกันไปชั่วนิรันดร์
นางจึงทำทุกวิถีทางเพื่อมิให้นายมากรู้
ขณะที่ชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มตายลงทีละคน
รวมทั้ง
ทิดอ่ำก็ตายลงอย่างลึกลับ
และเสียงล่ำลือถึงอิทธิฤทธิ์
ผีนางนากก็ระบือไปทั่วบางพระโขนง
จนไม่มีใครกล้าออกไปไหนเลยในเวลากลางคืน
ทั่วทั้งบางอยู่ในความสะพรึงกลัว
และแล้วคืนที่
นายมาก
รู้ความจริงก็มาถึง
เมื่อผีนางนากเผลอนำมะนาวตกลงใต้ถุนเรือน
นายมากแอบเห็นเมียแสดงอิทธิฤทธิ์ยื่นมือยาวลงไปเก็บผลมะนาวนั้น
ก็รู้ทันทีว่าเมียของตนเป็นผี
นายมากตกใจกลัวจึงหนีไปซ่อนตัวที่วัดมหาบุด
เวลานั้นญาติทิดอ่ำผู้โกรธแค้นได้ยกพวกมาเผาเรือนนางนาก
ผีนางนากจึงปรากฏกายขึ้นและอาละวาดฆ่าคนตายไปมากมาย
ก่อนจะออกติดตามหาผัวไปถึงวัดมหาบุด
จนพระเณรแตกตื่นตกใจกันไปทั่ว
ร้อนถึง
สมเด็จโต
วัดระฆังต้องออกเดินทางมาปราบ
ท่านไปที่หลุมศพ
นางนากจึงสงบลง
สมเด็จโตจึงเจาะเอากระดูกหน้าผากศพชิ้นหนึ่งเพื่อสะกดวิญญาณนางนากไว้
และนำติดตัวไปกับท่านตลอดเวลา
นับตั้งแต่วันนั้นมาไม่มีใครได้ยินข่าว
ผีนางนาก
ออกอาละวาดอีกเลย
นายมากได้บวชเป็นภิกษุเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เมียรักในสัมปรายภพ
ส่วนกระดูกหน้าผากชิ้นนั้นภายหลังได้หายสาปสูญไปเหลือไว้แต่เพียงเรื่องเล่าขานถึงความรักความภักดีต่อผัวของนางนาก
ที่ยังคงอยู่ตราบทุกวันนี้