
สำหรับ
ดิว
(แอน
ทองประสม)
อาชีพโปรแกรมเมอร์สาวในเมืองใหญ่
ที่ต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทเว็บไซต์แห่งหนึ่ง
ชีวิตมีเพียงจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์
ซึ่งดึงเอาเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปเกือบหมด
ยังดีที่มี
เกด
(สุพิชญา
จุลวัฒฑะกะ)
เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน
จนกระทั่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตได้เริ่มต้นขึ้น
เมื่อดิวต้องเดินทางขึ้นเชียงใหม่หลังจากได้รับจดหมายแจ้งข่าวการเสียชีวิตของยายเล็ก
ญาติห่างๆ
ที่ทิ้งมรดกเป็นบ้านหลังเล็กที่แสนอบอุ่นและไร่กะเทียมไว้ให้
ที่นั่นดิวได้พบกับ
ต้น
(อรรถพร
ธีมากร)
นักวิจัยหนุ่มประจำสถานีวิจัยทางการเกษตรที่เชียงใหม่
ให้ความช่วยเหลือดิวและเกดที่ต้องพบกับอุบัติเหตุโดยไม่ได้ตั้งใจในระหว่างการเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ทำให้ต้องเสียเวลาอีก
6
ชม.เพื่อรอรถกลับกรุงเทพฯ
เที่ยวต่อไป
เกดและดิวจึงมีโอกาสได้แวะศูนย์วิจัยซึ่งเป็นที่ทำงานของต้น
นั่นทำให้ดิวได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่มีอยู่ในตัวต้น
และยังได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของชายหนุ่มที่แสนบอบบางคนนี้
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ได้ต่างอะไรไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอเลย
โดยเฉพาะการต้องเติบโตท่ามกลางความเหงาที่แสนโดดเดี่ยวอย่างคุ้นเคย
สำหรับต้นนอกจากรุ่นพี่
รุ่นน้องและเพื่อนๆ
ที่ศูนย์วิจัยแล้วดูเหมือนว่า
ต้นบ๊วย
สูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ของศูนย์วิจัย
จะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่เปรียบได้กับญาติที่เหลืออยู่ของต้น
ทันทีที่ลืมตามองดูโลกได้ไม่นานเขาก็ต้องสูญเสียแม่และพ่อในเวลาต่อมา
ดูเหมือนว่าความเรียบง่ายที่แสนอบอุ่นของดอยอ่างขางและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในความรู้สึกในใจของดิว
ถึงแม้ว่าตอนนี้ตนเองได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ที่เต็มไปด้วยชีวิตที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขันอีกครั้ง
ในขณะที่เพื่อรักอย่างเกดยังคงตื่นเต้นไปกับนัดบอดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเพื่อนชายที่ติดต่อและแชตทางอินเตอร์เน็ต
วันเวลาผ่านไปทั้งปีใหม่และวาเลนไทน์
โดยมีสิ่งพิเศษเล็กๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิตของดิว
คือการได้มีเพื่อนใหม่อย่างต้น
ที่ยังคงติดต่อกันหลังจากกลับจากเชียงใหม่ในครั้งนั้น
ผ่านโทรศัพท์ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ทางคู่ได้บอกเล่าความเป็นไปที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของกันและกัน
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นกับดิวโดยไม่ทันตั้งตัว
เมื่อได้พบกับต้นที่เดินทางมาหาดิวถึงกรุงเทพฯ
สิ่งที่เกิดขึ้นร้ายแรงเกินกว่าที่หัวใจอันบอบช้ำของดิวจะรับได้จากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
ทำให้ดิวตัดสินใจหันหลังให้กับกรุงเทพฯ
เดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่
เพื่อพบกับความอบอุ่นเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่
ดิวตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ยายเล็กทิ้งไว้ให้
พร้อมกับรับงานจากกรุงเทพฯ
โดยมีต้นที่คอยห่วงใย
หมั่นแวะมาเยี่ยมเยียน
และคอยให้กำลังใจจนดิวสามารถกลับมายืนหยัดใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
ผ่านคืนและวันที่พร้อมกลับมางดงามได้อีกครั้ง
ในที่สุดแล้วต้นและดิวก็ได้พบกับสิ่งที่ทั้งคู่ต่างเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต
เมื่อพรหมลิขิตได้นำให้คน
2
คนที่อาจจะอยู่ที่ใดก็ตามในโลกได้มาพบกัน
ความห่วงใย
และสิ่งดีๆ
ที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยื่นและเติมเต็มให้แก่กัน
ล้วนเอ่อล้นไปด้วยความสุขที่ทั้งคู่สัมผัสได้
มันคือรักแท้
ที่เป็นทั้งรักแรกและรักเดียวในชีวิตของทั้งดิวและต้น
หลังจากแต่งงานต้นย้ายมาอยู่กับดิวในบ้านที่เต็มไปสายใยแห่งรักที่แสนอบอุ่น
และไม่มีวันสูญสิ้นทั้งในเรื่องราวความรักของต้นกับดิวเอง
และของยายเล็ก
เมื่อต้นได้พบกับข้าวของในอดีตที่ถูกเก็บไว้ของยายเล็ก
ในนั้นมีจดหมายรักที่บอกเรื่องราวในอดีตฉบับหนึ่ง
ซึ่งถ่ายทอดความรู้สึกในรักที่มีอยู่อย่างเหลือล้นของชายคนหนึ่งที่มีต่อยายเล็ก
ต้นประทับใจในข้อความและสิ่งที่ปรากฏอยู่ในจดหมายมาก
จนมีความคิดว่าวันหนึ่งอยากเขียนจดหมายแบบนี้บ้าง
ความรักมีความหมายและมีคุณค่าสำคัญที่เติมเต็มชีวิตให้กับหลายๆ
คน
รวมทั้งดิว
แต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนถูกกำหนดไว้
และยากที่จะเปลี่ยนแปลงเหมือนการที่สวรรค์กำหนดให้ต้นมาพบกับดิว
และพรากต้นไปจากดิว
ดูเหมือนหัวใจที่บอบช้ำของดิวมันอ่อนแอเกิดที่จะเยียวยาได้อีกครั้ง
เมื่อต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังด้วยตัวคนเดียวเดียวในโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบนี้