 |
Bangkok Dangerous - เกร็ดจากภาพยนตร์ |
 |
-
ที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มจากคู่หูผู้อำนวยการสร้าง
วิลเลียม
ชีรัก
และ
เจสัน
ชูแมน
ได้ร่วมงานกับผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
ใน
The
Messengers
(2005)
จึงได้ชมและชื่นชอบ
Bangkok
Dangerous
(1999)
ฉบับภาษาไทยที่ทั้งคู่เป็นคนกำกับ
ทำให้อยากนำเรื่องนี้มาสร้างใหม่เป็นภาษาอังกฤษ
-
ผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
นำแนวคิดและโครงเรื่องเดิม
มาปรับแต่งให้ทันสมัยขึ้น
โดยสอดแทรกเรื่องราวที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น
-
ผู้อำนวยการสร้าง
วิลเลียม
ชีรัก
และ
เจสัน
ชูแมน
เลือก
เจสัน
ริชแมน
เข้ามาทำหน้าที่ปรับเกลาบทภาพยนตร์ที่ผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
เขียนไว้แต่เดิม
เจสัน
เข้ามาพักอยู่ในประเทศไทยเพื่อหาข้อมูลประมาณ
1
สัปดาห์
เพื่อสอดแทรกวัฒนธรรมไทยลงไปในบทภาพยนตร์
-
นิโคลัส
เคจ
ที่รับบท
โจ
ในภาพยนตร์เรื่องนี้
ชื่นชอบภาพยนตร์เอเชีย
และเคยร่วมงานกับ
จอห์น
วู
ผู้กำกับภาพยนตร์ต่อสู้ชาวฮ่องกง
ในเรื่อง
Face/Off
(1997)
นอกจากนี้
นิโคลัส
ยังชื่นชมภาพยนตร์หลายๆ
เรื่องของผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
โดยเฉพาะเรื่อง
Bangkok
Dangerous
(1999)
ฉบับดั้งเดิม
-
ในบทภาพยนตร์ต้นฉบับ
ผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
เขียนให้ตัวละคร
โจ
เป็นใบ้และหูหนวก
จนทำให้เขาแยกตัวจากสังคมไปอยู่อย่างสันโดษ
แต่ในภาพยนตร์ฉบับใหม่นี้
โจ
ซึ่งรับบทโดย
นิโคลัส
เคจ
ไม่ได้พิการ
แต่แปลกแยกเพราะพูดภาษาไทยไม่ได้
และไม่คุ้นเคยกับขนบธรรมเนียมของประเทศไทย
-
ผู้เขียนบท
เจสัน
ริชแมน
พยายามคงแนวคิดของภาพยนตร์ต้นฉบับเอาไว้
เมื่อเปลี่ยนให้ตัวละคร
โจ
ซึ่งรับบทโดย
นิโคลัส
เคจ
ไม่ได้เป็นใบ้และหูหนวกแล้ว
เขาจึงเปลี่ยนให้
ฝน
นางเอกของเรื่อง
ซึ่งรับบทโดย
หยางไฉ่นี
เป็นใบ้และหูหนวกแทน
-
ผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
ทำงานร่วมกันโดยแบ่งงานกันคนละครึ่ง
พวกเขาเขียนบทด้วยกัน
และร่างภาพสตอรี่บอร์ดไปพร้อมๆ
กัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าใจเนื้องานตรงกัน
จึงแยกกันทำงานได้
ถ้าไม่ใช่ฉากใหญ่ๆ
หรือฉากสำคัญๆ
พวกเขาก็จะแยกกันถ่ายทำ
โดยผลัดกันเข้ามาในกองถ่ายคนละวัน
-
ผู้กำกับ
แดนนี่
แปง
ชื่นชอบฝีมือการแสดงของ
นิโคลัส
เคจ
ตั้งแต่เห็น
นิโคลัส
ครั้งแรกในเรื่อง
Birdy
(1984)
ที่กำกับโดย
อลัน
ปาร์กเกอร์
-
หยางไฉ่นี
ได้เรียนภาษามือกับ
กนิษฐา
รัตนสินธุ์
จากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
(National
Association
of
the
Deaf)
และยังบันทึกเทปบทเรียนต่างๆ
ไปฝึกเอง
กระทั่งสามารถสื่อสารกับคนหูหนวกในสถานการณ์จริงได้อย่างไม่เคอะเขิน
-
หยางไฉ่นี
ต้องเรียนรำไทย
โดยมีเวลาฝึกซ้อมแค่
7
วัน
และต้องร่ายรำกับกลุ่มนางรำมืออาชีพด้วย
-
ชาคริต
แย้มนาม
ที่รับบท
ก้อง
ศึกษาบทโดยอ่านซ้ำอยู่หลายเที่ยว
และพยายามรู้จักก้องให้มากที่สุด
นอกจากนี้ยังไปฝึกขี่จักรยานยนต์ผาดโผน
และลีลาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
แต่ไม่ยอมชม
Bangkok
Dangerous
(1999)
ฉบับดั้งเดิมจนกว่าจะปิดกล้อง
เพราะเกรงว่าจะทำให้เกร็ง
-
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของ
เป้ย
-
ปานวาด
เหมมณี
โดยการแสดงส่วนสำคัญของเธอคือต้องเต้นโคโยตี้ได้ด้วย
-
คณะผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามสอดแทรกสัญลักษณ์ความเป็นไทย
รวมทั้ง
ช้าง
ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์สำคัญของประเทศ
นิโคลัส
เคจ
ซึ่งรับบท
โจ
รู้สึกประทับใจที่ได้เข้าฉากร่วมกับลูกช้างตัวหนึ่งที่เป็นมิตรกับผู้คนมาก
-
การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงทั้งในกรุงเทพฯ
และจังหวัดใกล้เคียงถึง
47
แห่ง
รวมทั้งย่านสถานบันเทิง
สวนสาธารณะ
ลานกีฬา
ย่านธุรกิจ
ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
และห้องพักหรูหราในโรงแรมระดับห้าดาว
ผู้จัดหาสถานที่ถ่ายทำ
แอนดรูว์
เพอร์รี่
ทำงานในกรุงเทพฯ
มานานกว่า
10
ปีแล้ว
-
ผู้กำกับ
อ๊อกไซด์
แปง
และ
แดนนี่
แปง
เจาะจงว่า
จะต้องยกกองไปถ่ายทำกันที่วัดเขาหลวง
จังหวัดเพชรบุรี
ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ
ไปทางใต้ราว
2
ชั่วโมง
ในบริเวณวัดแห่งนี้มีถ้ำที่สวยงาม
เพราะเต็มไปด้วยพระพุทธรูป
และมีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาทางปล่องตรงยอดเขา
-
ระหว่างที่กองถ่ายทำงานอยู่ในประเทศไทย
มีเหตุการณ์กองทัพก่อการรัฐประหารโค่นล้มนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างสงบ
ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ
และไม่มีการยิงปืนแม้แต่นัดเดียว
กองถ่ายต้องหยุดทำงานกันในค่ำวันนั้น
แต่สามารถทำงานต่อได้อย่างราบรื่นในวันรุ่งขึ้น
-
คณะผู้สร้างใช้ตลาดน้ำดำเนินสะดวกถ่ายทำฉากต่อสู้
มีเรือหางยาวไล่ล่ากัน
และ
โจ
ซึ่งรับบทโดย
นิโคลัส
เคจ
ควบมอเตอร์ไซค์ซิ่งไปหมายไล่กวดให้ทันเรือ
ผู้กำกับ
2
คนแบ่งงานกันเป็น
2
กองถ่ายย่อย
แดนนี่
แปง
กำกับการถ่ายทำส่วนเรือ
ส่วน
อ๊อกไซด์
แปง
ถ่ายส่วนของมอเตอร์ไซค์
ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำนานเป็นสัปดาห์
-
นอกจาก
นิโคลัส
เคจ
จะแสดงบทเป็น
โจ
แล้ว
ยังเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
-
ชาคริต
แย้มนาม
ที่รับบทเป็น
ก้อง
เคยแสดงบทที่ต้องพูดภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกในเรื่อง
Belly
of
the
Beast
(2003)
ที่นำแสดงโดย
สตีเวน
ซีกัล
ก่อนหน้าที่จะมาแสดงเรื่องนี้
|
|
|
เข้าฉาย 24 พ.ค. 55 เข้าฉาย 31 พ.ค. 55
|
|
นิกโก้ (ออลลี แจนทูเนน) คือกวางน้อยที่ใฝ่ฝันว่าจะเหาะได้เหมือนคุณพ่อที่เขาไม่เคยพบหน้า ใครต่อใค...
|
|