 |
Shutter Island - เกร็ดจากภาพยนตร์ |
 |
-
ผู้อำนวยการสร้าง
แบรด
ฟิสเชอร์
จากบริษัท
ฟินิกซ์
พิกเจอร์ส
ริเริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ในช่วงที่เขากำลังอำนวยการสร้าง
Zodiac
(2007)
เขาพบนิยาย
Shutter
Island
ที่เขียนโดย
เดนนิส
ลีเฮน
ที่ร้านค้าในสนามบิน
หลังจากอ่านแล้ว
เขาตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์นิยายแล้วเริ่มโครงการสร้าง
โดยได้รับความร่วมมือจากผู้อำนวยการสร้าง
ไมก์
เมดาวอย
และ
อาร์โนลด์
เมสเซอร์
-
ผู้อำนวยการสร้าง
แบรด
ฟิสเชอร์
เลือก
ลีตา
คาโลกริดิส
ที่เขาเคยร่วมงานด้วยใน
Pathfinder
(2007)
มาดัดแปลงบทภาพยนตร์เรื่องนี้จากนิยายชื่อเรื่องเดียวกันที่
เดนนิส
ลีเฮน
เขียนขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สยองขวัญเกรดบี
-
ผู้สร้างส่งบทภาพยนตร์มาทาบทามผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
ตอนที่เขากำลังให้เสียงบรรยายสารคดีโทรทัศน์
Val
Lewton:
The
Man
in
the
Shadows
เขาเริ่มอ่านบทตอน
4
ทุ่มครึ่งในคืนที่ต้องรีบเข้านอน
แต่กลับวางมันไม่ลง
เพราะถูกใจการผสมผสานระหว่างแนวฟิล์มนัวร์กับแนวสยองขวัญแบบจังๆ
รวมทั้งความสยองขวัญแบบกอธิกที่ทำให้เขานึกถึงภาพยนตร์เยอรมันยุคเอ็กซ์เพรสชันนิสต์เรื่อง
The
Cabinet
of
Dr.
Caligari
(1920)
-
ผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานและนักแสดงด้วยการฉายภาพยนตร์รอบดึกหลายเรื่อง
แนวระทึกขวัญ
ฟิล์มนัวร์
หรือแนวจิตวิทยา
เช่น
Laura
(1944)
Out
in
the
Past
(1947)
Crossfire
(1947)
On
Dangerous
Ground
(1952)
Time
Limit
(1957)
The
Trial
(1962)
The
Haunting
(1963)
The
Innocents
(1961)
The
Seventh
Victim
(1943)
และ
Titicut
Follies
(1967)
-
ผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
เห็นด้วยกับคณะผู้อำนวยการสร้างว่า
ลีโอนาร์โด
ดิคาพริโอ
เหมาะกับบท
เท็ดดี
แดเนียลส์
โดยพิจารณาจากการแสดงของ
ลีโอนาร์โด
ในภาพยนตร์ที่ตนเองกำกับเรื่อง
Gangs
of
New
York
(2002)
The
Aviator
(2004)
และ
The
Departed
(2006)
-
เมื่อได้รับบท
เท็ดดี
แดเนียลส์
แล้ว
ลีโอนาร์โด
ดิคาพริโอ
ก็ค้นคว้าความรู้หลายเรื่อง
เช่น
การฝึกพิเศษของตำรวจศาลในยุค
50
ประสบการณ์ของอดีตทหารจากสงครามโลกครั้งที่
2
และเทคนิคการบำบัดจิตในสถาบันจิตเวชในอดีต
นอกจากนี้
เขายังอ่านนิยายชื่อเรื่องเดียวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ของ
เดนนิส
ลีเฮน
หลายครั้ง
และพูดคุยปรึกษากับผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
อย่างละเอียดลออและยาวนาน
-
ลีโอนาร์โด
ดิคาพริโอ
ผู้รับบท
เท็ดดี
แดเนียลส์
และ
มาร์ก
รัฟฟาโล
ผู้รับบท
ชัก
ออล
ต่างยินดีที่ได้ร่วมงานกัน
หลังจากติดตามผลงานของกันและกันมานาน
ขณะที่ผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
อยากร่วมงานกับ
มาร์ก
มาตั้งแต่ตอนที่เห็นเขาใน
You
Can
Count
on
Me
(2000)
ซึ่งตนอำนวยการสร้าง
และอีกคนที่
มาร์ติน
ยอมรับว่าอยากร่วมงานด้วยมานานแล้ว
คือ
เบน
คิงสลีย์
ผู้รับบท
ดร.
จอห์น
คอว์ลีย์
-
เบน
คิงส์ลีย์
ตีความบทบาท
ดร.
จอห์น
คอว์ลีย์
ของเขาโดยใช้ประสบการณ์จากตอนที่เขาแสดงภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากละครของ
วิลเลียม
เชกสเปียร์
มาประกอบ
เขามองว่าตัวละครของเขาเป็นผู้ชายติดดิน
แต่หลงใหลในความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์
และออกแบบให้ตัวละครของเขาสวมสูทสีเขียว
สูบไปป์
และสวมรองเท้าออกซ์ฟอร์ด
-
ตลอด
2
เดือนที่
มิเชล
วิลเลียมส์
แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ในบท
โดโลเรส
ชานัล
เธอต้องตัวเปียกเกือบตลอดเวลา
เนื่องจากตามบทภาพยนตร์
ตัวละครของเธอต้องผจญกับน้ำท่วมในฝัน
ผู้สร้างถึงกับสร้างกลไกเกี่ยวกับน้ำในผมและในเสื้อผ้าของเธอด้วย
-
ภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวในสถานบำบัดจิตตามที่เคยเกิดขึ้นจริงในยุค
50
ที่ซึ่งแพทย์หรือผู้คุมทำร้ายร่างกายและจิตใจของคนไข้อย่างโหดร้ายทารุณจนถึงขั้นเสียชีวิต
ดังเคยเป็นมาตลอดหลายทศวรรษนับตั้งแต่สถานบำบัดจิตเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคกลาง
โดยยุค
50
ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของการทดลองจิตบำบัดนี้
จะเน้นไปที่การผ่าตัดสมองและการใช้ยาที่ส่งผลต่อประสาท
ก่อนจะนำไปสู่การปฏิรูปในยุค
60
ที่ทำให้โรงพยาบาลจิตเวชของรัฐหลายแห่งต้องปิดตัวลง
-
ดร.
เจมส์
กิลลิแกน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัฐบริดจ์วอเตอร์
สำหรับอาชญากรที่ป่วยทางจิตในคุกแมสซาชูเซตต์ส
ประเทศสหรัฐอเมริกา
และผู้นำการปฏิรูปสถาบันบำบัดจิตและเรือนจำทั่วอเมริกาและทั่วโลก
ที่ปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก
รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคของภาพยนตร์เรื่องนี้
เขาเล่าให้ผู้สร้างฟังเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อคนไข้อย่างไร้มนุษยธรรมของโรงพยาบาลจิตเวชในอดีต
และอธิบายให้นักแสดงหลักทุกคนและนักแสดงประกอบที่รับบทเป็นคนไข้โรคจิต
เข้าใจลักษณะของคนไข้โรคจิตอย่างละเอียด
-
ผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
ผู้ออกแบบงานสร้าง
ดันเต
เฟอร์เรตติ
และผู้กำกับภาพ
โรเบิร์ต
ริชาร์ดสัน
ออกสำรวจหาสถานที่สำหรับถ่ายทำฉากเกาะชัตเตอร์ด้วยกัน
โดยเน้นคำนึงถึงลักษณะของเกาะที่สอดคล้องกับภาพยนตร์และความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเป็นหลัก
พวกเขาพิจารณาเกาะทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง
แต่สุดท้ายก็เลือกชายฝั่งรกร้างที่เต็มไปด้วยโขดหินของเกาะเพดด็อกส์
ที่อยู่ห่างจากบอสตันไปไม่ถึง
100
ไมล์
-
ผู้สร้างค้นหาโรงพยาบาลจริงๆ
ในรัฐแมสซาชูเซตต์ส
ประเทศสหรัฐอเมริกา
เพื่อใช้เป็นฉากโรงพยาบาลแอชคลิฟฟ์
โดยพวกเขาต้องการโรงพยาบาลที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์กอธิก
ซึ่งเป็นการสร้างตามแบบแผนของคุณหมอ
โธมัส
สตอรี
เคิร์กไบรด์
ปัจจุบันโรงพยาบาลเหล่านั้นมักกลายเป็นคอนโดมิเนียมหรืออยู่ในสภาพเสื่อมโทรม
แต่แล้วผู้สร้างก็พบโรงพยาบาลเมดฟิลด์
สเตต
ที่ตัวอาคารเป็นอิฐสีแดง
2
ชั้นบนพื้นที่ขนาดใหญ่
ซึ่งแม้จะปิดตัวลงตั้งแต่ยุค
60
แต่ยังพอบูรณะได้
-
เนื่องจากเรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง
4
วัน
ตัวละครแต่ละตัวจึงสวมเสื้อผ้าเพียง
1-2
ชุด
แซนดี
พาวเวลล์
จึงไม่ต้องออกแบบเสื้อผ้าของตัวละครมากนัก
แต่ต้องตัดเย็บบางชุดออกมาซ้ำๆ
กันจำนวนมาก
เช่น
ชุดของ
เท็ดดี
แดเนียลส์
ที่รับบทโดย
ลีโอนาร์โด
ดิคาพริโอ
ต้องมีถึง
44
ชุด
เพื่อใช้ในฉากที่มันเปียกโชกและยับเยินในระดับต่างๆ
กัน
เช่น
ฉากผจญพายุเฮอร์ริเคน
ฉากลุยน้ำทะเล
ฉากเดินไต่ผา
และฉากนอนในถ้ำ
-
หัวหน้าแผนกดนตรี
ร็อบบี
โรเบิร์ตสัน
เชื่อคำแนะนำของผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
โดยนำเพลงยุคศตวรรษที่
20
มาดัดแปลงใหม่
เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้
ได้แก่
เพลงของ
คริสตอฟ
เพนเดเรกกี,
แมกซ์
ริชเตอร์,
อิงแกรม
มาร์แชล,
มาร์เซล
ดูแชมป์,
มอร์ตัน
เฟลด์แมน,
จิอาซินโต
เซลซี,
แนม
จูน
เพก,
จอห์น
อดัมส์,
ไบรอัน
เอโน
และ
โรเบิร์ต
เอริกสัน
นอกจากนี้ยังมีเพลงป๊อปจากต้นยุค
50
อย่าง
Cry
ของ
จอห์นนี
เรย์,
Wheel
of
Fortune
ของ
เคย์
สตาร์
และ
Tomorrow
Night
ของ
ลอนนี
จอห์นสัน
อีกด้วย
-
ผู้ประสานงานสเปเชียลเอฟเฟกต์
อาร์.
บรูซ
สไตน์ไฮเมอร์
และหัวหน้าฝ่ายสเปเชียลเอฟเฟกต์
ริก
ธอมป์สัน
ใช้ตั้งแต่ลมอ่อนๆ
ไปจนถึงเฮอร์ริเคนระดับ
5
ในการสื่อถึงความแปรปรวนด้านจิตใจของตัวละคร
พวกเขาใช้เครื่องสูบน้ำ
2
ตัวกระจายฝนในพื้นที่
140x60
ฟุต
และเครื่องสูบน้ำสไปเดอร์สกระจายฝนในพื้นที่
80x80
ฟุต
ใช้รถขนน้ำ
40,000
แกลลอนร่วมกับเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงและสายฉีดดับเพลิงที่ผลิตแรงดันน้ำ
60-80
ปอนด์
ส่วนลมกระโชกแรงนั้นเกิดจากพัดลมพลังงานน้ำมัน
4
ตัวที่สร้างความเร็วลม
80
ไมล์ต่อชั่วโมง
และพัดลมไฟฟ้าที่มีเสียงเงียบกว่าและผลิตลมได้
75
ไมล์ต่อชั่วโมงสำหรับฉากที่มีบทพูดสำคัญ
โดยมีการติดท่อด้านข้างพัดลมเพื่อส่งฝนออกไปในแนวนอนด้วย
-
ก่อนที่บท
ชัก
ออล
จะมาลงตัวที่
มาร์ก
รัฟฟาโล
ผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
และ
ลีโอนาร์โด
ดิคาพริโอ
ที่แสดงนำในบท
เท็ดดี
แดเนียลส์
เคยปรึกษากันว่าพวกเขาอาจเลือก
โรเบิร์ต
ดาวนีย์
จูเนียร์
หรือ
จอช
โบรลิน
มารับบทดังกล่าว
-
เดิมจะเป็นภาพยนตร์ที่กำกับโดย
วูลฟ์กัง
ปีเตอร์เซน
แต่สุดท้ายหน้าที่กำกับก็ตกเป็นของ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
แทน
-
ในเดือนสิงหาคม
2009
มีการประกาศเลื่อนวันฉายจากเดือนตุลาคม
2009
เป็นกุมภาพันธ์
2010
อย่างไรก็ตาม
มีการแอบทดลองฉายโดยไม่ประชาสัมพันธ์ในงานเทศกาลภาพยนตร์
บัตต์-นัมบาธอน
ในออสติน
ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อเดือนธันวาคม
2009
โดยผู้สร้างขอร้องให้นักวิจารณ์ที่เข้าชมอย่าเพิ่งเผยแพร่บทวิจารณ์จนกว่าจะถึงวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการ
-
เท็ด
เลอวีน
ที่รับบท
วอร์เดน
และ
แพทริเซีย
คลาร์กสัน
ที่รับบท
อีเธล
บาร์ตัน
เคยแสดงร่วมกันในละครชุดทางโทรทัศน์ขนาดสั้น
Wonderland
ซึ่งอำนวยการสร้างโดย
ปีเตอร์
เบิร์ก
และมีเรื่องราวเกิดขึ้นที่สถานบำบัดจิตในนิวยอร์ก
ประเทศสหรัฐอเมริกา
-
ประโยคกระซิบใน
คอมเพล็กซ์
ซี
ที่ว่า
"Stop
me
before
I
kill
more"
เป็นการอ้างอิงถึง
วิลเลียมส์
ไฮเรนส์
ฆาตกรต่อเนื่องในชิคาโก
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในยุค
40
-
ภาพยนตร์ทำเงินได้
40.2
ล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์เปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดของผู้กำกับ
มาร์ติน
สกอร์เซซี
|
|
|
เข้าฉาย 24 พ.ค. 55 เข้าฉาย 31 พ.ค. 55
|
|
จู-ออน คำสาปที่เกิดขึ้นจากความพยาบาท ขุ่นแค้นเคืองของคนที่เสียชีวิตไปโดยยังคงความโกรธอย่างมากเอ...
|
|