อาโป ผ่านการไตร่ตรองดีลกับตัวเองในหลายช่วง จนกลายมาเป็นหนุ่มผิวน้ำผึ้งที่จริงใจในทุกวันนี้!

4 ธ.ค. 68 19:11 น. / ดู 5,390 ครั้ง / 0 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
เป็นรายการ Deep Talk ที่ทำให้รู้จัก อาโป ณัฐวิญญ์ ลึกยิ่งกว่าเคย เมื่อเจ้าตัวได้ไปนั่งคุยเปลือยชีวิตของตัวเองในช่อง GoyNattyDream กับ Last Supper มื้อสุดท้ายก่อนตาย
เปิดมาก็ให้แนะนำตัวเองแบบถอดฟิลเตอร์คนนอกออกก่อนเลย ว่าเนื้อแท้ของอาโปนั้นเป็นคนแบบไหน
อาโป: เป็นคนที่จริงจังแต่ไม่เครียด และถ้าบอกตอนเด็กๆ ที่ชื่อ ปีโป้ ก่อนหน้านี้ปีโป้เป็นคนยังไง เป็นคนซ่าไม่เอาไรเลย อยากทำไรก็ทำ ถ้าเล่นบันจี้จัมป์พลาดก็ไม่เป็นไร และจุดเปลี่ยนที่ทำให้ปีโป้กลายมาเป็น อาโป
ก็เพราะ Be On Cloud จริงๆ ก่อนหน้า Be On Cloud ก็มีแฟนเก่าเป็นจุดเปลี่ยนแล้วเรื่องราวต่างๆ มันทำให้เราค่อยๆ โตขึ้น พอเราได้เจอผู้คนมันจะ Shape เรา ทำให้เราจัดสรรชีวิตได้คมขึ้นละเอียดอ่อนขึ้น 





และถ้าให้ reflex ตัวเองในกลุ่มเพื่อน โปบอก เราเป็นคนมั่นใจในตัวเอง และช่วงจะเข้ามหาลัยก็สอบและเลือกธรรมศาสตร์ตามเพื่อนและฟลุ๊คสอบติด SIIT วิศวะ มธ. ด้วย ตอนได้เข้าไปก็ตื่นเต้นมาก เราเป็นเด็กมาจากโรงเรียนตจว.ในหัวหิน พอได้ไปเจอสังคมใหม่ก็เหมือนปลาย้ายบ่อ เรื่องเรียนไว้ก่อนชอบบรรยากาศ วันๆ ไม่ทำไรกินเหล้าอย่างเดียว เล่นสเก็ตบอร์ดถึงเช้า กินไก่ย่าง และก็ไปฟังเรื่องผี นอนรวมๆ กันกับเพื่อนและตอนเข้าคลาสไปเรียนมันดูจริงจังมากฟีลแบบเราต้องมานึกว่าจบไปเราต้องทำงานนั่งโต๊ะเหรอ จนสุดท้ายได้มาไตร่ตรองกับตัวเองเลยตัดสินใจดร็อปเรียนดีกว่า และไม่บอกที่บ้านด้วยเพราะค่าเทอมแพง ก็ดร็อปแล้วอยู่ที่หอปาร์ตี้เหมือนเดิมเป็นปีกว่าๆ จนสุดท้ายเพื่อนที่ยังเรียนอยู่เขาขึ้นปี 2 ก็เริ่มคิดละว่าเราจะเอาไงดี และตอนนั้นมีโอกาสได้เล่นละครถ่ายแบบบ้าง ก็เลยมานั่งนึกทำไงให้เรากลายมาเป็นมาสเตอร์ในสายที่ทำอยู่ ก็เลยเรียนนิเทศน์ที่ ม.รังสิตดีกว่า ส่วนที่บ้านว่ายังไง ตอนนั้นเราก็มีเงินจากการรับงานการแสดงพอประมาณ เราก็เฟดใช้ชีวิตของเราไปเลย




และพอเริ่มเดินทางสายนี้ ก็มานั่งนึกว่าเราจะแค่รับงานแสดงและรับอีเวนต์ได้เงินวนไปและมีบ้านแต่งงานมีรถ
แค่นี้เหรอ มันไม่สนุก คือเราต้องได้ไรบ้างจากการทำงาน แบบต้องให้อะไรบ้างกับคนอื่น ก็เลยแบบ เฮ้ย ตอนนั้น
เริ่มมีการตัดสินละว่าแบบนี้หล่อผิวสีนี้ไม่หล่อ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน คนผิวสีแทนแบบเรา และโครงหน้าแบบนี้คนไม่ค่อยเก็ตในไทยเลยรู้สึกว่าทำไมเราต้องเป็นผู้ถูกเลือก วนกลับไปหาแฟนเก่า เขาและเพื่อนของเขาน่ารักมาก
แนะนำเราว่าถ้าที่นี่ไม่เวิร์กก็ไปที่อื่นสิ ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ เราไม่รู้หรอกความสำเร็จจะมีหรือเปล่าแต่ขอแค่ได้ไป โปเชื่อเรื่องความภูมิใจในสิ่งที่พ่อแม่ให้มา เขารักในแบบที่เราเป็น แล้วทำไมเราถึงจะไม่รักในแบบที่เราเป็น ยุคสมัยนี้มันมีหัตถการ มีการแต่งหน้าทำผม มากมายที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจขึ้นแต่ยังเป็นเรา ไม่เห็นต้องบูลลี่ตัวเองว่าเรายังดีไม่พอ ไม่ เราดีพอแล้ว
🥹




จากนั้นเลย ได้ตัดสินใจลองตามรุ่นพี่ที่รู้จักที่เขาได้ไปหาความรู้เรื่องโปรดักชั่นดูที่นิวยอร์ก และสิ่งที่ทำให้ตกผลึกได้คือ
ตอนที่ได้อยู่ที่นั่นจริงๆ แบบที่เราเคยถูกสอนมาว่าเราเป็นพระเอกนะต้องทำแบบนั้นนี้ และด้วยความที่เรามีคนรอบตัว
ดูแลเราดีไม่ให้ลำบากอะไรเลยมันก็ดี แต่มันทำให้เราไม่ได้มีกระบวนการในการตัดสินใจในชีวิต และถ้าถามสิ่งที่รู้สึกสำเร็จและตราตรึงโปที่สุดคือคอนเสิร์ต World Tour ที่ไทยครั้งแรก เรารู้สึกสำเร็จที่สุด จากตอนแรกอยากเป็นแค่นักแสดง คอนคินน์พอร์ชทำให้รู้ว่าเราเต้นได้ ร้องเพลงได้ Live Show ได้ เป็นตัวละครเลย ถ่ายทอดเลย ไม่มีคัต สิ่งที่คนได้รับกลับไปคือเต็มอิ่ม เลยรู้สึกว่ามันสำเร็จที่สุดเลย





และสำหรับมุมมองความรักของอาโปในช่วงนี้เป็นอย่างไร มีก็ดีไม่มีก็ได้ แต่ถ้าความสัมพันธ์ของครอบครัวเรา
แข็งแรงสิ่งนั้นมันตอบโจทย์เรามากกว่า เพราะสุดท้ายถ้าเกิดความรักที่มีแล้วส่งเสริมกัน เป็นความรักที่ไม่ได้คาดหวังว่าเราต้องเป็นใคร เราต้องดีที่สุดสำหรับเขาหรืออะไรก็ตาม เราแค่อยู่ด้วยกันและใช้ชีวิตกันไป อันนั้นมันน่าสนใจ





แล้วสิ่งที่อาโปให้สัมว่าอยากเล่นโปรเจ็กต์ละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ที่เจ้าตัวเสียดายมากๆ
ก็เพราะว่า ด้วยความที่เราเป็นคนชอบเสื้อผ้าตั้งแต่เด็กและเรื่องนั้นได้แต่งเต็มแถมเป็นหมุดหมายของนักแสดง
หลายๆ คนด้วย และถ้าได้เล่นตอนนั้นก็อยากเป็น คุณชายรณพีร์ เพราะได้ทำงานกับพี่นก ฉัตรชัย พี่นกคือคนที่บอกโปว่าอันนี้เอ็งทำเป็นอาชีพได้สิ่งที่ทำอยู่ ตอนนั้นเล่น ชาติพยัคฆ์ ต่อบทไปโปก็นั่งขำ เขาคงโมโหปาดินสอลงพื้น ฟีลแบบเราโฟกัสไม่เป็นเราไม่เข้าใจความจริงจัง เหมือนมีโอกาสแค่ทำๆ ไป พอเขาปาดินสอ เราก็เริ่มตั้งใจ เขาบอกถ้าเอ็งตั้งใจ สามารถทำเป็นอาชีพได้เลย เลยเป็นอีกจุดเปลี่ยน





มุมเบียวๆ อาโปก็มีนะ เพราะเจ้าตัวมาแชร์ให้ฟังว่า เคยดื่มแอลกอฮอล์แทนน้ำ เพราะอยากเป็น เจมส์ บอนด์ 007
แบบเขากินเบียร์ทุกเช้า แม่-งเท่wa เคยแบบเพื่อนมาหาที่หอ และเจอเบียร์เต็มตู้เย็น เลยบอกเพื่อน เอาไว้กินเผื่อๆ นอนไม่หลับงี้
😆




มาเข้า topic เรื่องที่เข้ากับชื่อรายการว่ามีทัศนคติต่อความตายยังไง ก็จากตอนแรกไม่ได้กลัวตายอะไร
แบบอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่มาอยู่จุดนี้และสร้างความสุขให้แฟนๆ ได้ ก็รู้สึกว่าเราจะตายทำไม
ก็เริ่มกลัวๆ ความตายแล้ว และถ้าถามมื้อสุดท้ายทำไมถึงเลือกเมนู พอร์กช็อป ก็เพราะว่าตอนทีมงานถามมา
เรานั่งกินเมนูนี้อยู่ และอยากเห็นใครในวันสุดท้ายของชีวิต เห็นครอบครัวและผู้คนที่รักเราจริงๆ ถามถึงสิ่งที่อยากกลับไปแก้ก็ไม่มีเลย แฮปปี้ที่มันเป็นแบบนั้นเพราะมันทำให้อาโปเป็นแบบนี้ ส่วนงานศพก็อยากเป็นแค่ปุ๋ยไปเลยด้วยซ้ำ
ไม่ต้องมีใครเพราะคนอื่นสมควรได้ใช้ชีวิตต่อ





และในเมื่อตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ เช็กลิสต์ 3 ข้อที่อยากทำ
- อยากร่วมงานกับทางฮอลลีวูด โดยเฉพาะ ผกก. Yorgos Lanthimos อย่างเรื่อง Poor Things
ก็รู้สึกโคตรเจ๋ง
- อยากอยู่แผนกโปรดักชั่น แผนกไหนก็ได้ เพราะวันนึงหน้าตาผิวพรรณเรามันร่วงโรย แต่สิ่งนี้เราทำได้
มันได้ส่งคนอื่นมาเรื่อยๆ
- ยอมรับและดีลกับตัวเองได้

ช่วงท้ายก้อยยังได้บอกด้วยว่า คุณน่าจะเป็นคนไทยที่ได้ไปฮอลลีวูด เจ้าตัวก็ยิ้มรับและบอกกลับมาว่า
ไปด้วยกัน ไปด้วยกันทุกคนเลย ไปกันเยอะๆ ได้ก็ยิ่งดี💫





#อาโปณัฐวิญญ์

ขอบคุณภาพและคลิปจาก
@GoyNattyDream
แก้ไขล่าสุด 9 ธ.ค. 68 06:35 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google