เจมีไนน์ จากคนที่ไม่ยอมให้เห็นน้ำตาง่ายๆ แท้จริง Soft Spot ของเขาก็คือคนที่ทำให้มีทุกวันนี้!

10 ธ.ค. 68 16:32 น. / ดู 4,619 ครั้ง / 0 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
เป็นการมานั่งจับเข่าคุยที่เด็กเจนใหม่หลายคนน่าจะได้คำชี้แนะดีดีในฐานะรุ่นพี่ที่เข้าวงการบันเทิง
มาตั้งแต่อายุน้อยๆ เลยสำหรับ Praew Talk TV กับ เจมีไนน์ นรวิชญ์ จากเด็กที่กลัววงการบันเทิง
แต่เดินมาถึงจุดนี้เพราะได้แรงหนุนสุดแรงจากคุณแม่



เปิดมาถ้าให้ไล่ย้อนว่า ณ วันนี้อยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว เจ้าตัวบอก ก็ 5 ปี แล้ว จนถึงวันนี้ก็เติบโตขึ้นจากเดิมมากๆ และด้วยความที่เข้าวงการมาตั้งแต่ 15-16 เพราะตอนแรกเป็นชีวิตในวัยเรียน ยังไม่ได้เจอโลกกว้างชีวิตการทำงาน คนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ถ้าถามตอนแรกมีความฝันอยากเข้าวงการแต่แรกรึเปล่า ก็ไม่ ตอนนั้นอยากเรียนหมอ แต่แม่เห็นว่าเราร้องเพลงได้ ก็เลยพามาออดิชั่นที่ GMM แบบลองไว้เผื่อมาเป็นใช้เป็นพอร์ตในการสมัครมหาลัย
ตอนแรกก็ร้องไห้ ทะเลาะกับแม่บอกไม่อยากไป แม่ก็บอกงั้นไม่เซ็นก็ได้ งั้นลงจากรถแล้วหาทางกลับบ้านเอง
ที่กลัวตอนนั้นเพราะรู้สึกไม่ใช่ที่ที่เราคุ้นเคย และเราต้องกลับมาทำงานก่อนคนอื่นเขาและที่เซ็นสัญก็เพราะแม่
ที่ทำทุกวันนี้อยู่ก็เพราะแม่ พอเซ็นก็ถือว่าโชคดีไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงทุกวันนี้





มองการก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงของตัวเองยังไง ในช่วงแรกเจมก็รู้สึกว่า เออมันดีจังเลย เราสามารถมอบความบันเทิงให้คนอื่นและตัวเองแถมสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ด้วย แต่พอทำๆ ไปก็รู้สึกมีอะไรที่น่ากลัวเหมือนกัน เหมือนช่วงก่อนเข้ามาแบบเราไม่รู้ว่าวงการบันเทิงคืออะไร แบบคนอื่นคิดกับเรายังไง ทั้งที่เราก็เจตนาดีไม่ได้คิดอะไร และโมเมนต์ที่มีชื่อเสียงแฟนคลับเรียกชื่อเรา ก็ดีใจว่านี่แฟนคลับเราจริงๆ เหรอ ส่วนข้อเสียของการเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุยังน้อย เราก็เสียความเป็นเด็กไป เสียโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมมหาลัยกับเพื่อนๆ เสียความเป็นส่วนตัว เสียความเป็นตัวเอง ถ้าเลือกย้อนไปได้ตัวเองก็จะขอเข้าวงการตอนเรียนจบ และถ้ามีเด็กในวงการอายุ 15 มาถามควรเข้าวงการไหม ก็จะบอก No แต่ถ้าอยากเข้าก็เข้าได้ แต่ถ้ายังอยากสนุกกับชีวิตอยู่ อยากใช้ชีวิตเป็นคนปกติ ไม่มีใครมาสนว่าเราจะทำอะไรก็รอก่อนดีกว่า 




และนอกจากเจมีไนน์จะมีคุณแม่หนิงเป็นคนคอยซัปพอร์ตผลักดันลูกชายมาสู่วงการบันเทิงจนมีทุกวันนี้แล้ว
เรื่องเกี่ยวกับคุณแม่ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เเจ้าตัวอ่อนไหวที่สุดด้วย เพราะเป็นคนที่ไม่อยากเห็นแม่เสียใจ แบบทุกอย่าง
base แม่หมดเลย ถ้าเห็นเขาผิดหวังเสียใจก็รู้สึกไม่โอเค ส่วนคนที่เป็นกำลังใจสำคัญก็ไม่พ้นแฟนคลับและคุณแม่
เพราะทำทุกวันนี้ก็เพราะแม่ และแม่ต้องสบายต้องหมดห่วง เขาต้องภูมิใจในตัวเราจนถึงวันสุดท้ายของเขา 🥹 





แต่เห็นแบบนี้คุณแม่จะไม่ค่อยชมเราแบบจะหาเรื่องติตลอด เพราะถ้าให้เท้าความเจมีไนน์บอก เขารู้สึกตัวเองเป็นภาระพ่อแม่เพราะเราเป็นเด็กหลอดแก้ว กว่าจะมีเราได้ช่างยากลำบาก และเคยบอกกับพ่อแม่ว่าเราไม่อยากมีลูกเลย เพราะไม่อยากให้เป็นภาระของเรา เขาก็บอกทำไมคิดงั้น แม่ไม่เคยมองเป็นภาระเลย เพราะเราเป็นส่วนที่มาเติมเต็มในชีวิตเขา
สิ่งนั้นเหมือนเป็นคำชมเลย เพราะเป้าหมายของเขาคือการมีลูก และที่ด่าๆ บ่นๆ ไม่ใช่เพราะมองเราเป็นภาระ แต่เขาอยากผลักดันให้เราไปในทางที่ดีที่สุดในวันที่เขายังอยู่ โมเมนต์ในตอนนั้นที่เขาพูดอย่างนี้ เรานั่งอยู่ในรถเบาะหลัง
ก็มีน้ำตาซึมนิดนึง แต่ทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง🥺





และคุยกันเรื่องแม่มาสักพัก พี่แอนทองพิธีกรยังทักเลยว่าก่อนหน้านี้เคยเห็นเจมีไนน์ให้สัมว่าตัวเองเป็นคนร้องไห้ยาก
แต่พี่แอนบอก เจมีไนน์ไม่ใช่คนร้องไห้ยากแค่ต้องดึงให้ถูกจุด ยิ่งตอนพูดถึงแม่คือมาเลย เพียงแต่ไม่อนุญาตให้คนอื่นเห็น แบบถ้ามีจังหวะจะไปได้สุดเหมือนกัน เพราะการเป็นศิลปินหรือนักแสดง ถ้าร้องไห้ไม่ได้นี่งานหนักมาก
ในแง่การแสดงเจมีไนน์มีสิ่งนี้





จากนี้ถ้าถามอยากทำอะไรในวงการต่อ ก็มีอยากเล่นหนัง อยากมีคอนเสิร์ตดี่ยว อยากทำอัลบัม เพราะอยากไปให้สุดในทุกสาย แต่ว่าไม่สุดสักที และถ้าอะไรทำแล้วรู้สึกมีความสุขมากที่สุด ก็เป็นการร้องเพลง แต่งานการแสดงถึงจะไม่ค่อยมั่นใจก็ยังอยากพิสูจน์ตัวเองอยู่ ส่วนบทที่อยากเล่นคือ เป็นแนวโรแมนติก เพราะไม่เคยเล่น และดูแล้วน่าจะซึมซับได้ง่ายไม่เครียด เพราะเป็นคนชอบอะไรผ่อนคลาย




ได้พูดถึงผลงานเพลงใหม่ What if ด้วยว่า เป็นเพลงที่เราแต่งเองแล้วก็มีพี่โต๋เป็นโปรดิวเซอร์ให้ จริงๆ เพลงนี้มันเริ่มตั้งแต่ตอนผมเรียน ต้องสอบแต่งเพลงแล้วผมก็ได้ไปรายการ Piano & I พี่โต๋ก็ให้การบ้านให้ไปแต่งต่อให้เสร็จผมก็เลยมีไฟแต่งจบละก็คอนเสิร์ตใหญ่ที่ผ่านมาก็เชิญพี่โต๋เป็นเกสต์ และถ้าด้านการร้องเพลง ไอดอลของเราทางนี้คือ เจฟ ซาเตอร์ กับ นนท์ ธนนท์




และในฐานะที่เจมีไนน์ก็อยู่ในวงการที่การแข่งขันสูงมาก สิ่งสำคัญคือ
การเป็นที่หนึ่งไม่ยากเท่ากับการที่จะคงอยู่ตรงนั้น เพราะมีใหม่ๆ ขึ้นมาตลอด เราจะทำยังไงให้มันแหวกไปดี
หรือทำให้มันดีสุดๆ ไปเลย





แล้วจะไม่พูดถึงพาร์ทเนอร์คนสำคัญ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ ที่จับมือกันมาจนอยู่ในจุดนี้ไม่ได้
เจมีไนน์: ก็ทำงานด้วยกัน ประมาณ 3-4 ปีแล้วไม่เคยมีปัญหากันเลย เป็นคนที่ผมรู้สึกว่าทำงานด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องพูดเขาก็รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ ซึ่งหายากมากๆ ในการทำงานกับใครบางคนที่จะคลิกกับเราได้ขนาดนี้ เป็นเคมีเดียวกัน แต่เข้ากันได้แบบงงๆ เพราะไลฟ์สไตล์เราคนละเวย์เลย เขาชอบทุกอย่างที่เราไม่ค่อยทำ เขาชอบกินเผ็ด เขาชอบไปฟิตเนส เขาชอบอยู่ห้อง แต่ด้านการทำงานเพอร์เฟ็กต์ คนที่จับคู่เรา เขารู้ได้ไงว่าเราจะเป็นได้ขนาดนี้
ถ้าถามใครซัปพอร์ตใครมากกว่า จริงๆ ก็แบ่งกันซัปพอร์ตกัน ในพาร์ทการแสดงที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ แต่ว่าเขามั่นใจ เขาก็จะซัปพอร์ต ในมุมของการร้องเพลงการเต้น เราก็จะซัปพอร์ตเขา แบ่งกันซัพพอร์ตกันไปกันมา
💞



#เจมีไนน์นรวิชญ์

ขอบคุณภาพและคลิปจาก
@PraewMagazine
แก้ไขล่าสุด 15 ธ.ค. 68 07:50 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google