5 เรื่องต้องรู้ก่อนเช่ารถ เทคนิคการเลือก รถเช่า
16 ธ.ค. 68 10:38 น. /
ดู 6,624 ครั้ง /
2 ความเห็น /
0 ชอบจัง
/
แชร์
การได้ขับรถเที่ยวเองมันให้ความรู้สึกอิสระ อยากแวะตรงไหนก็แวะอยากตื่นกี่โมงก็ได้ ไม่ต้องคอยพะวงเรื่องรอบรถสาธารณะ แต่เดี๋ยวก่อนครับ ก่อนที่เราจะไปซิ่งกันให้สนุก การเลือกรถเช่าไม่ใช่แค่เดินเข้าไปจิ้มแล้วจบนะ มันมีรายละเอียดซ่อนอยู่เยอะมาก ถ้าเลือกพลาดทริปสนุกอาจกลายเป็นทริปสยองได้เลย วันนี้ผมเลยหยิบเอาข้อมูลดี ๆ มาขยายความเล่าให้ฟังกันแบบเจาะลึก เตรียมตัวจดเทคนิคกันได้เลยกับ 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเช่ารถ
1 ทำการบ้านก่อนเช่า
ขั้นตอนแรกสุดที่เรามักจะละเลยกันคือการทำการบ้านครับ หลายคนคิดว่าไปถึงสนามบินหรือไปถึงที่เที่ยวแล้วค่อยเดินหาเคาน์เตอร์เช่ารถเอาก็ได้บอกเลยว่าคิดผิดถนัด การทำแบบนั้นนอกจากเราจะเสี่ยงเจอกับราคาที่แพงกว่าปกติเพราะเป็นการจองแบบกะทันหันแล้ว เราอาจจะไม่ได้รถรุ่นที่เราต้องการด้วย
หรือแย่ที่สุดคือรถหมดไม่มีให้เช่าเลย ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือการศึกษาข้อมูลบริษัทเช่ารถต่าง ๆ ล่วงหน้าครับ ในโลกออนไลน์ตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมาก ทั้งบริษัทเช่ารถรายใหญ่ที่เป็นแบรนด์ระดับโลก หรือบริษัทท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมีโปรโมชั่นที่แข่งขันกันดุเดือด
2 ตรวจสอบสภาพรถ
เมื่อเราจองรถและเดินทางไปถึงจุดรับรถแล้ว ขั้นตอนนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดและห้ามขี้เกียจเด็ดขาด นั่นคือการตรวจสอบสภาพรถครับ อย่าเพิ่งรีบเซ็นเอกสารรับรถแล้วขับออกไปทันทีนะ ให้เผื่อเวลาตรงนี้ไว้อย่างน้อย 10 ถึง 15 นาทีเลย เริ่มจากการเดินดูรอบ ๆ ตัวรถพร้อมกับพนักงานเช่ารถ ดูให้ละเอียดว่ามีรอยขีดข่วน รอยบุบ หรือรอยเฉี่ยวชนตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า กันชนหลัง ประตู กระจกมองข้าง หรือแม้แต่หลังคา ถ้าเจอจุดไหนที่มีรอย ให้รีบแจ้งพนักงานทันทีและให้เขาบันทึกลงในใบรับรถ แต่เทคนิคที่ผมอยากแนะนำเพิ่มเติมคือ ให้หยิบมือถือของเราขึ้นมาถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยตัวเองครับ ถ่ายให้ครบทุกมุม โดยเฉพาะจุดที่มีตำหนิ
เพื่อใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจตอนคืนรถว่ารอยนี้มันมีมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เราไปทำเพิ่ม นอกจากภายนอกแล้ว สภาพภายในและความพร้อมของรถก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องเช็คยางรถยนต์ดูว่าดอกยางยังลึกอยู่ไหม สภาพยางเก่าเกินไปหรือเปล่า เพราะนี่คือความปลอดภัยของเราโดยตรง เช็คระดับน้ำมันว่าเต็มถังตามที่ตกลงไหม เช็คระบบไฟต่าง ๆ ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ว่าติดครบทุกดวงหรือเปล่า ลองสตาร์ทรถแล้วฟังเสียงเครื่องยนต์ว่ามีเสียงผิดปกติไหม ระบบแอร์เย็นฉ่ำดีหรือเปล่า รวมถึงอุปกรณ์พื้นฐานอย่างยางอะไหล่และแม่แรงว่ามีติดรถมาให้ครบไหม การตรวจสอบอย่างละเอียดแบบนี้อาจจะดูจุกจิกไปบ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่ามันคุ้มค่ามาก เพราะถ้าเราขับรถออกไปแล้วเจอปัญหาทีหลัง หรือตอนคืนรถแล้วโดนปรับค่ารอยที่เราไม่ได้ทำ มันจะเสียทั้งเงินและเสียความรู้สึกเปล่า ๆ ครับ
3 อ่านสัญญาให้ละเอียด
เรื่องเอกสารสัญญามักจะเป็นยาขมสำหรับหลาย ๆ คน เห็นตัวหนังสือเยอะ ๆ แล้วก็อยากจะเซ็น ๆ ให้มันจบไปจะได้รีบเอารถไปขับ แต่ผมขอย้ำเลยว่าหัวข้อนี้สำคัญมาก การอ่านสัญญาให้ละเอียดคือการปกป้องสิทธิของตัวเราเองครับ สิ่งแรกที่ต้องดูคือเรื่องของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งปกติแล้วบริษัทเช่ารถจะมีประกันพื้นฐานให้อยู่แล้ว
แต่เราต้องดูให้ดีว่าความคุ้มครองมันครอบคลุมแค่ไหน เป็นประกันชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible หรือเปล่า นั่นหมายความว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี เราต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งก่อนประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือ หรือจะเป็นประกันแบบ No Deductible ที่เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลยแม้แต่บาทเดียวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าค่าเช่าก็จะแพงขึ้นอีกนิดหน่อย แต่แลกกับความสบายใจก็ถือว่าคุ้มครับ
นอกจากเรื่องประกันแล้ว เงื่อนไขการคืนรถก็ต้องดูให้ชัดเจน บริษัทส่วนใหญ่มักจะมีกติกาว่ารับรถน้ำมันเต็มถัง ก็ต้องคืนน้ำมันเต็มถัง ถ้าคืนไม่เต็มจะโดนชาร์จค่าน้ำมันบวกค่าบริการที่แพงกว่าราคาตลาดเยอะมาก หรือเรื่องเวลาในการคืนรถ บางที่มีการอนุโลมให้คืนช้าได้ 1 ชั่วโมง แต่บางที่ช้าแค่ 1 นาทีก็คิดเงินเพิ่มเป็นชั่วโมงหรือคิดเป็นวันเลยก็มี
รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่อาจจะซ่อนอยู่ เช่น ค่าบริการรับส่งรถนอกสถานที่ ค่าปรับหากทำกุญแจหาย หรือข้อกำหนดเรื่องการจำกัดระยะทางในการขับขี่ต่อวัน ข้อมูลพวกนี้อยู่ในสัญญาทั้งหมดครับ สละเวลาอ่านสักนิด ทำความเข้าใจให้ตรงกันกับพนักงานก่อนเซ็นชื่อ จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกันทีหลังให้ปวดหัวครับ
4 เลือกขนาดรถให้เหมาะสม
การเลือกขนาดรถไม่ใช่แค่ดูที่ความสวยงามหรือราคาถูกที่สุดเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้งานจริงในทริปนั้น ๆ ด้วยครับ เราต้องพิจารณาจากจำนวนผู้โดยสารเป็นหลักก่อน ถ้าไปกันแค่ 2 คน การเช่ารถอีโคคาร์คันเล็ก ๆ ก็อาจจะเพียงพอและคล่องตัวดี ประหยัดน้ำมันด้วย แต่ถ้าไปกันเป็นแก๊ง 4 หรือ 5 คน หรือเป็นครอบครัวใหญ่ การจะอัดกันเข้าไปในรถคันเล็ก ๆ อาจทำให้นั่งไม่สบาย อึดอัด และเดินทางไม่สนุกได้ นอกจากจำนวนคนแล้ว สัมภาระก็เป็นตัวแปรสำคัญครับ อย่าลืมว่าถ้าคนเยอะ กระเป๋าก็จะเยอะตามไปด้วย ถ้ารถนั่งสบายแต่ไม่มีที่ใส่กระเป๋าเดินทาง
ต้องเอามากอดไว้บนตักตลอดทางก็คงไม่ไหวเหมือนกัน อีกเรื่องที่ต้องคิดคือเส้นทางที่เราจะไปครับ ถ้าทริปนี้เราเน้นขับรถเที่ยวในเมือง ชิล ๆ ทางราบ การใช้รถเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ก็เอาอยู่สบาย ๆ แต่ถ้าแผนการเดินทางของเราคือการขึ้นดอยสูง ชัน และคดเคี้ยว อย่างเช่นการไปเที่ยวภาคเหนือ การเลือกรถที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงขึ้นมาหน่อย เช่น เครื่อง 1500 ซีซี ขึ้นไป หรือรถกระบะยกสูง ก็จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและมั่นใจกว่ามากครับ รถเล็ก ๆ อาจจะขึ้นเขาไหวก็จริง แต่เครื่องยนต์จะทำงานหนักมากและอาจจะเสี่ยงต่อความปลอดภัยในจังหวะเร่งแซงหรือขึ้นเนินชัน ๆ ได้ ดังนั้นก่อนจองรถ ลองกางแผนที่ดูเส้นทางและนับจำนวนคนกับกระเป๋าให้ดีก่อน แล้วเลือกขนาดรถที่ตอบโจทย์ที่สุด ยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อแลกกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยของทุกคนในทริป ผมว่ายังไงก็คุ้มกว่าครับ
5 เตรียมเอกสารให้ครบ
เมื่อเราเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมแล้ว สิ่งสุดท้ายที่จะทำให้เราได้รับรถมาขับจริง ๆ ก็คือเอกสารครับ หลายคนตกม้าตายตอนจบเพราะลืมเตรียมเอกสารหรือเอกสารไม่พร้อม ทำให้เสียเวลาหรือถึงขั้นเช่ารถไม่ได้เลยก็มี เอกสารหลัก ๆ ที่ต้องใช้แน่นอนคือ บัตรประชาชนสำหรับคนไทย หรือพาสปอร์ตสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งต้องดูด้วยว่ายังไม่หมดอายุนะครับ ต่อมาคือ ใบขับขี่ นี่คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยต้องเป็นใบขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุเช่นกัน และตรงกับประเภทรถที่เราจะเช่าด้วย ถ้าใครจะไปเช่ารถขับที่ต่างประเทศก็ต้องเตรียมใบขับขี่สากลไปด้วยนะครับ
หาเว็บ [url=vanvipservicethailand.com]ให้เช่ารถตู้ ที่ใหนดี
ยกระดับการเดินทางของคุณให้เหนือกว่า กับ Van VIP Service Thailand เริ่มต้นเพียง 2,200 บาท/วัน กับบริการ
[url= vanvipservicethailand.com]รถตู้ให้เช่า
"มากกว่าการเดินทาง คือประสบการณ์สุดพิเศษที่คุณสัมผัสได้"
เราพร้อมให้บริการรถตู้เช่าพร้อมคนขับระดับ VIP ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว รับรองแขกคนสำคัญ หรือท่องเที่ยวกับแก๊งเพื่อน ด้วยรถรุ่นใหม่ล่าสุด ตกแต่งภายในหรูหรา ในราคาที่จับต้องได้

🚗 กองทัพรถคุณภาพ พร้อมให้บริการ
VAN 1 Toyota Commuter 2.8 (ปี 2024) ใหม่ล่าสุด! เครื่องเสียงกระหึ่ม ทีวี คาราโอเกะ แอร์ไมโครบัสเย็นฉ่ำทั่วคัน
VAN 2 Toyota Commuter 2.8 (ปี 2021) เบาะ VIP 10 ที่นั่ง นุ่มสบาย รองรับทุกสรีระ
🌟 ทำไมต้องเลือกเรา?
ความหรูหราที่จับต้องได้ ภายในตกแต่ง VIP เต็มระบบ เบาะหนังปรับเอนนอนได้ พร้อมไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศสุดชิล
บันเทิงครบวงจร จะดูหนัง ฟังเพลง หรือร้องคาราโอเกะ ก็ทำได้ดั่งใจเหมือนมีโรงหนังส่วนตัวเคลื่อนที่
ปลอดภัยอันดับ 1 คนขับมืออาชีพ ชำนาญเส้นทาง สุภาพและใส่ใจดุจคนในครอบครัว พร้อมพาคุณไปทุกจุดหมายอย่างปลอดภัย
Flexible Routing อิสระทุกการเดินทาง อยากแวะไหน ทานอะไร แจ้งคนขับได้ทันที เราพร้อมบริการตามใจคุณ
Website: www.vanvipservicethailand.com
Contact Name: ติ้กทัวร์
Tel: 062-387-5152
ขั้นตอนแรกสุดที่เรามักจะละเลยกันคือการทำการบ้านครับ หลายคนคิดว่าไปถึงสนามบินหรือไปถึงที่เที่ยวแล้วค่อยเดินหาเคาน์เตอร์เช่ารถเอาก็ได้บอกเลยว่าคิดผิดถนัด การทำแบบนั้นนอกจากเราจะเสี่ยงเจอกับราคาที่แพงกว่าปกติเพราะเป็นการจองแบบกะทันหันแล้ว เราอาจจะไม่ได้รถรุ่นที่เราต้องการด้วย
หรือแย่ที่สุดคือรถหมดไม่มีให้เช่าเลย ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือการศึกษาข้อมูลบริษัทเช่ารถต่าง ๆ ล่วงหน้าครับ ในโลกออนไลน์ตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมาก ทั้งบริษัทเช่ารถรายใหญ่ที่เป็นแบรนด์ระดับโลก หรือบริษัทท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมีโปรโมชั่นที่แข่งขันกันดุเดือด
2 ตรวจสอบสภาพรถ
เมื่อเราจองรถและเดินทางไปถึงจุดรับรถแล้ว ขั้นตอนนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดและห้ามขี้เกียจเด็ดขาด นั่นคือการตรวจสอบสภาพรถครับ อย่าเพิ่งรีบเซ็นเอกสารรับรถแล้วขับออกไปทันทีนะ ให้เผื่อเวลาตรงนี้ไว้อย่างน้อย 10 ถึง 15 นาทีเลย เริ่มจากการเดินดูรอบ ๆ ตัวรถพร้อมกับพนักงานเช่ารถ ดูให้ละเอียดว่ามีรอยขีดข่วน รอยบุบ หรือรอยเฉี่ยวชนตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า กันชนหลัง ประตู กระจกมองข้าง หรือแม้แต่หลังคา ถ้าเจอจุดไหนที่มีรอย ให้รีบแจ้งพนักงานทันทีและให้เขาบันทึกลงในใบรับรถ แต่เทคนิคที่ผมอยากแนะนำเพิ่มเติมคือ ให้หยิบมือถือของเราขึ้นมาถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยตัวเองครับ ถ่ายให้ครบทุกมุม โดยเฉพาะจุดที่มีตำหนิ
เพื่อใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจตอนคืนรถว่ารอยนี้มันมีมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เราไปทำเพิ่ม นอกจากภายนอกแล้ว สภาพภายในและความพร้อมของรถก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องเช็คยางรถยนต์ดูว่าดอกยางยังลึกอยู่ไหม สภาพยางเก่าเกินไปหรือเปล่า เพราะนี่คือความปลอดภัยของเราโดยตรง เช็คระดับน้ำมันว่าเต็มถังตามที่ตกลงไหม เช็คระบบไฟต่าง ๆ ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ว่าติดครบทุกดวงหรือเปล่า ลองสตาร์ทรถแล้วฟังเสียงเครื่องยนต์ว่ามีเสียงผิดปกติไหม ระบบแอร์เย็นฉ่ำดีหรือเปล่า รวมถึงอุปกรณ์พื้นฐานอย่างยางอะไหล่และแม่แรงว่ามีติดรถมาให้ครบไหม การตรวจสอบอย่างละเอียดแบบนี้อาจจะดูจุกจิกไปบ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่ามันคุ้มค่ามาก เพราะถ้าเราขับรถออกไปแล้วเจอปัญหาทีหลัง หรือตอนคืนรถแล้วโดนปรับค่ารอยที่เราไม่ได้ทำ มันจะเสียทั้งเงินและเสียความรู้สึกเปล่า ๆ ครับ
3 อ่านสัญญาให้ละเอียด
เรื่องเอกสารสัญญามักจะเป็นยาขมสำหรับหลาย ๆ คน เห็นตัวหนังสือเยอะ ๆ แล้วก็อยากจะเซ็น ๆ ให้มันจบไปจะได้รีบเอารถไปขับ แต่ผมขอย้ำเลยว่าหัวข้อนี้สำคัญมาก การอ่านสัญญาให้ละเอียดคือการปกป้องสิทธิของตัวเราเองครับ สิ่งแรกที่ต้องดูคือเรื่องของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งปกติแล้วบริษัทเช่ารถจะมีประกันพื้นฐานให้อยู่แล้ว
แต่เราต้องดูให้ดีว่าความคุ้มครองมันครอบคลุมแค่ไหน เป็นประกันชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible หรือเปล่า นั่นหมายความว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี เราต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งก่อนประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือ หรือจะเป็นประกันแบบ No Deductible ที่เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลยแม้แต่บาทเดียวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าค่าเช่าก็จะแพงขึ้นอีกนิดหน่อย แต่แลกกับความสบายใจก็ถือว่าคุ้มครับ
นอกจากเรื่องประกันแล้ว เงื่อนไขการคืนรถก็ต้องดูให้ชัดเจน บริษัทส่วนใหญ่มักจะมีกติกาว่ารับรถน้ำมันเต็มถัง ก็ต้องคืนน้ำมันเต็มถัง ถ้าคืนไม่เต็มจะโดนชาร์จค่าน้ำมันบวกค่าบริการที่แพงกว่าราคาตลาดเยอะมาก หรือเรื่องเวลาในการคืนรถ บางที่มีการอนุโลมให้คืนช้าได้ 1 ชั่วโมง แต่บางที่ช้าแค่ 1 นาทีก็คิดเงินเพิ่มเป็นชั่วโมงหรือคิดเป็นวันเลยก็มี
รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่อาจจะซ่อนอยู่ เช่น ค่าบริการรับส่งรถนอกสถานที่ ค่าปรับหากทำกุญแจหาย หรือข้อกำหนดเรื่องการจำกัดระยะทางในการขับขี่ต่อวัน ข้อมูลพวกนี้อยู่ในสัญญาทั้งหมดครับ สละเวลาอ่านสักนิด ทำความเข้าใจให้ตรงกันกับพนักงานก่อนเซ็นชื่อ จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกันทีหลังให้ปวดหัวครับ
4 เลือกขนาดรถให้เหมาะสม
การเลือกขนาดรถไม่ใช่แค่ดูที่ความสวยงามหรือราคาถูกที่สุดเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้งานจริงในทริปนั้น ๆ ด้วยครับ เราต้องพิจารณาจากจำนวนผู้โดยสารเป็นหลักก่อน ถ้าไปกันแค่ 2 คน การเช่ารถอีโคคาร์คันเล็ก ๆ ก็อาจจะเพียงพอและคล่องตัวดี ประหยัดน้ำมันด้วย แต่ถ้าไปกันเป็นแก๊ง 4 หรือ 5 คน หรือเป็นครอบครัวใหญ่ การจะอัดกันเข้าไปในรถคันเล็ก ๆ อาจทำให้นั่งไม่สบาย อึดอัด และเดินทางไม่สนุกได้ นอกจากจำนวนคนแล้ว สัมภาระก็เป็นตัวแปรสำคัญครับ อย่าลืมว่าถ้าคนเยอะ กระเป๋าก็จะเยอะตามไปด้วย ถ้ารถนั่งสบายแต่ไม่มีที่ใส่กระเป๋าเดินทาง
ต้องเอามากอดไว้บนตักตลอดทางก็คงไม่ไหวเหมือนกัน อีกเรื่องที่ต้องคิดคือเส้นทางที่เราจะไปครับ ถ้าทริปนี้เราเน้นขับรถเที่ยวในเมือง ชิล ๆ ทางราบ การใช้รถเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ก็เอาอยู่สบาย ๆ แต่ถ้าแผนการเดินทางของเราคือการขึ้นดอยสูง ชัน และคดเคี้ยว อย่างเช่นการไปเที่ยวภาคเหนือ การเลือกรถที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงขึ้นมาหน่อย เช่น เครื่อง 1500 ซีซี ขึ้นไป หรือรถกระบะยกสูง ก็จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและมั่นใจกว่ามากครับ รถเล็ก ๆ อาจจะขึ้นเขาไหวก็จริง แต่เครื่องยนต์จะทำงานหนักมากและอาจจะเสี่ยงต่อความปลอดภัยในจังหวะเร่งแซงหรือขึ้นเนินชัน ๆ ได้ ดังนั้นก่อนจองรถ ลองกางแผนที่ดูเส้นทางและนับจำนวนคนกับกระเป๋าให้ดีก่อน แล้วเลือกขนาดรถที่ตอบโจทย์ที่สุด ยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อแลกกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยของทุกคนในทริป ผมว่ายังไงก็คุ้มกว่าครับ
5 เตรียมเอกสารให้ครบ
เมื่อเราเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมแล้ว สิ่งสุดท้ายที่จะทำให้เราได้รับรถมาขับจริง ๆ ก็คือเอกสารครับ หลายคนตกม้าตายตอนจบเพราะลืมเตรียมเอกสารหรือเอกสารไม่พร้อม ทำให้เสียเวลาหรือถึงขั้นเช่ารถไม่ได้เลยก็มี เอกสารหลัก ๆ ที่ต้องใช้แน่นอนคือ บัตรประชาชนสำหรับคนไทย หรือพาสปอร์ตสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งต้องดูด้วยว่ายังไม่หมดอายุนะครับ ต่อมาคือ ใบขับขี่ นี่คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยต้องเป็นใบขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุเช่นกัน และตรงกับประเภทรถที่เราจะเช่าด้วย ถ้าใครจะไปเช่ารถขับที่ต่างประเทศก็ต้องเตรียมใบขับขี่สากลไปด้วยนะครับ
หาเว็บ [url=vanvipservicethailand.com]ให้เช่ารถตู้ ที่ใหนดี
ยกระดับการเดินทางของคุณให้เหนือกว่า กับ Van VIP Service Thailand เริ่มต้นเพียง 2,200 บาท/วัน กับบริการ
[url= vanvipservicethailand.com]รถตู้ให้เช่า
"มากกว่าการเดินทาง คือประสบการณ์สุดพิเศษที่คุณสัมผัสได้"
เราพร้อมให้บริการรถตู้เช่าพร้อมคนขับระดับ VIP ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว รับรองแขกคนสำคัญ หรือท่องเที่ยวกับแก๊งเพื่อน ด้วยรถรุ่นใหม่ล่าสุด ตกแต่งภายในหรูหรา ในราคาที่จับต้องได้

🚗 กองทัพรถคุณภาพ พร้อมให้บริการ
VAN 1 Toyota Commuter 2.8 (ปี 2024) ใหม่ล่าสุด! เครื่องเสียงกระหึ่ม ทีวี คาราโอเกะ แอร์ไมโครบัสเย็นฉ่ำทั่วคัน
VAN 2 Toyota Commuter 2.8 (ปี 2021) เบาะ VIP 10 ที่นั่ง นุ่มสบาย รองรับทุกสรีระ
🌟 ทำไมต้องเลือกเรา?
ความหรูหราที่จับต้องได้ ภายในตกแต่ง VIP เต็มระบบ เบาะหนังปรับเอนนอนได้ พร้อมไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศสุดชิล
บันเทิงครบวงจร จะดูหนัง ฟังเพลง หรือร้องคาราโอเกะ ก็ทำได้ดั่งใจเหมือนมีโรงหนังส่วนตัวเคลื่อนที่
ปลอดภัยอันดับ 1 คนขับมืออาชีพ ชำนาญเส้นทาง สุภาพและใส่ใจดุจคนในครอบครัว พร้อมพาคุณไปทุกจุดหมายอย่างปลอดภัย
Flexible Routing อิสระทุกการเดินทาง อยากแวะไหน ทานอะไร แจ้งคนขับได้ทันที เราพร้อมบริการตามใจคุณ
Website: www.vanvipservicethailand.com
Contact Name: ติ้กทัวร์
Tel: 062-387-5152
แก้ไขล่าสุด 16 ธ.ค. 68 10:44 |
เลขไอพี : ไม่แสดง
| ตั้งกระทู้โดย Windows 10
มุมสมาชิก กระทู้ล่าสุดโดย Tumweb.online
- รีวิวหนัง สวดส่งไปลงนรก เรื่อง Prey for the Devil กับการล่าท้าผีในนามของแม่ชี sister (บันเทิง)
- สร้างรายชือลูกค้า ด้วย salepage เก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อทำการตลาดแบบ Forever (เทคโนโลยี)
- เป๊ปซี่กับการปฏิวัติสมรภูมิร้านอาหารด้วยกลยุทธ์เลข 10 ที่เปลี่ยนโลกน้ำดำ (เทคโนโลยี)
- ลานกางเต็นท์ริมทะเล ชลบุรี นอกจากเกาะล้าน ที่อยากแนะนำ (กินๆ เที่ยวๆ)
- ford everest platinum รถ SUV อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์คนรักการเดินทางทุกรูปแบบ (เบ็ดเตล็ด)
- กระทู้โดย Tumweb.online ทั้งหมด
แสดงกระทู้ล่าสุดโดยเปิด มุมสมาชิก และเลือกแสดงกระทู้ที่ตั้ง
อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)
ความคิดเห็น
จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google


