สร้างรายชือลูกค้า ด้วย salepage เก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อทำการตลาดแบบ Forever
14 ก.พ. 69 14:55 น. /
ดู 6,406 ครั้ง /
5 ความเห็น /
0 ชอบจัง
/
แชร์
ในยุคนี้ถ้าใครยังทำธุรกิจแบบเดิมๆ โดยไม่สนเรื่องการเก็บข้อมูลลูกค้าเลย บอกเลยว่าคุณกำลังเดินช้ากว่าคนอื่นไปหลายก้าวมากครับ การทำธุรกิจในปัจจุบันไม่ใช่แค่การเปิดร้านแล้วรอคนเดินเข้ามา แต่เป็นการวิ่งเข้าหาลูกค้าให้ตรงจุดที่สุด และเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้ที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักคือหน้าขายสินค้าหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าหน้าเซลเพจครับ เพราะนี่คืออาวุธลับที่จะเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นลูกค้าประจำของคุณได้แบบไม่ยากเย็นเลยครับ

สร้างรายชื่อลูกค้า ด้วย salepage
การที่เรามีหน้าเซลเพจที่สวยงามและใช้งานง่ายนั้นไม่ได้มีหน้าที่แค่ขายของเพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ แต่หน้าที่หลักที่สำคัญมากอย่างหนึ่งคือการเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมรายชื่อของคนที่สนใจในสินค้าหรือบริการของเราจริงๆ ลองจินตนาการดูนะครับว่าถ้ามีคน 100 คนเดินเข้ามาดูสินค้าของคุณแล้วเดินจากไปโดยที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวคนเหล่านั้นเลย คุณก็จะเสียโอกาสในการติดตามผลไปแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ถ้าคุณมีหน้าเซลเพจที่ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือไอดีไลน์ คุณก็จะสามารถติดต่อกลับไปหาคนเหล่านั้นได้ในภายหลัง ซึ่งการมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือนี่แหละครับที่เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในการทำธุรกิจยุคดิจิทัล เพราะรายชื่อเหล่านี้คือกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพสูงกว่าการที่คุณไปสุ่มหาลูกค้าใหม่ๆ จากการยิงโฆษณาแบบกว้างๆ เพียงอย่างเดียว
การทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดๆ ก็ตามสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจ คือการกำรายชื่อลูกค้าผู้มุ่งหวังให้มาอยู่ในมือได้มากที่สุด
ไม่ว่าคุณจะขายสบู่ ขายคอร์สเรียนออนไลน์ หรือทำธุรกิจเครือข่าย หัวใจสำคัญที่ตัดสินว่าคุณจะอยู่รอดหรือไปต่อได้ไกลแค่ไหนก็คือการมีรายชื่อผู้มุ่งหวังอยู่ในมือครับ การที่เรามีรายชื่อลูกค้าจำนวนมากจะทำให้เรามีความได้เปรียบอย่างมหาศาล เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีสินค้าใหม่ออกมา หรือมีโปรโมชั่นพิเศษ เราสามารถส่งข่าวสารเหล่านั้นตรงถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเริ่มนับ 1 ใหม่ในการค้นหาลูกค้า การมีฐานข้อมูลลูกค้าเป้าหมายที่ตรงกลุ่มจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและพลังงานไปได้เยอะมากครับ ในโลกของนักการตลาดมือโปรเขามักจะพูดกันว่าเงินทองอยู่ในรายชื่ออีเมลหรือรายชื่อลูกค้านี่แหละครับ ดังนั้นเป้าหมายแรกของการทำธุรกิจของคุณควรจะเป็นการสะสมรายชื่อคนที่มีโอกาสจะซื้อสินค้าของคุณให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในแต่ละวันครับ
https://i.postimg.cc/qMB2jSfh/salep.........-FLr-JBg-sd.jpg
สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้า (Customer Data) เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจแบบที่ผมเล่าไปในบทความก่อนหน้านี้ มีเครื่องมือที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมระดับโลกอยู่หลายตัวครับ แต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นต่างกันไปตามประเภทธุรกิจของคุณ ดังนี้ครับ
ตัวอย่าง platform การเก็บข้อมูลลูกค้ามา 5 website
_________
1 HubSpot
นี่คือ "เครื่องมือครอบจักรวาล" ที่สายการตลาดดิจิทัลต้องรู้จักครับ จุดเด่นของ HubSpot คือเขามีระบบ CRM (Customer Relationship Management) ให้ใช้ฟรีแบบตลอดชีพ ซึ่งช่วยให้คุณเก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้า ประวัติการคุย และสถานะการซื้อขายได้ในที่เดียว แถมยังมีฟีเจอร์สร้างหน้า Salepage หรือ Landing Page ที่ใช้งานง่ายมากครับ
2 Mailchimp
หลายคนอาจคิดว่า Mailchimp มีไว้แค่ส่งอีเมล แต่จริงๆ แล้วเขามีเครื่องมือสร้าง Salepage ที่ทรงพลังมากครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็บรายชื่อ (Leads) เพื่อทำแคมเปญการตลาดผ่านอีเมลต่อโดยเฉพาะ ระบบจัดการข้อมูลลูกค้าของเขานั้นเน้นความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มสะสมฐานแฟนคลับครับ
3 Salesforce
หากธุรกิจของคุณเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นและต้องการการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน Salesforce คือเบอร์ 1 ของโลกในด้านนี้ครับ ระบบนี้สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้ละเอียดมาก ตั้งแต่พฤติกรรมการซื้อไปจนถึงการวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต แต่อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งานนานกว่าตัวอื่นนิดหน่อยครับ
4 Bentoweb
มาดูฝั่งคนไทยกันบ้างครับ Bentoweb เป็นแพลตฟอร์มระบบหลังบ้านร้านค้าออนไลน์ของไทยที่เข้าใจพฤติกรรมคนไทยเป็นอย่างดี เขามีระบบจัดการออเดอร์และเก็บข้อมูลลูกค้าที่เชื่อมต่อกับ Social Media ได้ดีมาก เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากมีระบบจัดเก็บรายชื่อลูกค้าที่คุยกันผ่าน Facebook หรือ LINE ครับ
5 ClickFunnels
ถ้าคุณเน้นการทำ "Sale Funnel" หรือหน้าขายของแบบปิดการขายในหน้าเดียว ClickFunnels คือเจ้าพ่อในวงการนี้เลยครับ เขาเน้นออกแบบมาเพื่อให้คนตัดสินใจซื้อหรือกรอกข้อมูลให้เรามากที่สุด โดยมีเทมเพลตสำเร็จรูปที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้ผลจริง ช่วยให้คุณสร้างรายชื่อลูกค้าได้เร็วขึ้นหลายเท่าครับ
_________
ทั้ง 5 แพลตฟอร์มนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดแบบไหนและงบประมาณเท่าไหร่ครับ
เพราะเป็นเสมือนกุญแจสำคัญที่สามารถทำให้สินค้าของคุณสามารถขายได้มากกว่าคู่แข่ง ด้วยต้นทุนที่มี
ทำไมการมีรายชื่อถึงทำให้เราชนะคู่แข่งได้ คำตอบง่ายๆ คือเรื่องของโอกาสครับ ถ้าคู่แข่งของคุณไม่มีระบบเก็บข้อมูลลูกค้า เขาต้องใช้เงินจ้างโฆษณาตลอดเวลาเพื่อหาลูกค้าหน้าใหม่เข้ามา แต่สำหรับคุณที่มีฐานข้อมูลอยู่ในมือ คุณสามารถเลือกสื่อสารกับลูกค้าเก่าหรือผู้ที่เคยแสดงความสนใจไว้ได้โดยตรง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกค้าเก่าหรือการติดตามคนที่สนใจอยู่นั้นต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ถึง 5 เท่าถึง 7 เท่าเลยทีเดียวครับ เมื่อต้นทุนในการเข้าถึงลูกค้าของคุณต่ำลง คุณก็จะมีงบประมาณเหลือไปใช้ในการพัฒนาสินค้าหรือทำโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจได้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งเอาไปขยายธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้อีกเพียบเลยครับ การมีระบบเซลเพจที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างความได้เปรียบในเชิงธุรกิจที่ยั่งยืนนั่นเองครับ
ใครลดต้นทุนได้มากกว่า ถือว่าเป็นผู้ชนะ เพราะผลกำไรที่ได้บางครั้งอาจต้องแลกด้วยต้นทุนที่สูง
ในการทำธุรกิจนั้นกำไรไม่ได้เกิดจากยอดขายเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันเกิดจากยอดขายลบด้วยต้นทุนทั้งหมดที่คุณจ่ายไป บางคนอาจจะขายของได้หลักล้านบาทแต่ต้องจ่ายค่าโฆษณาไปแล้ว 9 แสนบาท แบบนี้เหลือกำไรแค่ 1 แสนบาทเท่านั้นเองครับ ในขณะที่อีกคนอาจจะขายได้แค่ 5 แสนบาทแต่ใช้ระบบเซลเพจเก็บรายชื่อลูกค้าไว้ทำให้ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแพงๆ โดยเขาอาจจะมีต้นทุนโฆษณาแค่ 1 แสนบาท ทำให้เหลือกำไรถึง 4 แสนบาทเลยทีเดียวครับ จะเห็นได้ว่าคนที่ขายได้น้อยกว่าอาจจะเป็นผู้ชนะตัวจริงในแง่ของผลกำไรสุทธิก็ได้ครับ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีอย่างหน้าเซลเพจมาใช้เพื่อลดการพึ่งพิงแพลตฟอร์มโฆษณาเพียงอย่างเดียวจึงเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก เพราะมันช่วยให้คุณคุมต้นทุนได้อยู่หมัดและสร้างกำไรที่เป็นกอบเป็นกำให้กับกระเป๋าเงินของคุณได้อย่างแท้จริงครับ

ส่วนวิธีการสร้างผู้มุ่งหวัง ในโลกออนไลน์ นั้นตอบโจทก์ได้ดีกว่าโลก offline
หากเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจแบบออฟไลน์สมัยก่อนที่เราต้องเดินแจกใบปลิวหรือไปออกบูธตามห้างสรรพสินค้าเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ลูกค้า บอกเลยว่ามันทั้งเหนื่อยและใช้ต้นทุนสูงมากครับ แถมคนส่วนใหญ่ยังรู้สึกรำคาญใจที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัวอีกด้วย แต่ในโลกออนไลน์ทุกอย่างเปลี่ยนไปครับ เราสามารถเข้าถึงผู้คนได้นับหมื่นนับแสนคนภายในเวลาไม่กี่นาทีผ่านปลายนิ้วสัมผัส และที่สำคัญคือเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครเห็นข้อความของเราบ้าง โดยเราใช้หน้าเซลเพจเป็นเสมือนพนักงานขายที่ทำงานให้เราตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดพักผ่อนครับ ลูกค้าสามารถเข้ามาอ่านข้อมูล ศึกษาความน่าสนใจ และตัดสินใจกรอกข้อมูลทิ้งไว้ให้เราได้ในเวลาที่พวกเขาสะดวกที่สุด ซึ่งเป็นการตกลงใจด้วยความสมัครใจของลูกค้าเอง ทำให้ข้อมูลที่เราได้มานั้นมีคุณภาพสูงกว่าการไปตื้อหรือบีบบังคับเอามาจากโลกออฟไลน์หลายเท่าตัวเลยครับ
การสร้างรายชื่อลูกค้าด้วยการสร้างหน้า salepage นั้นเป็นการสร้างหน้าตัวกลาง
ตัวเซลเพจนี้เองครับที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างคุณกับลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม ปกติเวลาเรายิงโฆษณาเรามักจะส่งคนไปที่หน้าเฟซบุ๊กเพจหรือหน้าเว็บไซต์หลักของบริษัทซึ่งมักจะมีข้อมูลเยอะแยะเต็มไปหมดจนลูกค้าลายตาและสุดท้ายก็ปิดหน้านั้นทิ้งไปครับ แต่การมีหน้าเซลเพจที่เป็นตัวกลางจะช่วยสกัดเอาเฉพาะส่วนที่สำคัญที่สุดมานำเสนอให้กับลูกค้าอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การดึงดูดความสนใจด้วยพาดหัวที่โดนใจ การบอกเล่าปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ และการเสนอทางออกด้วยสินค้าของคุณ ไปจนถึงการปิดท้ายด้วยการขอข้อมูลติดต่อครับ กระบวนการที่เป็นระบบแบบนี้จะช่วยกรองคนที่ไม่ใช่ออกไปและเก็บรักษาเฉพาะคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าจริงเท่านั้นเอาไว้ ทำให้การทำงานในขั้นตอนต่อๆ ไปของคุณนั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ
เพื่อให้สินค้าหรือบริการของคุณมีความแตกต่างจากคู่แข่ง
ในตลาดที่มีสินค้าคล้ายๆ กันเต็มไปหมด สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อจากคุณไม่ใช่แค่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียวครับ แต่เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือและการนำเสนอที่แตกต่าง การมีหน้าเซลเพจที่ออกแบบมาเฉพาะตัวจะทำให้คุณดูมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าคู่แข่งที่ใช้แค่หน้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดียทั่วไปครับ คุณสามารถใส่รีวิวจากลูกค้าตัวจริง ใส่รูปภาพผลลัพธ์การใช้งานที่ดูดี หรือใส่คลิปวิดีโอแนะนำตัวคุณเองลงไปได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีครับ เมื่อลูกค้าเชื่อมั่นในตัวคุณมากกว่าคู่แข่ง เขาก็พร้อมที่จะมอบข้อมูลติดต่อหรือตัดสินใจซื้อสินค้าจากคุณได้ง่ายขึ้นแม้ว่าราคาของคุณอาจจะสูงกว่าคู่แข่งเล็กน้อยก็ตามครับ ความแตกต่างที่สร้างขึ้นผ่านเซลเพจนี้เองคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นออกมาจากฝูงชนครับ
ยกตัวอย่างเช่น การทำธุรกิจเครือข่ายผ่านสื่อออนไลน์
ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดอย่างหนึ่งคือธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจขายตรงครับ หลายคนที่ทำธุรกิจนี้มักจะได้เว็บไซต์สำเร็จรูปมาจากบริษัทใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าสมาชิกทุกคนก็จะได้หน้าตาเว็บแบบเดียวกันเป๊ะ มีรูปผู้บริหารคนเดียวกัน มีสินค้าตัวเดียวกัน และมีข้อมูลบริษัทแบบเดียวกันหมดเลยครับ ลองคิดดูนะครับว่าถ้าลูกค้าคนหนึ่งเห็นหน้าเว็บหน้าตาเหมือนกัน 10 รอบจาก 10 คนที่แตกต่างกัน เขาจะจำคุณได้ไหมครับ คำตอบคือยากมากครับ เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้คุณดูพิเศษกว่าคนอื่นเลย นี่คือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์เพราะทำตัวให้เป็นเพียงแค่หนึ่งในล้านที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลยครับ แต่ถ้าคุณหันมาใช้หน้าเซลเพจส่วนตัวในการนำเสนอมุมมองของคุณเอง บอกเล่าประสบการณ์ที่คุณใช้สินค้าแล้วได้ผลจริง หรือบอกเหตุผลว่าทำไมลูกค้าถึงควรมาสมัครร่วมทีมกับคุณโดยเฉพาะ สิ่งนี้จะทำให้คุณดูมีตัวตนและมีความน่าสนใจขึ้นมาทันทีในสายตาของผู้มุ่งหวังครับ
การสร้างหน้า salepage เปรียบเสมือนการสร้างความแตกต่างเพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่ง
การที่เรามีหน้าเพจที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของคุณให้ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ ครับ เมื่อผู้ที่เข้าชมได้เห็นการนำเสนอที่ใส่ใจและมีความแตกต่าง พวกเขาก็จะเกิดความรู้สึกประทับใจและเกิดความสนใจที่จะคลิกเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นครับ อัตราการคลิกหรือที่นักการตลาดเรียกว่าค่าซีทีอาร์ของคุณจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้หน้าเว็บทั่วไปที่น่าเบื่อครับ ยิ่งมีคนคลิกเข้ามาดูมากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะได้รายชื่อผู้มุ่งหวังมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นครับ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานแฟนคลับที่จะติดตามผลงานและสนับสนุนธุรกิจของคุณไปในระยะยาวครับ การลงทุนลงแรงสร้างหน้าเซลเพจที่แตกต่างจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ในตอนนี้ครับ
สามารถเปลี่ยนอัตราการคลิกของคุณให้เป็นลูกค้าหรือสมาชิกของคุณในอนาคตได้
เป้าหมายสูงสุดของการทำหน้าเซลเพจไม่ใช่แค่ให้คนเข้ามาดูแล้วจากไปครับ แต่มันคือการเปลี่ยนทราฟฟิกหรือจำนวนคนที่เข้ามาให้กลายเป็นลูกค้าหรือสมาชิกจริงๆ ให้ได้ครับ ระบบเซลเพจที่ดีจะมีการวางโครงสร้างทางจิตวิทยาเพื่อจูงใจให้คนทำกิจกรรมบางอย่างบนหน้านั้นๆ เสมอ เช่น การกดปุ่มแอดไลน์ หรือการกรอกฟอร์มเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งถ้าคุณมีการวางแผนที่ดี คุณจะสามารถเปลี่ยนอัตราการตอบรับจากคนที่ไม่รู้จักเลยให้กลายเป็นคนที่พร้อมจะคุยกับคุณได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยครับ เมื่อคุณมีข้อมูลของเขาแล้ว คุณก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ผ่านการส่งความรู้ที่มีประโยชน์ หรือการส่งโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของเขาจริงๆ ไปให้ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนสถานะจากคนแปลกหน้ามาเป็นลูกค้าแบบนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติที่สุดผ่านการใช้ระบบเซลเพจครับ
เก็บรายชื่อลูกค้าของคุณได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแจกของฟรี เพื่อเก็บข้อมูลอีเมล
เทคนิคหนึ่งที่ได้ผลดีเยี่ยมในการใช้เซลเพจคือการทำสิ่งที่เรียกว่าลีดแมกเน็ตหรือการใช้สิ่งของที่มีมูลค่ามาแลกกับข้อมูลของลูกค้าครับ คุณอาจจะสร้างหน้าเซลเพจขึ้นมาหน้าหนึ่งเพื่อแจกอีบุ๊กฟรี แจกคอร์สเรียนสั้นๆ 1 บทเรียน หรือแจกโค้ดส่วนลดพิเศษ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแลกกับการให้ลูกค้ากรอกอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่สุภาพและทรงพลังมาก เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าเขาได้รับความคุ้มค่าตั้งแต่ยังไม่ได้ควักเงินจ่ายเลยด้วยซ้ำครับ นอกจากนี้คุณยังสามารถสร้างหน้าโปรโมชั่นเฉพาะกิจเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในทันที หรือการให้ข้อมูลเชิงลึกที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมคลิกเข้าสู่หน้าหลักของเว็บไซต์บริษัทคุณมากขึ้นครับ ทุกอย่างที่ทำบนหน้าเซลเพจนี้ล้วนแต่มีจุดประสงค์เพื่อเก็บรายชื่อและคัดกรองลูกค้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับคุณทั้งสิ้นครับ
การสร้างหน้า salepage นั้นเปรียบเสมือนการโปรโมทตัวของคุณเอง ไม่ใช่โปรโมทบริษัทหรือสินค้า
นี่คือจุดสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปครับ ในโลกธุรกิจปัจจุบันคนซื้อของกับคนครับ ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่สินค้าแต่เขาซื้อความเชื่อมั่นและตัวตนของคุณด้วย การใช้เซลเพจจะช่วยให้คุณสามารถสร้างแบรนด์บุคคลหรือเปอร์เซ็นนัลแบรนดิ้งให้แข็งแกร่งขึ้นได้ครับ คุณสามารถบอกเล่าเรื่องราวความตั้งใจของคุณ ทำไมคุณถึงเลือกหยิบสินค้าตัวนี้มาขาย หรือคุณมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนี้มากแค่ไหน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันและจดจำคุณได้ดีกว่าหน้าตาเว็บไซต์บริษัทที่ดูแข็งกระด้างและไม่มีชีวิตชีวาครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าจำหน้าคุณได้ เชื่อถือในคำพูดของคุณ ต่อให้คุณจะขยับไปขายสินค้าตัวอื่นในอนาคต ลูกค้าเหล่านี้ก็จะยังคงติดตามและอุดหนุนคุณอยู่เสมอครับ เพราะเขาไม่ได้จำบริษัทแต่เขาจำคุณคนเดียวที่เป็นมืออาชีพและให้ข้อมูลที่ดีแก่เขามาโดยตลอดครับ
หากคุณสามารถสร้างความเข้าใจในหลักการตลาดมากขึ้น และมีระบบที่ดีและถูกต้อง
การมีเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมอย่างเซลเพจนั้นเป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้าคุณมีความเข้าใจในหลักการตลาดควบคู่ไปด้วยจะยิ่งทำให้คุณบินได้สูงและไกลกว่าเดิมครับ หลักการตลาดที่ว่านี้ก็คือการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การรู้วิธีการเขียนคำขายที่ทิ่มแทงใจลูกค้า และการรู้จักวางจังหวะในการนำเสนอข้อมูลครับ เมื่อคุณเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรและมีระบบเซลเพจที่คอยรองรับความต้องการเหล่านั้นอย่างถูกวิธี คุณจะพบว่าการทำธุรกิจมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ ระบบที่ดีจะทำงานแทนคุณในส่วนที่ซับซ้อน ช่วยคัดกรองคนที่ไม่ใช่ออกไป และส่งต่อเฉพาะคนที่พร้อมจะควักเงินจ่ายมาให้คุณปิดการขายได้ง่ายๆ ครับ สิ่งนี้จะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการทำงานและทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาวิสัยทัศน์ของธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีกครับ
การกำหนดเป้าหมาย และเดินตามทางที่วางไว้จะทำให้คุณเดินทางได้เร็วกว่าคนอื่นอีกหลายเท่า
สุดท้ายแล้วไม่ว่าเครื่องมือจะดีแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความแน่วแน่และตั้งใจจริงของคุณครับ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าใน 1 วันคุณต้องการรายชื่อลูกค้ากี่คน หรือใน 1 เดือนคุณต้องการยอดขายเท่าไหร่ จะเป็นแรงผลักดันให้คุณลงมือทำอย่างต่อเนื่องครับ การมีระบบเซลเพจและแนวทางการตลาดที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลาครับ คุณสามารถเดินตามสูตรความสำเร็จที่มีคนทำไว้ก่อนแล้วได้เลยทันที ซึ่งจะทำให้คุณก้าวหน้าไปได้เร็วกว่าคนที่เดินสะเปะสะปะโดยไม่มีทิศทางถึง 10 เท่าเลยครับ ความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่มันขึ้นอยู่กับการวางแผนที่ดี การเลือกใช้เครื่องมือที่ชาญฉลาด และความมุ่งมั่นที่จะเดินไปให้ถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ครับ ขอเพียงแค่คุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วยระบบที่ถูกต้อง อนาคตที่สดใสในธุรกิจของคุณก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ
คุณสนใจที่จะเริ่มสร้างระบบหน้าเซลเพจเพื่อเก็บรายชื่อลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยเครื่องมือที่ผมแนะนำไปบ้างไหมครับ

สร้างรายชื่อลูกค้า ด้วย salepage
การที่เรามีหน้าเซลเพจที่สวยงามและใช้งานง่ายนั้นไม่ได้มีหน้าที่แค่ขายของเพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ แต่หน้าที่หลักที่สำคัญมากอย่างหนึ่งคือการเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมรายชื่อของคนที่สนใจในสินค้าหรือบริการของเราจริงๆ ลองจินตนาการดูนะครับว่าถ้ามีคน 100 คนเดินเข้ามาดูสินค้าของคุณแล้วเดินจากไปโดยที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวคนเหล่านั้นเลย คุณก็จะเสียโอกาสในการติดตามผลไปแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ถ้าคุณมีหน้าเซลเพจที่ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือไอดีไลน์ คุณก็จะสามารถติดต่อกลับไปหาคนเหล่านั้นได้ในภายหลัง ซึ่งการมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือนี่แหละครับที่เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในการทำธุรกิจยุคดิจิทัล เพราะรายชื่อเหล่านี้คือกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพสูงกว่าการที่คุณไปสุ่มหาลูกค้าใหม่ๆ จากการยิงโฆษณาแบบกว้างๆ เพียงอย่างเดียว
การทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดๆ ก็ตามสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจ คือการกำรายชื่อลูกค้าผู้มุ่งหวังให้มาอยู่ในมือได้มากที่สุด
ไม่ว่าคุณจะขายสบู่ ขายคอร์สเรียนออนไลน์ หรือทำธุรกิจเครือข่าย หัวใจสำคัญที่ตัดสินว่าคุณจะอยู่รอดหรือไปต่อได้ไกลแค่ไหนก็คือการมีรายชื่อผู้มุ่งหวังอยู่ในมือครับ การที่เรามีรายชื่อลูกค้าจำนวนมากจะทำให้เรามีความได้เปรียบอย่างมหาศาล เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีสินค้าใหม่ออกมา หรือมีโปรโมชั่นพิเศษ เราสามารถส่งข่าวสารเหล่านั้นตรงถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเริ่มนับ 1 ใหม่ในการค้นหาลูกค้า การมีฐานข้อมูลลูกค้าเป้าหมายที่ตรงกลุ่มจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและพลังงานไปได้เยอะมากครับ ในโลกของนักการตลาดมือโปรเขามักจะพูดกันว่าเงินทองอยู่ในรายชื่ออีเมลหรือรายชื่อลูกค้านี่แหละครับ ดังนั้นเป้าหมายแรกของการทำธุรกิจของคุณควรจะเป็นการสะสมรายชื่อคนที่มีโอกาสจะซื้อสินค้าของคุณให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในแต่ละวันครับ
https://i.postimg.cc/qMB2jSfh/salep.........-FLr-JBg-sd.jpg
ตัวอย่าง platform การเก็บข้อมูลลูกค้ามา 5 website
_________
1 HubSpot
นี่คือ "เครื่องมือครอบจักรวาล" ที่สายการตลาดดิจิทัลต้องรู้จักครับ จุดเด่นของ HubSpot คือเขามีระบบ CRM (Customer Relationship Management) ให้ใช้ฟรีแบบตลอดชีพ ซึ่งช่วยให้คุณเก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้า ประวัติการคุย และสถานะการซื้อขายได้ในที่เดียว แถมยังมีฟีเจอร์สร้างหน้า Salepage หรือ Landing Page ที่ใช้งานง่ายมากครับ
2 Mailchimp
หลายคนอาจคิดว่า Mailchimp มีไว้แค่ส่งอีเมล แต่จริงๆ แล้วเขามีเครื่องมือสร้าง Salepage ที่ทรงพลังมากครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็บรายชื่อ (Leads) เพื่อทำแคมเปญการตลาดผ่านอีเมลต่อโดยเฉพาะ ระบบจัดการข้อมูลลูกค้าของเขานั้นเน้นความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มสะสมฐานแฟนคลับครับ
3 Salesforce
หากธุรกิจของคุณเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นและต้องการการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน Salesforce คือเบอร์ 1 ของโลกในด้านนี้ครับ ระบบนี้สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้ละเอียดมาก ตั้งแต่พฤติกรรมการซื้อไปจนถึงการวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต แต่อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งานนานกว่าตัวอื่นนิดหน่อยครับ
4 Bentoweb
มาดูฝั่งคนไทยกันบ้างครับ Bentoweb เป็นแพลตฟอร์มระบบหลังบ้านร้านค้าออนไลน์ของไทยที่เข้าใจพฤติกรรมคนไทยเป็นอย่างดี เขามีระบบจัดการออเดอร์และเก็บข้อมูลลูกค้าที่เชื่อมต่อกับ Social Media ได้ดีมาก เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากมีระบบจัดเก็บรายชื่อลูกค้าที่คุยกันผ่าน Facebook หรือ LINE ครับ
5 ClickFunnels
ถ้าคุณเน้นการทำ "Sale Funnel" หรือหน้าขายของแบบปิดการขายในหน้าเดียว ClickFunnels คือเจ้าพ่อในวงการนี้เลยครับ เขาเน้นออกแบบมาเพื่อให้คนตัดสินใจซื้อหรือกรอกข้อมูลให้เรามากที่สุด โดยมีเทมเพลตสำเร็จรูปที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้ผลจริง ช่วยให้คุณสร้างรายชื่อลูกค้าได้เร็วขึ้นหลายเท่าครับ
_________
ทั้ง 5 แพลตฟอร์มนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดแบบไหนและงบประมาณเท่าไหร่ครับ
เพราะเป็นเสมือนกุญแจสำคัญที่สามารถทำให้สินค้าของคุณสามารถขายได้มากกว่าคู่แข่ง ด้วยต้นทุนที่มี
ทำไมการมีรายชื่อถึงทำให้เราชนะคู่แข่งได้ คำตอบง่ายๆ คือเรื่องของโอกาสครับ ถ้าคู่แข่งของคุณไม่มีระบบเก็บข้อมูลลูกค้า เขาต้องใช้เงินจ้างโฆษณาตลอดเวลาเพื่อหาลูกค้าหน้าใหม่เข้ามา แต่สำหรับคุณที่มีฐานข้อมูลอยู่ในมือ คุณสามารถเลือกสื่อสารกับลูกค้าเก่าหรือผู้ที่เคยแสดงความสนใจไว้ได้โดยตรง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกค้าเก่าหรือการติดตามคนที่สนใจอยู่นั้นต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ถึง 5 เท่าถึง 7 เท่าเลยทีเดียวครับ เมื่อต้นทุนในการเข้าถึงลูกค้าของคุณต่ำลง คุณก็จะมีงบประมาณเหลือไปใช้ในการพัฒนาสินค้าหรือทำโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจได้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งเอาไปขยายธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้อีกเพียบเลยครับ การมีระบบเซลเพจที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างความได้เปรียบในเชิงธุรกิจที่ยั่งยืนนั่นเองครับ
ใครลดต้นทุนได้มากกว่า ถือว่าเป็นผู้ชนะ เพราะผลกำไรที่ได้บางครั้งอาจต้องแลกด้วยต้นทุนที่สูง
ในการทำธุรกิจนั้นกำไรไม่ได้เกิดจากยอดขายเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันเกิดจากยอดขายลบด้วยต้นทุนทั้งหมดที่คุณจ่ายไป บางคนอาจจะขายของได้หลักล้านบาทแต่ต้องจ่ายค่าโฆษณาไปแล้ว 9 แสนบาท แบบนี้เหลือกำไรแค่ 1 แสนบาทเท่านั้นเองครับ ในขณะที่อีกคนอาจจะขายได้แค่ 5 แสนบาทแต่ใช้ระบบเซลเพจเก็บรายชื่อลูกค้าไว้ทำให้ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแพงๆ โดยเขาอาจจะมีต้นทุนโฆษณาแค่ 1 แสนบาท ทำให้เหลือกำไรถึง 4 แสนบาทเลยทีเดียวครับ จะเห็นได้ว่าคนที่ขายได้น้อยกว่าอาจจะเป็นผู้ชนะตัวจริงในแง่ของผลกำไรสุทธิก็ได้ครับ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีอย่างหน้าเซลเพจมาใช้เพื่อลดการพึ่งพิงแพลตฟอร์มโฆษณาเพียงอย่างเดียวจึงเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก เพราะมันช่วยให้คุณคุมต้นทุนได้อยู่หมัดและสร้างกำไรที่เป็นกอบเป็นกำให้กับกระเป๋าเงินของคุณได้อย่างแท้จริงครับ

ส่วนวิธีการสร้างผู้มุ่งหวัง ในโลกออนไลน์ นั้นตอบโจทก์ได้ดีกว่าโลก offline
หากเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจแบบออฟไลน์สมัยก่อนที่เราต้องเดินแจกใบปลิวหรือไปออกบูธตามห้างสรรพสินค้าเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ลูกค้า บอกเลยว่ามันทั้งเหนื่อยและใช้ต้นทุนสูงมากครับ แถมคนส่วนใหญ่ยังรู้สึกรำคาญใจที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัวอีกด้วย แต่ในโลกออนไลน์ทุกอย่างเปลี่ยนไปครับ เราสามารถเข้าถึงผู้คนได้นับหมื่นนับแสนคนภายในเวลาไม่กี่นาทีผ่านปลายนิ้วสัมผัส และที่สำคัญคือเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครเห็นข้อความของเราบ้าง โดยเราใช้หน้าเซลเพจเป็นเสมือนพนักงานขายที่ทำงานให้เราตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดพักผ่อนครับ ลูกค้าสามารถเข้ามาอ่านข้อมูล ศึกษาความน่าสนใจ และตัดสินใจกรอกข้อมูลทิ้งไว้ให้เราได้ในเวลาที่พวกเขาสะดวกที่สุด ซึ่งเป็นการตกลงใจด้วยความสมัครใจของลูกค้าเอง ทำให้ข้อมูลที่เราได้มานั้นมีคุณภาพสูงกว่าการไปตื้อหรือบีบบังคับเอามาจากโลกออฟไลน์หลายเท่าตัวเลยครับ
การสร้างรายชื่อลูกค้าด้วยการสร้างหน้า salepage นั้นเป็นการสร้างหน้าตัวกลาง
ตัวเซลเพจนี้เองครับที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างคุณกับลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม ปกติเวลาเรายิงโฆษณาเรามักจะส่งคนไปที่หน้าเฟซบุ๊กเพจหรือหน้าเว็บไซต์หลักของบริษัทซึ่งมักจะมีข้อมูลเยอะแยะเต็มไปหมดจนลูกค้าลายตาและสุดท้ายก็ปิดหน้านั้นทิ้งไปครับ แต่การมีหน้าเซลเพจที่เป็นตัวกลางจะช่วยสกัดเอาเฉพาะส่วนที่สำคัญที่สุดมานำเสนอให้กับลูกค้าอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การดึงดูดความสนใจด้วยพาดหัวที่โดนใจ การบอกเล่าปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ และการเสนอทางออกด้วยสินค้าของคุณ ไปจนถึงการปิดท้ายด้วยการขอข้อมูลติดต่อครับ กระบวนการที่เป็นระบบแบบนี้จะช่วยกรองคนที่ไม่ใช่ออกไปและเก็บรักษาเฉพาะคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าจริงเท่านั้นเอาไว้ ทำให้การทำงานในขั้นตอนต่อๆ ไปของคุณนั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ
เพื่อให้สินค้าหรือบริการของคุณมีความแตกต่างจากคู่แข่ง
ในตลาดที่มีสินค้าคล้ายๆ กันเต็มไปหมด สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อจากคุณไม่ใช่แค่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียวครับ แต่เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือและการนำเสนอที่แตกต่าง การมีหน้าเซลเพจที่ออกแบบมาเฉพาะตัวจะทำให้คุณดูมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าคู่แข่งที่ใช้แค่หน้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดียทั่วไปครับ คุณสามารถใส่รีวิวจากลูกค้าตัวจริง ใส่รูปภาพผลลัพธ์การใช้งานที่ดูดี หรือใส่คลิปวิดีโอแนะนำตัวคุณเองลงไปได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีครับ เมื่อลูกค้าเชื่อมั่นในตัวคุณมากกว่าคู่แข่ง เขาก็พร้อมที่จะมอบข้อมูลติดต่อหรือตัดสินใจซื้อสินค้าจากคุณได้ง่ายขึ้นแม้ว่าราคาของคุณอาจจะสูงกว่าคู่แข่งเล็กน้อยก็ตามครับ ความแตกต่างที่สร้างขึ้นผ่านเซลเพจนี้เองคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นออกมาจากฝูงชนครับ
ยกตัวอย่างเช่น การทำธุรกิจเครือข่ายผ่านสื่อออนไลน์
ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดอย่างหนึ่งคือธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจขายตรงครับ หลายคนที่ทำธุรกิจนี้มักจะได้เว็บไซต์สำเร็จรูปมาจากบริษัทใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าสมาชิกทุกคนก็จะได้หน้าตาเว็บแบบเดียวกันเป๊ะ มีรูปผู้บริหารคนเดียวกัน มีสินค้าตัวเดียวกัน และมีข้อมูลบริษัทแบบเดียวกันหมดเลยครับ ลองคิดดูนะครับว่าถ้าลูกค้าคนหนึ่งเห็นหน้าเว็บหน้าตาเหมือนกัน 10 รอบจาก 10 คนที่แตกต่างกัน เขาจะจำคุณได้ไหมครับ คำตอบคือยากมากครับ เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้คุณดูพิเศษกว่าคนอื่นเลย นี่คือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์เพราะทำตัวให้เป็นเพียงแค่หนึ่งในล้านที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลยครับ แต่ถ้าคุณหันมาใช้หน้าเซลเพจส่วนตัวในการนำเสนอมุมมองของคุณเอง บอกเล่าประสบการณ์ที่คุณใช้สินค้าแล้วได้ผลจริง หรือบอกเหตุผลว่าทำไมลูกค้าถึงควรมาสมัครร่วมทีมกับคุณโดยเฉพาะ สิ่งนี้จะทำให้คุณดูมีตัวตนและมีความน่าสนใจขึ้นมาทันทีในสายตาของผู้มุ่งหวังครับ
การสร้างหน้า salepage เปรียบเสมือนการสร้างความแตกต่างเพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่ง
การที่เรามีหน้าเพจที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของคุณให้ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ ครับ เมื่อผู้ที่เข้าชมได้เห็นการนำเสนอที่ใส่ใจและมีความแตกต่าง พวกเขาก็จะเกิดความรู้สึกประทับใจและเกิดความสนใจที่จะคลิกเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นครับ อัตราการคลิกหรือที่นักการตลาดเรียกว่าค่าซีทีอาร์ของคุณจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้หน้าเว็บทั่วไปที่น่าเบื่อครับ ยิ่งมีคนคลิกเข้ามาดูมากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะได้รายชื่อผู้มุ่งหวังมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นครับ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานแฟนคลับที่จะติดตามผลงานและสนับสนุนธุรกิจของคุณไปในระยะยาวครับ การลงทุนลงแรงสร้างหน้าเซลเพจที่แตกต่างจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ในตอนนี้ครับ
สามารถเปลี่ยนอัตราการคลิกของคุณให้เป็นลูกค้าหรือสมาชิกของคุณในอนาคตได้
เป้าหมายสูงสุดของการทำหน้าเซลเพจไม่ใช่แค่ให้คนเข้ามาดูแล้วจากไปครับ แต่มันคือการเปลี่ยนทราฟฟิกหรือจำนวนคนที่เข้ามาให้กลายเป็นลูกค้าหรือสมาชิกจริงๆ ให้ได้ครับ ระบบเซลเพจที่ดีจะมีการวางโครงสร้างทางจิตวิทยาเพื่อจูงใจให้คนทำกิจกรรมบางอย่างบนหน้านั้นๆ เสมอ เช่น การกดปุ่มแอดไลน์ หรือการกรอกฟอร์มเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งถ้าคุณมีการวางแผนที่ดี คุณจะสามารถเปลี่ยนอัตราการตอบรับจากคนที่ไม่รู้จักเลยให้กลายเป็นคนที่พร้อมจะคุยกับคุณได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยครับ เมื่อคุณมีข้อมูลของเขาแล้ว คุณก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ผ่านการส่งความรู้ที่มีประโยชน์ หรือการส่งโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของเขาจริงๆ ไปให้ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนสถานะจากคนแปลกหน้ามาเป็นลูกค้าแบบนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติที่สุดผ่านการใช้ระบบเซลเพจครับ
เก็บรายชื่อลูกค้าของคุณได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแจกของฟรี เพื่อเก็บข้อมูลอีเมล
เทคนิคหนึ่งที่ได้ผลดีเยี่ยมในการใช้เซลเพจคือการทำสิ่งที่เรียกว่าลีดแมกเน็ตหรือการใช้สิ่งของที่มีมูลค่ามาแลกกับข้อมูลของลูกค้าครับ คุณอาจจะสร้างหน้าเซลเพจขึ้นมาหน้าหนึ่งเพื่อแจกอีบุ๊กฟรี แจกคอร์สเรียนสั้นๆ 1 บทเรียน หรือแจกโค้ดส่วนลดพิเศษ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแลกกับการให้ลูกค้ากรอกอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่สุภาพและทรงพลังมาก เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าเขาได้รับความคุ้มค่าตั้งแต่ยังไม่ได้ควักเงินจ่ายเลยด้วยซ้ำครับ นอกจากนี้คุณยังสามารถสร้างหน้าโปรโมชั่นเฉพาะกิจเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในทันที หรือการให้ข้อมูลเชิงลึกที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมคลิกเข้าสู่หน้าหลักของเว็บไซต์บริษัทคุณมากขึ้นครับ ทุกอย่างที่ทำบนหน้าเซลเพจนี้ล้วนแต่มีจุดประสงค์เพื่อเก็บรายชื่อและคัดกรองลูกค้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับคุณทั้งสิ้นครับ
การสร้างหน้า salepage นั้นเปรียบเสมือนการโปรโมทตัวของคุณเอง ไม่ใช่โปรโมทบริษัทหรือสินค้า
นี่คือจุดสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปครับ ในโลกธุรกิจปัจจุบันคนซื้อของกับคนครับ ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่สินค้าแต่เขาซื้อความเชื่อมั่นและตัวตนของคุณด้วย การใช้เซลเพจจะช่วยให้คุณสามารถสร้างแบรนด์บุคคลหรือเปอร์เซ็นนัลแบรนดิ้งให้แข็งแกร่งขึ้นได้ครับ คุณสามารถบอกเล่าเรื่องราวความตั้งใจของคุณ ทำไมคุณถึงเลือกหยิบสินค้าตัวนี้มาขาย หรือคุณมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนี้มากแค่ไหน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันและจดจำคุณได้ดีกว่าหน้าตาเว็บไซต์บริษัทที่ดูแข็งกระด้างและไม่มีชีวิตชีวาครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าจำหน้าคุณได้ เชื่อถือในคำพูดของคุณ ต่อให้คุณจะขยับไปขายสินค้าตัวอื่นในอนาคต ลูกค้าเหล่านี้ก็จะยังคงติดตามและอุดหนุนคุณอยู่เสมอครับ เพราะเขาไม่ได้จำบริษัทแต่เขาจำคุณคนเดียวที่เป็นมืออาชีพและให้ข้อมูลที่ดีแก่เขามาโดยตลอดครับ
หากคุณสามารถสร้างความเข้าใจในหลักการตลาดมากขึ้น และมีระบบที่ดีและถูกต้อง
การมีเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมอย่างเซลเพจนั้นเป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้าคุณมีความเข้าใจในหลักการตลาดควบคู่ไปด้วยจะยิ่งทำให้คุณบินได้สูงและไกลกว่าเดิมครับ หลักการตลาดที่ว่านี้ก็คือการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การรู้วิธีการเขียนคำขายที่ทิ่มแทงใจลูกค้า และการรู้จักวางจังหวะในการนำเสนอข้อมูลครับ เมื่อคุณเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรและมีระบบเซลเพจที่คอยรองรับความต้องการเหล่านั้นอย่างถูกวิธี คุณจะพบว่าการทำธุรกิจมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ ระบบที่ดีจะทำงานแทนคุณในส่วนที่ซับซ้อน ช่วยคัดกรองคนที่ไม่ใช่ออกไป และส่งต่อเฉพาะคนที่พร้อมจะควักเงินจ่ายมาให้คุณปิดการขายได้ง่ายๆ ครับ สิ่งนี้จะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการทำงานและทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาวิสัยทัศน์ของธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีกครับ
การกำหนดเป้าหมาย และเดินตามทางที่วางไว้จะทำให้คุณเดินทางได้เร็วกว่าคนอื่นอีกหลายเท่า
สุดท้ายแล้วไม่ว่าเครื่องมือจะดีแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความแน่วแน่และตั้งใจจริงของคุณครับ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าใน 1 วันคุณต้องการรายชื่อลูกค้ากี่คน หรือใน 1 เดือนคุณต้องการยอดขายเท่าไหร่ จะเป็นแรงผลักดันให้คุณลงมือทำอย่างต่อเนื่องครับ การมีระบบเซลเพจและแนวทางการตลาดที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลาครับ คุณสามารถเดินตามสูตรความสำเร็จที่มีคนทำไว้ก่อนแล้วได้เลยทันที ซึ่งจะทำให้คุณก้าวหน้าไปได้เร็วกว่าคนที่เดินสะเปะสะปะโดยไม่มีทิศทางถึง 10 เท่าเลยครับ ความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่มันขึ้นอยู่กับการวางแผนที่ดี การเลือกใช้เครื่องมือที่ชาญฉลาด และความมุ่งมั่นที่จะเดินไปให้ถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ครับ ขอเพียงแค่คุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วยระบบที่ถูกต้อง อนาคตที่สดใสในธุรกิจของคุณก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ
คุณสนใจที่จะเริ่มสร้างระบบหน้าเซลเพจเพื่อเก็บรายชื่อลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยเครื่องมือที่ผมแนะนำไปบ้างไหมครับ
เลขไอพี : ไม่แสดง
| ตั้งกระทู้โดย Windows 10
มุมสมาชิก กระทู้ล่าสุดโดย Tumweb.online
- คำแนะนำสำหรับ อาหารเสริมเพิ่มน้ำหนักตัวช่วยคนอยากอ้วน (สุขภาพและความงาม)
- รีวิวหนัง สวดส่งไปลงนรก เรื่อง Prey for the Devil กับการล่าท้าผีในนามของแม่ชี sister (บันเทิง)
- เป๊ปซี่กับการปฏิวัติสมรภูมิร้านอาหารด้วยกลยุทธ์เลข 10 ที่เปลี่ยนโลกน้ำดำ (เทคโนโลยี)
- 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเช่ารถ เทคนิคการเลือก รถเช่า (กินๆ เที่ยวๆ)
- ลานกางเต็นท์ริมทะเล ชลบุรี นอกจากเกาะล้าน ที่อยากแนะนำ (กินๆ เที่ยวๆ)
- กระทู้โดย Tumweb.online ทั้งหมด
แสดงกระทู้ล่าสุดโดยเปิด มุมสมาชิก และเลือกแสดงกระทู้ที่ตั้ง
อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)
ความคิดเห็น
จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google



