วิลเลี่ยม LYKN ย้อนรอยแผลรักแรก และการค้นพบตัวเองผ่านเสียงเพลง
SZ News




4 ส.ค. 69 19:15 น. /
ดู 1,197 ครั้ง /
0 ความเห็น /
0 ชอบจัง
/
แชร์
hashtag:
#วิลเลี่ยมจักรภัทร
ย้อนเส้นทางชีวิตของ "วิลเลี่ยม - จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์" จาก "LYKN" จากเด็กหาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถอะไร ก่อนที่เสียงเพลงจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิต เล่าแรงผลักดันครั้งสำคัญผ่านรายการ Woody Talk ตั้งแต่รักครั้งแรกที่ต้องเผชิญกับการอกหัก เมื่อคนที่แอบชอบเปิดตัวคบคนอื่น พร้อมเผยบทเรียนที่ทำให้เติบโต การค้นพบตัวเอง จนก้าวสู่การเป็นศิลปินและมีผลงานในแบบที่เป็นตัวเอง
ที่มาของชื่อ วิลเลี่ยม
"คุณแม่อยากได้ลูกเป็นฝรั่ง อยากได้แบบอินเตอร์หน่อย ด้วยความที่ฝั่งคุณพ่อ ทวดเป็นลูกเสี้ยวอเมริกัน เขาคิดว่าถ้าลูกออกมาอยากจะตั้งชื่อว่าวิลเลี่ยม ให้ดูอินเตอร์หน่อยเลยชื่อวิลเลี่ยม ซึ่งตอนแรกตอนผมเกิดมาที่ถ่ายใบเกิด ที่ออกมาเป็นนาทีก็ถ่ายรูป ซึ่งตอนนั้นผมตัวม่วงในรูปดูช้ำไปหมด ตอนแรกดูไม่ออกว่าจะหน้าตาเป็นยังไง แต่เขาบอกว่าต้องได้หน้าใครสักคน ไม่พ่อก็แม่ ขอลองดูก่อนเลยเป็นวิลเลี่ยม"
ความรักครั้งแรกเล่นกีตาร์ให้เขาฟัง
"เพราะว่าคนที่ผมชอบ เขามีคนที่ชอบ ซึ่งคนนั้นร้องเพลงและเล่นกีตาร์เป็น แล้วเป็นงานโรงเรียน แล้วเป็นภาพหนังเลยคือเราอยากเป็นเหมือนเขา ผมต้องหล่อเหมือนเขา เพราะว่าเขาค่อนข้างจะป๊อปเลย เขาอยู่ ม.3 เราอยู่ ม.1 คนที่ชอบอยู่ ม.2 ซึ่งตอนนั้นเราร้องเพลงอยู่แล้ว เราเริ่มร้องเพลงบ้างแล้ว ก็ไปขอพ่อเรียนกีตาร์ ตอนเรียนแรกๆ ผมไม่กล้าร้องเพลงด้วย เล่นคอร์ดไปเรื่อยๆ จนครูกีตาร์บอกว่า ไหนลองร้องเพลงดูซิ เพราะเขาไม่เคยฟัง ก็ลองร้องดู เราร้องดีนะ พอมีทรงอยู่ ลองแบบจริงจังๆ ไหม ครูสอนกีตาร์ไปบอกครูสอนร้องเพลง ก็บอกพ่อ ขอเรียนร้องเพลงเพิ่ม เพราะก่อนหน้านี้ก็คือร้องตามคลิปอย่างเดียว ร้องตามเขา อยากจะลองเรียนดู เลยเรียนเป็นอย่างนี้ครับ เส้นทางดนตรีเป็นอย่างนี้จริงๆ"

หลังจากบอกชอบเขาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
"ผมเป็นเหมือนมือใหม่มากๆ ในการจีบคน คือกินข้าวยัง หรือทำอะไรอยู่ อย่างนี้ตลอดในประโยคสนทนา มีช่วงหนึ่งเขาบล็อกผม แล้วที่สลายที่สุดคือเข้าเฟซบุ๊กแล้วขึ้นว่ากำลังคบหากับคนนี้ นั่นคือ ว้าว ผมตายเลย ผมถอยแต่ก็ยังชอบอยู่ แต่ว่าโอเคเราแค่ให้พื้นที่เขามากขึ้น เพราะเรารู้แล้วว่าเขาชัดเจน เราก็ต้องชัดเจน เราก็ออกแล้วก็ให้พื้นที่ สมมติเจอที่โรงเรียน ถ้ารู้ว่าต้องเดินผ่านกัน ผมอ้อมโรงเรียนที่จะไปตรงนั้น เพราะว่าเราไม่อยากเจอหน้าเขา เพราะว่ากำลังใจในการไปโรงเรียนตอนนั้นคือเขา"
วิธีจีบที่ดีที่สุดในประสบการณ์ของ วิลเลี่ยม
"ตอนนั้นคือเล่นเฟซบุ๊ก ถ้าเขาโพสต์ อุ๊ย อันนี้ที่ไหน อยากรู้จังเลย สวยจังเลย ผมจะไม่คอมเมนต์ ผมจะเท็กซ์ Text ไป ไม่ไลก์ด้วย จะดีเอ็มไป อยู่ไหน หรือ มันคือที่ไหน อยากลองไป"
ส่งข้อความไปแล้วไม่คิดเหรอว่า เขารู้ว่าชอบ
"ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าเขาคิดยังไง เราคิดว่าโอเค คำที่เราคิดมา อันนี้ต้องได้ผลแน่ๆ เช่น ที่ไหนอยากไป อันนี้เมนูอะไร หรือร้านอะไร อยากไปกินมากเลย ส่วนใหญ่ที่ทำไป คือมีการคุยต่อเนื่อง เขาตอบบ้างถามบ้าง เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนบางคนก็ได้คบหาดูใจกัน บางคนก็ไม่ได้ แต่ว่าก็เหมือนได้รู้วิธีมากกว่าว่าทำยังไง"

ในฐานะที่เป็นคนที่ตัดสินใจจะคบใคร ต้องเป็นคนบอกเขาไหมว่า คบกันนะ
"คือจริงๆ ก็เป็นอย่างนั้น แบบว่าเป็นแฟนกันไหมหรือลองคบกันไหม ต้องประมาณนี้ แต่ว่าหัวใจหลักที่ผมต้องตั้งเอาไว้ ปักเอาไว้เลยคือห้ามเท็กซ์หรือห้ามโทร ต้องเจอตัวๆ เท่านั้น ถึงจะบอกคำนี้ออกไป"
เล่าเรื่องที่ตัวเองเกือบได้ย้ายไปอยู่ที่อเมริกา
"ตอนแรกเล่าย้อนไปหน่อย คือตอนนั้นเคยจะต้องไม่อยู่เมืองไทยแล้ว ต้องไปอยู่อเมริกา เพราะว่าญาติอยู่อเมริกาหมดเลย มีร้านอาหารไทยที่ซีแอตเทิล ซึ่งทำวีซ่าแล้ว กำลังจะย้ายในอีกไม่นานตอนนั้น แต่ว่าคุณแม่เชื่อหมอดู บอกว่าถ้าไปแล้วจะลำบากในด้านการใช้ชีวิต ชีวิตการเงินทุกอย่าง ลูกจะไม่มีความสุข จะไปไม่ได้ไกล เรื่องงานต่างๆ คุณพ่อแม่เชื่อแล้วก็ไม่ได้ไป ซึ่งตอนนั้นจริงๆ จะไปอยู่แล้วครับ อีกไม่กี่วัน ประมาณ 2-3 วันมันก็จะไปแล้ว จองตั๋วแล้ว ซึ่งผมคิดอยู่ว่าถ้าตอนนั้นผมอยู่นั่นจะเป็นยังไง จะเป็นคนยังไง จะใช้ชีวิตยังไง จะได้เป็นนักแสดงหรือเปล่า ศิลปินหรือเปล่า ใครจะไปรู้"
วิลเลี่ยม เป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นๆ
"บางทีเรื่องคนอื่น เราได้ยินมาแล้วก็กลับมาคิดเอง แล้วเราก็เครียด ก็มีบ้าง ซึ่งจริงๆ บางคน เหมือน พี่เอส (ศุภ สง่าวรวงศ์) เขาจะเป็นพาร์ตเนอร์ผม เมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่อีโมชันนอลมากๆ เลย ซึ่งเมื่อก่อนผมไม่ได้รู้สึกอะไร แค่ปลอบเขา แต่ว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย แต่หลังจากนั้นผมเพิ่งมาค้นพบเหมือนกันว่าจริงๆ ผมรู้สึกและเก็บมาตลอด ไม่เคยบอกใคร ไม่มีที่ระบายมากกว่า เพราะว่าเมื่อก่อนจะระบายกับโน้ตในโทรศัพท์ คือรู้สึกพิมพ์ไปมั่วๆ อาจจะอ่านแบบไม่เข้าใจหรอก ก็คือพิมพ์ไปนี่คือการระบาย ซึ่งตอนนั้นเก็บมาตลอด จนบางทีช่วงแรกที่ซีรีส์ออนแอร์ ตอนนั้นผมแบบอยู่ดีๆ น้ำตาแตก อยู่ดีๆ ร้องไห้จนหายใจไม่ออก"

จำได้ว่าลืม เป็นอย่างไรบ้างซิงเกิลนี้
"เป็นซิงเกิลที่ได้ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปเยอะมากๆ เพลงนี้แก้ประมาณ 10-20 ครั้งจนกว่าจะเจอเวอร์ชันที่ชอบ ซึ่งขนาดวันอัดเพลง ท่อนบริดจ์ยังไม่เจอเนื้อที่ใช่ จนต้องมาแต่งต่อหน้า เรียกนักแต่งเพลงมา 2-3 คนมาแต่งต่อหน้าเพื่อให้ได้อันที่ดีที่สุด เราชอบเพลงแนวนี้อยู่แล้ว ชอบแนวโทน 90 เป็นคนชอบฟังเพลงเก่ามาก แล้วผมอยากจะเอามามิกซ์กับความสมัยใหม่ ถ้าไม่ใช่ ost นี่คือโซโลแรก"
จากเด็กที่ไม่รู้ว่าตัวเองร้องเพลงได้ จนวันนี้มีเพลงเดี่ยว
"ดีใจมาก ผมกล้าท้าผมดูรีแอ็กชันทุกคนในยูทูบที่แต่ละคนทำ ผมดูหมดเลย อัปเดตตลอด ดูเยอะมาก เพราะอยากรู้จริงๆ ว่าเรามาถูกทางหรือเปล่า คนชอบไหม คนชอบสไตล์เราไหม จริงๆ เพราะว่าเราก็แอบกลัวว่าจะเข้ากันเปล่า ก็แอบคิด คือผมให้คนอื่นฟังเยอะมาก ให้พี่ทีมงานฟัง ให้เพื่อนฟัง ส่งเพื่อนที่มหิดลส่งไปให้ฟังเหมือนกันว่าดีไหม คือไม่ได้มั่นใจขนาดนั้นมากกว่า แต่ว่าเพื่อนก็บอกว่าดีมาก มั่นใจได้เลย ซึ่งกระแสตอบรับก็ดีครับ คนเอาไปร้องเยอะมาก"
วันนี้ที่ได้คุยกันเป็นอย่างไรบ้าง
"ดีเลยครับ คิดว่าทุกคนจะได้รู้จักผมมากขึ้น คนนอกคิดว่าผมเป็นแบบนั้น นั่นคือภาพที่คนเห็น แต่จริงๆ แล้วผมเป็นอย่างนี้ ก็น่าจะเซอร์ไพรส์เลยมั้ง"

#วิลเลี่ยมจักรภัทร
ที่มาของชื่อ วิลเลี่ยม
"คุณแม่อยากได้ลูกเป็นฝรั่ง อยากได้แบบอินเตอร์หน่อย ด้วยความที่ฝั่งคุณพ่อ ทวดเป็นลูกเสี้ยวอเมริกัน เขาคิดว่าถ้าลูกออกมาอยากจะตั้งชื่อว่าวิลเลี่ยม ให้ดูอินเตอร์หน่อยเลยชื่อวิลเลี่ยม ซึ่งตอนแรกตอนผมเกิดมาที่ถ่ายใบเกิด ที่ออกมาเป็นนาทีก็ถ่ายรูป ซึ่งตอนนั้นผมตัวม่วงในรูปดูช้ำไปหมด ตอนแรกดูไม่ออกว่าจะหน้าตาเป็นยังไง แต่เขาบอกว่าต้องได้หน้าใครสักคน ไม่พ่อก็แม่ ขอลองดูก่อนเลยเป็นวิลเลี่ยม"
ความรักครั้งแรกเล่นกีตาร์ให้เขาฟัง
"เพราะว่าคนที่ผมชอบ เขามีคนที่ชอบ ซึ่งคนนั้นร้องเพลงและเล่นกีตาร์เป็น แล้วเป็นงานโรงเรียน แล้วเป็นภาพหนังเลยคือเราอยากเป็นเหมือนเขา ผมต้องหล่อเหมือนเขา เพราะว่าเขาค่อนข้างจะป๊อปเลย เขาอยู่ ม.3 เราอยู่ ม.1 คนที่ชอบอยู่ ม.2 ซึ่งตอนนั้นเราร้องเพลงอยู่แล้ว เราเริ่มร้องเพลงบ้างแล้ว ก็ไปขอพ่อเรียนกีตาร์ ตอนเรียนแรกๆ ผมไม่กล้าร้องเพลงด้วย เล่นคอร์ดไปเรื่อยๆ จนครูกีตาร์บอกว่า ไหนลองร้องเพลงดูซิ เพราะเขาไม่เคยฟัง ก็ลองร้องดู เราร้องดีนะ พอมีทรงอยู่ ลองแบบจริงจังๆ ไหม ครูสอนกีตาร์ไปบอกครูสอนร้องเพลง ก็บอกพ่อ ขอเรียนร้องเพลงเพิ่ม เพราะก่อนหน้านี้ก็คือร้องตามคลิปอย่างเดียว ร้องตามเขา อยากจะลองเรียนดู เลยเรียนเป็นอย่างนี้ครับ เส้นทางดนตรีเป็นอย่างนี้จริงๆ"

หลังจากบอกชอบเขาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
"ผมเป็นเหมือนมือใหม่มากๆ ในการจีบคน คือกินข้าวยัง หรือทำอะไรอยู่ อย่างนี้ตลอดในประโยคสนทนา มีช่วงหนึ่งเขาบล็อกผม แล้วที่สลายที่สุดคือเข้าเฟซบุ๊กแล้วขึ้นว่ากำลังคบหากับคนนี้ นั่นคือ ว้าว ผมตายเลย ผมถอยแต่ก็ยังชอบอยู่ แต่ว่าโอเคเราแค่ให้พื้นที่เขามากขึ้น เพราะเรารู้แล้วว่าเขาชัดเจน เราก็ต้องชัดเจน เราก็ออกแล้วก็ให้พื้นที่ สมมติเจอที่โรงเรียน ถ้ารู้ว่าต้องเดินผ่านกัน ผมอ้อมโรงเรียนที่จะไปตรงนั้น เพราะว่าเราไม่อยากเจอหน้าเขา เพราะว่ากำลังใจในการไปโรงเรียนตอนนั้นคือเขา"
วิธีจีบที่ดีที่สุดในประสบการณ์ของ วิลเลี่ยม
"ตอนนั้นคือเล่นเฟซบุ๊ก ถ้าเขาโพสต์ อุ๊ย อันนี้ที่ไหน อยากรู้จังเลย สวยจังเลย ผมจะไม่คอมเมนต์ ผมจะเท็กซ์ Text ไป ไม่ไลก์ด้วย จะดีเอ็มไป อยู่ไหน หรือ มันคือที่ไหน อยากลองไป"
ส่งข้อความไปแล้วไม่คิดเหรอว่า เขารู้ว่าชอบ
"ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าเขาคิดยังไง เราคิดว่าโอเค คำที่เราคิดมา อันนี้ต้องได้ผลแน่ๆ เช่น ที่ไหนอยากไป อันนี้เมนูอะไร หรือร้านอะไร อยากไปกินมากเลย ส่วนใหญ่ที่ทำไป คือมีการคุยต่อเนื่อง เขาตอบบ้างถามบ้าง เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนบางคนก็ได้คบหาดูใจกัน บางคนก็ไม่ได้ แต่ว่าก็เหมือนได้รู้วิธีมากกว่าว่าทำยังไง"

ในฐานะที่เป็นคนที่ตัดสินใจจะคบใคร ต้องเป็นคนบอกเขาไหมว่า คบกันนะ
"คือจริงๆ ก็เป็นอย่างนั้น แบบว่าเป็นแฟนกันไหมหรือลองคบกันไหม ต้องประมาณนี้ แต่ว่าหัวใจหลักที่ผมต้องตั้งเอาไว้ ปักเอาไว้เลยคือห้ามเท็กซ์หรือห้ามโทร ต้องเจอตัวๆ เท่านั้น ถึงจะบอกคำนี้ออกไป"
เล่าเรื่องที่ตัวเองเกือบได้ย้ายไปอยู่ที่อเมริกา
"ตอนแรกเล่าย้อนไปหน่อย คือตอนนั้นเคยจะต้องไม่อยู่เมืองไทยแล้ว ต้องไปอยู่อเมริกา เพราะว่าญาติอยู่อเมริกาหมดเลย มีร้านอาหารไทยที่ซีแอตเทิล ซึ่งทำวีซ่าแล้ว กำลังจะย้ายในอีกไม่นานตอนนั้น แต่ว่าคุณแม่เชื่อหมอดู บอกว่าถ้าไปแล้วจะลำบากในด้านการใช้ชีวิต ชีวิตการเงินทุกอย่าง ลูกจะไม่มีความสุข จะไปไม่ได้ไกล เรื่องงานต่างๆ คุณพ่อแม่เชื่อแล้วก็ไม่ได้ไป ซึ่งตอนนั้นจริงๆ จะไปอยู่แล้วครับ อีกไม่กี่วัน ประมาณ 2-3 วันมันก็จะไปแล้ว จองตั๋วแล้ว ซึ่งผมคิดอยู่ว่าถ้าตอนนั้นผมอยู่นั่นจะเป็นยังไง จะเป็นคนยังไง จะใช้ชีวิตยังไง จะได้เป็นนักแสดงหรือเปล่า ศิลปินหรือเปล่า ใครจะไปรู้"
วิลเลี่ยม เป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นๆ
"บางทีเรื่องคนอื่น เราได้ยินมาแล้วก็กลับมาคิดเอง แล้วเราก็เครียด ก็มีบ้าง ซึ่งจริงๆ บางคน เหมือน พี่เอส (ศุภ สง่าวรวงศ์) เขาจะเป็นพาร์ตเนอร์ผม เมื่อก่อนเขาจะเป็นคนที่อีโมชันนอลมากๆ เลย ซึ่งเมื่อก่อนผมไม่ได้รู้สึกอะไร แค่ปลอบเขา แต่ว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย แต่หลังจากนั้นผมเพิ่งมาค้นพบเหมือนกันว่าจริงๆ ผมรู้สึกและเก็บมาตลอด ไม่เคยบอกใคร ไม่มีที่ระบายมากกว่า เพราะว่าเมื่อก่อนจะระบายกับโน้ตในโทรศัพท์ คือรู้สึกพิมพ์ไปมั่วๆ อาจจะอ่านแบบไม่เข้าใจหรอก ก็คือพิมพ์ไปนี่คือการระบาย ซึ่งตอนนั้นเก็บมาตลอด จนบางทีช่วงแรกที่ซีรีส์ออนแอร์ ตอนนั้นผมแบบอยู่ดีๆ น้ำตาแตก อยู่ดีๆ ร้องไห้จนหายใจไม่ออก"

จำได้ว่าลืม เป็นอย่างไรบ้างซิงเกิลนี้
"เป็นซิงเกิลที่ได้ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปเยอะมากๆ เพลงนี้แก้ประมาณ 10-20 ครั้งจนกว่าจะเจอเวอร์ชันที่ชอบ ซึ่งขนาดวันอัดเพลง ท่อนบริดจ์ยังไม่เจอเนื้อที่ใช่ จนต้องมาแต่งต่อหน้า เรียกนักแต่งเพลงมา 2-3 คนมาแต่งต่อหน้าเพื่อให้ได้อันที่ดีที่สุด เราชอบเพลงแนวนี้อยู่แล้ว ชอบแนวโทน 90 เป็นคนชอบฟังเพลงเก่ามาก แล้วผมอยากจะเอามามิกซ์กับความสมัยใหม่ ถ้าไม่ใช่ ost นี่คือโซโลแรก"
จากเด็กที่ไม่รู้ว่าตัวเองร้องเพลงได้ จนวันนี้มีเพลงเดี่ยว
"ดีใจมาก ผมกล้าท้าผมดูรีแอ็กชันทุกคนในยูทูบที่แต่ละคนทำ ผมดูหมดเลย อัปเดตตลอด ดูเยอะมาก เพราะอยากรู้จริงๆ ว่าเรามาถูกทางหรือเปล่า คนชอบไหม คนชอบสไตล์เราไหม จริงๆ เพราะว่าเราก็แอบกลัวว่าจะเข้ากันเปล่า ก็แอบคิด คือผมให้คนอื่นฟังเยอะมาก ให้พี่ทีมงานฟัง ให้เพื่อนฟัง ส่งเพื่อนที่มหิดลส่งไปให้ฟังเหมือนกันว่าดีไหม คือไม่ได้มั่นใจขนาดนั้นมากกว่า แต่ว่าเพื่อนก็บอกว่าดีมาก มั่นใจได้เลย ซึ่งกระแสตอบรับก็ดีครับ คนเอาไปร้องเยอะมาก"
วันนี้ที่ได้คุยกันเป็นอย่างไรบ้าง
"ดีเลยครับ คิดว่าทุกคนจะได้รู้จักผมมากขึ้น คนนอกคิดว่าผมเป็นแบบนั้น นั่นคือภาพที่คนเห็น แต่จริงๆ แล้วผมเป็นอย่างนี้ ก็น่าจะเซอร์ไพรส์เลยมั้ง"

#วิลเลี่ยมจักรภัทร
แก้ไขล่าสุด 4 ส.ค. 69 19:20 |
เลขไอพี : ไม่แสดง
| ตั้งกระทู้โดย Windows 10
อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google