วิจารณ์ Star Wars: Episode III - Revenge of the Sith
-
vador
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 16:58
สนุกมากเลย เป็นหนังที่ได้ครบทุกอย่าง อยากให้ทำภาคต่อไปจังเพราะเทคนิคที่ทันสมัยจะทำให้ดูสนุกกว่า version เก่า
-
SITH
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 16:15
ไม่ว่าsith หรือ jedi ก็เป็นผู้ใช้พลังเหมือนกัน ทำไมต้องสู้กันด้วย แล้วทำไม sith ถึงมีได้แค่ 2 คน ส่วน jedi มีเป็นโขยง แต่ sith ก็ยังทำลาย jedi ได้
< พลังจงสถิตอยู่กับเจ้า > -
you're breaking my heart
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 15:16
คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น อนาคตเราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดไว้แล้ว
อนาคินที่หวาดกลัวจะสูญเสียแพดเม่เหมือนคราวที่ตนได้สูญเสียแม่ไป อนาคินจึงถูกชักชวนเข้าสู่ด้านมืดได้ง่ายขึ้น เพราะต้องการนำพลังลี้ลับไปช่วยแพดเม่ เรื่องเลวร้ายทั้งหลายจึงเกิดขึ้น อนาคินถลำลึกในด้านมืดทำให้แพดเม่เสียใจมาก ในตอนหลังที่แพดเม่ตายเพราะขาดกำลังใจที่จะอยู่ต่อ(หัวใจสลายT-T) เพราะอนาคินซึ่งเป็นคนรักของเธอได้กลับกลายเป็นสมุนมือขวาของซิทไปซะแล้ว -
สอง
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 14:40
คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น อนาคินหล่อมากๆชอบๆแต่ตอนท้ายทำไมหน้าตาอย่างงี้ ทำไมแพดเม่ต้องตายด้วยเสียดายจัง
-
May the force be with you!!!
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 14:27
เราดูแล้วรู้สึกประทับใจมากเลย หนังชุดสตาร์วอร์เนี่ยสอนอะไรดีๆได้ตั้งหลายอย่าง ถึงแม้เรายังทำความเข้าใจได้ไม่หมดก็เถอะ(มือใหม่หัดดูหนังค่ะ) แต่ยังไงๆก็ยังคิดว่าหนังเรื่องนี้สุดยอดอยู่ดี ว่าจะไปดูอีกซักรอบสองรอบ
สงสัยอยู่อย่าง เห็นบอกว่ามีมาถ่ายทำเมืองไทยด้วย ฉากไหนเหรอคะ???(ขออภัยนะคะถ้าคำถามไร้สาระไปหน่อย) -
Young Skywalker
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 08:07
คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น *เราว่าที่อมิดาล่าตาย ลูคัสต้องการสอนว่า ทุกๆอย่างที่เลวร้ายเกิดจากการกระทำของเราทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นเพราะการทำนายทายทัก เหมือนคนที่ชอบเชื่อเรื่องดวงจากหมอดู เหมือนอนาคินที่เชื่อแต่ความฝันของตัวเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วฝันก็เป็นจริง แต่ไม่ใช่เพราะอมิดาล่าคลอดลูกตาย แต่เพราะอนาคินทำให้อมิดาล่าผิดหวัง ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอมิดาล่าอย่างแสนสาหัส จนอมิดาล่าไม่มีกำลังใจที่จะอยู่ต่อ ผู้ฆ่าอมิดาล่าก็คืออนาคินนั่นเองไม่ใช่ความฝันของอนาคิน
**ด้านโยดานั้น โยดาไม่ได้ล่วงรู้อนาคตล่วงหน้า เพราะถ้ารู้ก็คงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอยู่แล้ว! อย่างที่หนังบอกจุดอ่อนของjediคือการโดนด้านมืดบดบัง เหมือนคนที่มองดูในที่มืดก็ย่อมมองไม่เห็นสิ่งใด ซึ่งsithรู้จุดอ่อนข้อนี้ของjedi ทุกอย่างที่เลวร้ายจึงเกิดขึ้น กว่าที่โยดาจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ฉากไม้เท้าโยดาตกกระแทกพื้นเป็นฉากที่ทำเรารู้สึกถึงความสะเทือนใจของปรมาจารย์โยดาได้ดีจิงๆ แต่โยดายังไงก็ยังคงเป็นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่เสมอ ยังคงรักษาความสงบ ไม่วู่วาม และมีสติ ตั้งต้นกันใหม่ และทนรอจนมีลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมและทำให้jediกลับมาชนะได้อีกครั้ง นั่นคือLuke Skywalker (ถ้าเป็นหนังบู๊แอคชั่นบ้ าบอคอแตกป่านนี้โยดาคงออกไปบู๊สบั้นหั่นแหลกให้ตายกันไปข้างนึงแล้ว ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย-*-)
***โลกภาพยนตร์ไม่มีเรื่องสตาวอร์สจะเป็นยังไง? เราว่าโลกภาพยนตร์คงขาดมนต์สเน่ห์ และยังไม่พัฒนามาจนถึงขั้นนี้ เพราะ STAR WARS คือหนังที่บุกเบิกในด้านspecial effect เทคนิคการถ่ายทำ และทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนอยู่ในใจคนทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ ^^ (อาจไม่อยู่ในใจคนไทยหลายๆคน แต่อย่างน้อยก็ครองใจเราได้คนนึงล่ะ เพราะไปดูมา3รอบแล้ว แห่ะๆ) >.< -
DR
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 23 พ.ค. 48 01:38
คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น มีใครสังเกตไหมว่าสุดท้าย ไม่ว่าอนาคินจะเลือกอยู่ฝ่ายไหน ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเพดเม่ได้เลย แล้วตัวอนาคินเป็นตัวต้นเหตุทำให้เพดเม่ตายด้วยซ้ำ ดูจากคำพูดของหมอที่ทำคลอดให้"ร่างกายนางปกติแต่ดูเหมือนว่านางไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ" แล้วมีคำพูดหนึ่งที่ชอบมากตอนที่เพดเม่พูดกับอนาคินหลังจากที่เป็นดาร์ทเวเดอร์ "ข้าไม่รู้จักเจ้า เจ้าไปในที่ที่ข้าตามเจ้าไปไม่ได้อีกแล้วเหมือนกับคำพูดที่แซมพูดกับโฟรโดในเดอะลอร์ดเลย "อย่าไปในที่ที่ข้าตามท่านไปไม่ได้ แถมเรื่องนี้มีเสียดสีผู้นำประเทศที่ชอบทำสงครามด้วยที่เพดเม่พูดว่า"สันติจบสิ้นแล้วพร้อมกับเสียงตบมืออันกึกก้อง แล้วก็"ถ้าท่านไม่อยู่ข้างข้าท่านคือศัตรู"
ที่สุดแล้วแม้ว่าโยดาจะรู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยถึงตอนนี้จะจบลงด้วยชัยชนะของซิธพร้อมกับการล่มสลายของเจไดแต่อย่าลืมว่ายังมีไตรภาคหลังที่ท้ายที่สุดสันติก็เกดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการกลับมาของเจได อยากรู้จังถ้าโลกภาพยนต์ไม่มีเรื่องสตาวอร์สจะเป็นยังไง -
hoshigami.
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 22 พ.ค. 48 19:29
ที่เลอาไปทาทูอีน ก็ไปขอความช่วยเหลือจากโอบีวันไง คุณObi-wan's Apprentice
-
Alek
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 22 พ.ค. 48 17:21
ขอบคุณ Obi-wan's ApprenticeII คำตอบที่ข้อสงสัย ผมมีเพียงความคิดเห็นเท่านั้น รู้แต่ว่าระหว่างดูผมก็มันส์ (ช่วงดูและหลังดูคนละเวลากันนะ) นาๆจิตตังส์
-
Skywalker ~LuV STAR WARS 4EVER
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 22 พ.ค. 48 14:36
ขอจับมือคุณObi-wan's ApprenticeII หน่อย
ในที่สุดผมก็เจอคนที่ดูSTAR WARSได้ลึกซึ้งเหมือนกันแล้ว!!!!!
คนไทยดูหนังปรัชญาไม่ค่อยเป็น แล้วก็มาพูดมากว่าหนังไม่ดี
เพื่อนๆผมนี่แหละ ที่ผมต้องคอยอธิบายให้ฟัง พออธิบายก็ไม่เข้าใจกันอีก ดีใจนะครับที่ได้รู้ว่าอย่างน้อยก็มีคนไทยที่ดู STAR WARS ได้ถึงแก่นจริงๆ อย่างคุณObi-wan's ApprenticeII ^^
****รัก STAR WARS ตลอดปายยยย.....^^****
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
วันนี้ในอดีต
รูมเมท เพื่อนร่วมห้อง...ต้องแอบรัก?เข้าฉายปี 2009
แสดง วิทวัส สิงห์ลำพอง, นีรนาท วิคทอเรีย โคทส์, อภัสนันท์ วรภิรมย์รักษ์
Upเข้าฉายปี 2009
แสดง Edward Asner, Jordan Nagai, Christopher Plummer
อนุบาลเด็กโข่งเข้าฉายปี 2009
แสดง นพฤทธิ์ สุริวงศ์, คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์, กัจนฐานิยา ศรีโรจน์วัฒนะ
เกร็ดภาพยนตร์
- Manchester by the Sea - เดิมที แมตต์ เดมอน ถูกวางตัวให้รับหน้าที่กำกับและแสดงภาพยนตร์ แต่ภายหลังเขาทำหน้าที่ควบคุมงานสร้างอย่างเดียว เนื่องจาก แมตต์ ติดถ่ายทำ The Martian (2015) ทำให้ เคนเนธ โลเนอร์แกน เข้ามารับหน้าที่กำกับแทน ทั้งที่ตอนแรกเขาถูกวางตัวไว้ให้เขียนบทจากโครงเรื่องที่ แมตต์ และ จอห์น คราซินสกี ผู้อำนวยการสร้างบริหารเล่าให้ฟังเท่านั้น ส่วนตัวละคร ลี ซึ่งเป็นบทนำ ก็ได้ตัว เคซีย์ เอฟเฟล็ก มาแสดง อ่านต่อ»
- A Cure for Wellness - ถ่ายทำที่ปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์น ประเทศเยอรมนี ที่ปิดให้บริการแก่สาธารณชนตั้งแต่วันที่ 13 - 24 กรกฎาคม 2015 อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
The Protege
เรื่องราวของ แอนนา (แม็กกี คิว) หญิงสาวเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ ในกรุงลอนดอน เธอใช้ชีวิตอย่างสงบและปราศจากความวุ่นวายในช...อ่านต่อ»