 |
Max Payne - เกร็ดจากภาพยนตร์ |
 |
-
ดัดแปลงบทจากวิดีโอเกม
Max
Payne
ที่ออกวางแผงเมื่อปี
2001
ตามมาด้วย
Max
Payne
2:
The
Fall
of
Max
Payne
ในปี
2003
ฉากต่างๆ
ในเกมดูทึบทึม
และมีฉากการดวลปืนแบบภาพช้า
ทำให้ผู้เล่นรู้สึกคล้ายกำลังรับชมภาพยนตร์ต่อสู้แนวฟิล์มนัวร์
-
มีการใช้กล้อง
แฟนทอม
ถ่ายทำฉากต่อสู้
กล้องนี้เป็นกล้องพร้อมดิจิตอลฮาร์ดไดรฟที่สามารถถ่ายภาพยนตร์ได้ด้วยจำนวนเฟรมที่สูงถึง
1,000
เฟรมต่อวินาที
(ยิ่งจำนวนเฟรมสูงเท่าไร
ก็ทำให้ภาพดูช้าลงเท่านั้น)
นั่นหมายความว่ากล้องนี้สามารถถ่ายภาพช้ามากๆ
หรือที่เรียกว่า
ภาพลูกกระสุนวิ่ง
ได้
-
คณะผู้สร้างภาพยนตร์และผู้บริหารค่ายพิจารณาบทภาพยนตร์ที่เสนอเข้ามานับร้อยบท
แล้วพวกเขาก็เลือกผลงานของ
โบ
ธอร์น
นักเขียนบทภาพยนตร์หน้าใหม่
โดย
โบ
เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นโดยศึกษาและอ้างอิงจากเกมต้นฉบับอย่างละเอียด
-
องค์ประกอบหนึ่งที่ผู้เขียนบท
โบ
ธอร์น
เพิ่มเข้ามาในเรื่อง
คือปีศาจมีปีกในตำนานของสแกนดิเนเวียชื่อ
วัลคีรี
ซึ่งมีริมฝีปากยิ้มแสยะ
เขี้ยวบิดเบี้ยว
และนัยน์ตาสีแดงลุกโชน
จากนั้นคณะผู้สร้างภาพยนตร์ก็เสริมบุคลิกของวัลคีรีให้เด่นขึ้น
ด้วยภาพสีสเปรย์พ่น
หรือ
กราฟฟิตี
รูปตัวอักษร
วี
ที่สอดแทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง
และยังมีรอยสักรูปปีกบนร่างกายของตัวละครหลักด้วย
-
ผู้กำกับ
จอห์น
มัวร์
ไม่ต้องการให้ปีศาจมีปีกในเรื่องเป็นภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์
จึงสร้างปีกขึ้นจริงๆ
โดยสร้างให้ควบคุมได้ด้วยคณะชักหุ่น
และหล่อส่วนหัวของปีศาจขึ้นมาด้วย
ส่วนฉากบินร่อนเหินไปมา
ค่อยนำเทคนิคคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างภาพจากปีกและหัวที่สร้างขึ้นจริงนี้อีกที
-
เพื่อรับบทเป็น
โมนา
แซก
ในเรื่องนี้
มิลา
คูนิส
ต้องฝึกศิลปะป้องกันตัว
ชกมวย
และฝึกยิงปืน
ทั้งที่เธอไม่เคยยิงปืนมาก่อนเลยในชีวิต
-
มีฉากที่
มิลา
คูนิส
ผู้รับบท
โมนา
แซก
ต้องพูดภาษารัสเซียกับ
โอลยา
เคียวอีเลนโก
ที่รับบท
นาตาชา
น้องสาวของ
โมนา
ซึ่งการพูดภาษารัสเซียนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเธอ
เนื่องจากทั้งคู่เป็นชาวรัสเซียที่อพยพมาอยู่ที่อเมริกาเหมือนกัน
มิลา
และ
โอลยา
เติบโตมาในเมืองใกล้ๆ
กัน
แต่พวกเธอเพิ่งมารู้จักกันในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้
-
ผู้ที่มารับบทเจ้าหน้าที่สืบสวนกิจการภายในของกรมตำรวจ
จิม
บราวูรา
คือ
คริส
บริดเจส
หรือ
ลูดาคริส
นักร้องฮิปฮอปชื่อดัง
-
ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดกล้องเมื่อวันที่
3
มีนาคม
2008
ใช้เวลาถ่ายทำทั้งสิ้น
50
วัน
ในเมืองโตรอนโต
ทั้งในรถไฟใต้ดิน
ย่านธุรกิจ
ริมแม่น้ำอันวกวน
โรงอาหารที่ไม่ใช้แล้ว
และโรงงานผลิตกระจกร้างในแฮมิลตัน
นอกจากนี้ยังถ่ายทำในโรงถ่าย
ซีเนสเปซ
และ
โตรอนโต
ฟิล์ม
ด้วย
-
ในฉากดวลปืนภายในสำนักงานใหญ่
เอเซียร์
นั้น
แดนนี่
ไวต์
และช่างเทคนิคระเบิดรวม
15
คน
ต้องฝังระเบิดเข้าไปในฉากกว่า
1,280
จุด
ซึ่งใช้เวลาราว
1
สัปดาห์
ขณะที่ผู้ตกแต่งฉากต้องคอยเข้ามาแต่งส่วนที่โดนระเบิดไปแล้วให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำครั้งต่อไปด้วย
ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำประมาณ
1
สัปดาห์
ใช้ระเบิดไปทั้งหมดกว่า
5,000
ชุด
ยังไม่รวมเลือดปลอมที่ระเบิดบนตัวนักแสดง
และระเบิดฝุ่นที่ปลิวคลุ้งอีกกว่า
1,000
ชุด
-
มาร์ก
วอห์ลเบิร์ก
ผู้รับบท
แม็กซ์
เพย์น
กล่าวว่า
เขาจะไม่เล่นวิดีโอเกม
Max
Payne
เนื่องจากไม่อยากติดเกม
และรู้สึกว่าเพียงแค่บทภาพยนตร์ก็ทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวได้มากพอแล้ว
-
เดิมสมาคมภาพยนตร์แห่งอเมริกา
หรือ
เอ็มพีเอเอ
ให้เรตภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรตอาร์
แต่ผู้กำกับ
จอห์น
มัวร์
ไปตัดบางฉากออกไป
กระทั่งได้เรตใหม่เป็น
พีจี-13
|
|
|
เข้าฉาย 24 พ.ค. 55 เข้าฉาย 31 พ.ค. 55
|
|
เจาะลึกทั้งชีวิตเบื้องหน้าและเบื้องหลังของอาชญากรนอกกฎหมายนามกระฉ่อนแห่งอเมริกา ผู้เปี่ยมเสน่ห์...
|
|