 |
Transformers: Revenge of the Fallen - เกร็ดจากภาพยนตร์ |
 |
-
เริ่มเปิดกล้อง
1
วันหลังจาก
Transformers
(2007)
ซึ่งเป็นภาคก่อนหน้า
ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงาน
เอ็มทีวี
มูฟวี
อวอร์ดส์
-
ผู้เขียนบท
โรแบร์โต
ออร์ซี
เปิดเผยว่า
โจนาห์
ฮิลล์
ได้รับการเสนอให้รับบทเป็น
ลีโอ
และได้รับบทภาพยนตร์แล้วด้วย
แต่สุดท้ายการเจรจาก็ล้มเหลว
บทนี้จึงตกเป็นของ
รามอน
ร็อดริเกวซ
-
ในวันที่
27
กรกฎาคม
2008
ไชอา
ลาบัฟ
ที่รับบท
แซม
และ
อิซาเบล
ลูคัส
ที่รับบท
อลิซ
ประสบอุบัติเหตุรถชนด้วยกัน
ไชอา
บาดเจ็บที่มือและต้องเข้ารับการผ่าตัด
จึงต้องพักการถ่ายทำ
ถัดจากนั้น
2
วัน
ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
หันไปถ่ายทำฉากของกองถ่ายย่อยที่
2
ก่อน
หลังจากนั้น
ไชอา
ที่อาการดีขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้
2-3
สัปดาห์ก็กลับมาร่วมแสดง
ไมเคิล
แนะนำให้เพิ่มบทภาพยนตร์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่มือของ
แซม
แต่ผู้เขียนบท
โรแบร์โต
ออร์ซี
กล่าวว่าเขาเขียนบทใหม่เสร็จแล้ว
เพื่อช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของ
ไชอา
ไม่ให้กระทบกระเทือนมากขึ้น
-
ผู้เขียนบท
อเล็กซ์
เคิร์ตซ์แมน
เป็นผู้คิดชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า
Transformers:
Revenge
of
the
Fallen
-
ขณะถ่ายทำมีคนเห็นรถยนต์แนวสปอร์ตรุ่น
พอนทิแอก
โซลสทิซ
จอดอยู่ในกองถ่าย
รถคันนี้คืออีกร่างหนึ่งของหุ่น
แจ๊ส
พากย์เสียงโดย
ดาริอุส
แมกครารี
เช่นเดียวกับในภาคแรก
Transformers
(2007)
-
แมตธิว
มาร์สเดน
ผู้รับบท
เกรแฮม
ชอบหนังสือการ์ตูน
Transformers
มาตั้งแต่เด็ก
และชอบภาพยนตร์ภาคแรก
Transformers
(2007)
-
หุ่นยนต์
วีลลี
ในเรื่องเป็นตัวละครที่ผู้สร้างอุทิศให้ภาพยนตร์
WALL-E
(2008)
หุ่นยนต์จากภาพยนตร์ทั้ง
2
เรื่องนี้ต่างมีลำคอที่ยืดยาวขึ้น
มีตาเป็นกล้องสองตา
และต่างเป็นผู้รับใช้ที่ภายหลังเลือกที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง
-
ถ่ายทำฉากเรือดำน้ำกันที่ฐานเรือดำน้ำ
พอยน์ต
โลมา
ในซานดิเอโก
ประเทศสหรัฐอเมริกา
นักแสดงประกอบในฉากนี้บางคนเป็นทหารเรือเกาหลีเหนือจริงๆ
-
เดิมหุ่น
อาร์ซี
จะได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์ภาคแรก
Transformers
(2007)
แต่ผู้สร้างเลือก
ไอรอนไฮด์
แทน
เนื่องจากคิดว่าเพศของหุ่นยนต์ตัวนี้อธิบายยากเกินไป
หลังจากนั้นพวกเขาคิดว่าอยากเอาใจผู้ที่ชื่นชอบ
อาร์ซี
จึงให้เธอได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้
และเนื่องจากพวกเขาคิดว่า
อาร์ซี
ตัวเล็กเกินไป
จึงเพิ่มคู่หูให้
อาร์ซี
อีก
2
ตัว
คือ
โครเมีย
และ
มูนเรเซอร์
เพื่อให้ทั้ง
3
รวมกันเป็น
คอมไบเนอร์ส
-
มาร์ก
ไรอัน
รับหน้าที่เป็นตัวแสดงแทน
และเป็นผู้พากย์เสียงให้หุ่น
บัมเบิลบี
เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำใน
Transformers
(2007)
-
ผู้สร้างกำหนดให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในวันครบรอบ
25
ปีหลังจากฉายการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
ตอนแรกเมื่อปี
1984
-
เรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นที่อียิปต์
แต่ถ่ายทำกันในฐานทัพอากาศ
ฮอลโลแมน
และแนวพิสัยจรวดมิสไซล์
ไวต์
แซนด์ส
ในรัฐนิวเม็กซิโก
ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ทั้ง
2
แห่งนี้เคยใช้ถ่ายทำเป็นฉากประเทศกาตาร์มาแล้วในภาพยนตร์ภาคแรก
Transformers
(2007)
-
ผู้สร้างเตรียมถ่ายทำฉากต่อสู้ที่
ไวต์
แซนด์ส
ในรัฐนิวเม็กซิโก
ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยสร้างสิ่งก่อสร้างบนทรายและผูกโยงระเบิดไว้ในภายใน
รวมทั้งเตรียมเครื่องบิน
เอฟ-16
ทั้งหมด
6
ลำไว้บินเหนือพื้นที่ดังกล่าว
-
ผู้สร้างนำเสียงคำรามของ
ราวาจ
ฉบับดั้งเดิมที่
แฟรงก์
เวลเคอร์
พากย์ไว้ใช้ในการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
มาใช้อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องนี้
-
ไม่มีการใส่เพลงประกอบหลักของการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
ซึ่งแต่งโดยวงร็อก
มิวต์
แมธ
ไว้ในภาพยนตร์ภาคแรก
Transformers
(2007)
ทำให้ผู้ชื่นชอบ
Transformers
ไม่พอใจ
ผู้สร้างจึงต้องนำเพลงดังกล่าวมาใช้ประกอบภาพยนตร์ภาคนี้
-
ผู้สร้างอนุญาตให้
จอห์น
เทอร์ทูโร
ผู้รับบท
ซิมมอนส์
ได้ปีนพีระมิดขณะที่ถ่ายทำในประเทศอียิปต์
-
ผู้สร้างใช้กล้องระบบไอแมกซ์
ถ่ายทำฉากต่อสู้
3
ฉาก
ความละเอียดที่เพิ่มขึ้นมากจากการใช้เทคโนโลยีนี้
ทำให้แผนกแอนิเมชันจากบริษัท
ไอแอลเอ็ม
ต้องใช้เวลาถึง
5
วันในการเรนเดอร์ภาพระบบไอแมกซ์
1
เฟรม
-
อีกร่างหนึ่งของหุ่น
ไซด์สไวป์
ในการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
คือรถสปอร์ต
แลมบูร์กินี
แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้สร้างเปลี่ยนเป็นรถสปอร์ตของ
เชฟโรเลต
คอร์เวตต์
(เซนเทนเนียล
คอนเซปต์)
-
หุ่น
เจตไฟร์
ที่ปรากฏในการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
และที่เป็นของเล่นฉบับดั้งเดิม
มีลักษณะเป็นเครื่องบินไอพ่นสำหรับต่อสู้รุ่น
วีเอฟ-1เอส
หรือ
ซูเปอร์
วัลคีรี
ซึ่งมีที่มาจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง
Chojiku
Yosai
Macross
และบริษัทของเล่นจากญี่ปุ่น
ทาคาโตกุ
ดังนั้นการออกแบบ
เจตไฟร์
จึงเป็นปัญหาอย่างมากต่อบริษัทของเล่น
ทาคาระ
ซึ่งเป็นบริษัทหลักในการผลิตของเล่น
Transformers
ในญี่ปุ่น
ในภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้สร้างตัดปัญหาด้วยการออกแบบ
เจตไฟร์
ใหม่ทั้งหมดโดยอ้างอิงจากเครื่องบินไอพ่นรุ่น
เอสอาร์-71
หรือ
แบล็กเบิร์ด
-
อ้างอิงจากการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
หุ่นยนต์
ราวาจ
ของ
ดีเซปติคอนส์
มีอีกร่างหนึ่งเป็นเทปคาสเซตต์
ซึ่งผู้สร้างเห็นว่าล้าสมัยเกินไปสำหรับปัจจุบัน
ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขายังมีรูปลักษณ์เหมือนหุ่นเสือดำ
แต่ได้รับการออกแบบให้ดูดิบเถื่อนและดูเหมือนมาจากนอกโลกมากขึ้น
-
ในภาคแรก
Transformers
(2007)
ผู้สร้างเลือกนักพากย์ชุดเก่าจากการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
มาร่วมงานด้วยเพียง
2
คนคือ
ปีเตอร์
คัลเลน
พากย์เป็น
ออปติมัส
ไพรม์
และ
ชาร์ลส์
แอดเลอร์
พากย์เป็น
สตาร์สครีม
แต่เมื่อได้รับฟังเสียงตอบรับจากผู้ชมแล้ว
ผู้สร้างตัดสินใจดึงตัวนักพากย์ชุดเก่าเข้ามาร่วมงานมากขึ้นในภาค
2
นี้
ได้แก่
ซูซาน
บลู,
ไมเคิล
เบลล์,
ร็อบ
พอลเซน
และ
แฟรงก์
เวลเคอร์
ที่นอกจากจะพากย์เป็น
ซาวนด์เวฟ
เช่นเคยแล้วยังรับงานพากย์เพิ่มเป็น
ดีวาสเตเตอร์
ด้วย
-
หุ่นยนต์ไดโนเสาร์
หรือ
ไดโนบอต
ที่ปรากฏในการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
ไม่ได้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้
เพราะผู้เขียนบท
อเล็กซ์
เคิร์ตซ์แมน
คิดว่าพวกมันดูแตกต่างจากแนวคิดหุ่นยนต์จากนอกโลกมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม
เขาตั้งใจจะเก็บไดโนบอตไว้ใช้ในภาคอื่นต่อไป
-
ถ่ายทำฉากเรือบรรทุกเครื่องบินกันที่เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่
ยูเอสเอส
จอห์น
ซี.
สเตนนิส
ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
ซึ่งกำลังปฏิบัติงานอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลของแคลิฟอร์เนียใต้
ประเทศสหรัฐอเมริกา
นักแสดงประกอบฉากบางคนเป็นทหารเรือของสหรัฐอเมริกาจริงๆ
และหลังจากถ่ายทำเสร็จ
ไทรีส
กิบสัน
ผู้รับบท
เอปป์ส
จัดการแสดงร้องเพลงขึ้นที่อ่าวเก็บเรือ
โดยมีผู้ฟังเป็นทหารเรือที่ทำงานอยู่ที่นั่น
-
ฉากในวิทยาลัยถ่ายทำในมหาวิทยาลัยแห่งเพนซิลเวเนียและมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันซึ่งเป็นคู่แข่งกัน
นักศึกษาของเพนซิลเวเนียโกรธมากเมื่อได้ยินข่าวว่าผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
จะถ่ายทำที่พรินซ์ตัน
อีกทั้งยังจะใช้ชื่อมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในภาพยนตร์ด้วย
แต่สุดท้ายทั้ง
2
สถาบันต่างก็ไม่ยอมให้ใช้ชื่อสถาบันในภาพยนตร์
เนื่องจากคิดว่าฉากของ
จูดี
ซึ่งรับบทโดย
จูลี
ไวต์
จะทำลายภาพลักษณ์ของสถาบันได้
-
ขณะใกล้ปิดกล้อง
ไชอา
ลาบัฟ
ผู้รับบท
แซม
ประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับอุปกรณ์ประกอบฉาก
จนบาดเจ็บที่ตา
และต้องเย็บถึง
7
เข็ม
คุณหมอกล่าวว่าแผลอยู่ห่างจากจุดสำคัญที่จะทำให้ตาบอดเพียง
1
นิ้วเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม
ไชอา
กลับมาแสดงต่อทันทีในอีก
2
ชั่วโมงถัดมา
-
อีกร่างหนึ่งของหุ่น
บัมเบิลบี
ที่พากย์เสียงโดย
มาร์ก
ไรอัน
คือรถยนต์
เชฟโรเลต
คามาโร
ซึ่งร่างแบบขึ้นในปี
2006
และเตรียมสร้างและจำหน่ายในปี
2010
โดยผู้สร้างภาพยนตร์นำแบบร่างดังกล่าวมาดัดแปลงให้ดูแข็งแรงทนทานขึ้นกว่าเดิม
หลังจากที่
บัมเบิลบี
มีบทบาดเจ็บเสียหายไปในภาพยนตร์ภาคแรก
Transformers
(2007)
-
เดิมผู้สร้างจะถ่ายทำฉากเซี่ยงไฮ้
สเคอร์มิช
ในประเทศญี่ปุ่นเพื่ออุทิศให้แก่ประเทศผู้ให้กำเนิด
Transformers
แต่พวกเขาเปลี่ยนใจย้ายไปถ่ายทำที่
เบธเลเฮม
สตีล
ในเพนซิลเวเนีย
และในลองบีช
รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเทศสหรัฐอเมริกาแทน
เพราะไม่ต้องการให้ดูคล้ายภาพยนตร์แนวก็อดซิลลามากเกินไป
-
ร่างเดิมของหุ่น
วีลลี
ใน
Transformers:
The
Movie
(1986)
คือ
ไซเบอร์โทรเนียน
โมไบล์
แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้สร้างเปลี่ยนเป็นรถบรรทุกที่บังคับด้วยคลื่นวิทยุ
-
ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
เห็นว่ารถยนต์เล็กๆ
อย่าง
เชฟโรเลต
แทรกซ์
และ
บีต
ดูเข้ากันดี
และสามารถรวมตัวกันให้แข็งแกร่งเหมือนรถบรรทุกใหญ่ๆ
ได้
ไมเคิล
จึงนำ
ไซด์สไวป์
และ
ซันสตรีเกอร์
รถสปอร์ตจากการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
มาดัดแปลงโดยอ้างอิงตามรถยนต์
2
คันดังกล่าว
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น
สคิดส์
ซึ่งตั้งตามชื่อหุ่นในหนังสือการ์ตูน
Transformers
กับ
มัดแฟลป
ซึ่งตั้งตามหุ่นในการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers:
Cybertron
และให้
สคิดส์
กับ
มัดแฟลป
เข้าคู่กันเป็น
ออโตโบ
ทวินส์
ทั้ง
2
ตัวพากย์เสียงโดย
ทอม
เคนนี
-
หุ่นยนต์ของฝ่ายคอนสตรักติคอนส์ประกอบไปด้วยหุ่น
7
ตัวจากการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers
ได้แก่
สแคปเปอร์,
มิกซ์มาสเตอร์,
ลอง
ฮอล,
แรมเพจ,
ดีวาสเตเตอร์
และยังมี
ไฮห์ทาวเวอร์
จากการ์ตูนโทรทัศน์
Transformers:
Robots
in
Disguise
และหุ่น
โอเวอร์โลด
จากการ์ตูนโทรทัศน์ฉบับภาษาญี่ปุ่น
Transformers:
Armada
ในบรรดาหุ่นเหล่านี้
แรมเพจ
เป็นหุ่นพรีดาคอน
ส่วน
ไฮห์ทาวเวอร์
กับ
โอเวอร์โลด
เป็นออโตบอต
-
บริษัทก่อสร้าง
คาเตอร์พิลลาร์
มอบยานพาหนะ
3
คัน
ได้แก่
รถตักบรรทุกรุ่น
992จี
รถบรรทุกเทท้ายรุ่น
773บี
และรถดันดินรุ่น
ดี9
เพื่อให้ผู้สร้างนำไปใช้เป็นอีกร่างหนึ่งของหุ่น
สแครปเปอร์,
ลอง
ฮอล
และ
แรมเพจ
ตามลำดับ
-
อีกร่างหนึ่งของหุ่นคอนสตรักติคอน
มิกซ์มาสเตอร์
ที่พากย์เสียงโดย
ไมก์
แพตตัน
คือรถผสมคอนกรีต
แมก
ทรักส์
-
อีกร่างหนึ่งของหุ่น
ไฮห์ทาวเวอร์
ของคอนสตรักติคอน
คือรถเครนตีนตะขาบ
โคเบลโก
ซีเค2500
-
อีกร่างหนึ่งของ
เดโมลิเชอร์
และ
สกาเวนเจอร์
ของ
ดีเซปติคอนส์
คือเครื่องขุดอุโมงค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รุ่นทีเรกซ์
โอแอนด์เค
อาร์เอช
-400
พลังน้ำ
-
นักออกแบบ
จอช
นิซซี
ออกแบบหุ่นยนต์
ลอง
ฮอล
ขึ้นในฐานะผู้ชื่นชอบ
Transformers
เท่านั้น
แต่ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
เห็นผลงานแล้วรู้สึกประทับใจ
จึงจ้าง
จอช
มาร่วมงานด้วย
และใช้งานออกแบบของเขาสร้างหุ่นยนต์
ลอง
ฮอล
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นจริงๆ
-
อีกร่างหนึ่งของหุ่น
โจลต์
ที่พากย์เสียงโดย
แอนโธนี
แอนเดอร์สัน
ในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ
เชฟโรเลต
โวลต์
ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกแบบโดยบริษัท
เจเนรัล
มอเตอร์ส
-
ร่างเดิมของหุ่น
ไซด์เวย์
ของ
ดีเซปติคอนส์
ในการ์ตูนโทรทัศน์ฉบับญี่ปุ่น
Transformers:
Armada
คือรถจักรยานยนต์และเครื่องบินไอพ่น
แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้สร้างเปลี่ยนเป็นรถยนต์
ออดี
อาร์8
-
แผนกแอนิเมชันออกแบบท่าทางของหุ่น
ดีวาสเตเตอร์
ที่พากย์เสียงโดย
แฟรงก์
เวลเคอร์
มาจากท่าทางของกอริลลา
-
ผู้เขียนบท
โรแบร์โต
ออร์ซี
เปิดเผยว่าหลักสำคัญในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้คือ
รักษาความสมดุลระหว่างความขัดแย้งของหุ่นยนต์และมนุษย์
กับอารมณ์ขันที่เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นฉากสงครามจึงเข้มข้นมากขึ้น
ขณะเดียวกับที่มุกตลกเด่นชัดมากขึ้นด้วย
-
เจ้าหน้าที่รัฐของประเทศอียิปต์
ซาฮี
ฮาวาสส์
เป็นนักโบราณคดีที่ชื่นชอบภาพยนตร์
Transformers
(2007)
มาก
เขาจึงช่วยให้ผู้สร้างได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศอียิปต์ได้
อย่างไรก็ตาม
เขามีเงื่อนไขว่าห้ามไม่ให้ผู้สร้างทำลายสิ่งปลูกสร้างใดๆ
เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์
-
ผู้สร้างใช้เวลาถ่ายทำในประเทศอียิปต์
3
วัน
เริ่มจากที่พีระมิดกีซา
และเมืองลุกซอร์
ผู้อำนวยการสร้าง
โลเรนโซ
ดิ
โบนาเวนทูรา
เปิดเผยภายหลังว่าการถ่ายทำดำเนินไปอย่างเป็นความลับสุดยอดเพื่อรักษาความปลอดภัย
โดยมีผู้ร่วมงานเป็นชาวอเมริกัน
150
คนและชาวอียิปต์ในท้องถิ่นอีกหลายสิบคน
-
ผู้สร้างได้รับอนุญาตจากฐานทัพอากาศ
โรยัล
จอร์แดเนียน
ให้สามารถถ่ายทำในประเทศจอร์แดนเป็นเวลา
4
วัน
ในเมือง
เพตรา,
วาดิ
รัม
และ
ซอลต์
-
ถ่ายทำบางฉากกันในปลาสเดอลาคองคอร์ด
ในปารีส
ประเทศฝรั่งเศส
และก่อนหน้านั้น
ผู้สร้างเคยถ่ายทำฉากปารีส
โดยจัดฉากขึ้นในเพนซิลเวเนีย
ประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว
-
หุ่นยนต์ในภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบทั้งหมดเป็นภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิก
เนื่องจากถ่ายทำได้ง่ายกว่า
แต่ก็มีการใช้วัสดุที่จับต้องได้เข้ามาผสมผสานเป็นบางส่วนด้วย
ได้แก่
หุ่น
บัมเบิลบี
ขนาดเท่าของจริง
คานและเฟืองสำหรับร่อนลงจอดของ
เจตไฟร์
หุ่นชักของ
ราวาจ
กับ
เลเซอร์บีก
กรงเล็บของ
เมกาตรอน
และใบหน้าของ
ฟอลเลน
-
มีชื่อ
สคิดส์
ติดอยู่บนป้ายทะเบียนของหุ่น
สคิดส์
ที่พากย์เสียงโดย
ทอม
เคนนี
ด้วย
-
นอกจาก
ปีเตอร์
คัลเลน
จะพากย์เสียงเป็น
ออปติมัส
ไพรม์
แล้ว
ยังแสดงบทรับเชิญเป็น
ออโตบอต
โฮโลแกรม
ด้วย
-
เดิม
เทเรซา
พาลเมอร์
มาทดสอบบทเป็น
อลิซ
แต่สุดท้าย
บทนี้ตกเป็นของ
อิซาเบล
ลูคัส
-
ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
อยากให้
อามัวรี
โนลาสโก
กลับมารับบท
จอร์เก
ฟิกูเอโรอา
อีกครั้ง
แต่
อามัวรี
ติดถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอื่น
-
ขณะที่
เลนนาร์ด
นิมอย
กำลังถ่ายทำ
Star
Trek
(2009)
ผู้เขียนบท
โรแบร์โต
ออร์ซี
และ
อเล็กซ์
เคิร์ตซ์แมน
เข้ามาทาบทามให้เขาพากย์เสียงเป็น
ฟอลเลน
ในภาพยนตร์เรื่องนี้
ขณะที่ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
รู้สึกกังวลที่จะต้องออกปากขอให้
เลนนาร์ด
ซึ่งแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเขามาร่วมงาน
เพราะเกรงว่าจะจ่ายค่าตอบแทนได้ไม่มากเท่าที่ควร
แม้
เลนนาร์ด
จะเคยพากย์เสียงเป็น
กาลเวตรอน
มาแล้วใน
Transformers:
The
Movie
(1986)
แต่สุดท้ายผู้ที่ได้พากย์เสียง
ฟอลเลน
กลับเป็น
โทนี
ทอดด์
-
ใบหน้าของ
ฟอลเลน
ซึ่งพากย์เสียงโดย
โทนี
ทอดด์
นั้น
เหมือนกับใบหน้าของหุ่น
ดีเซปติคอนส์
แต่มีมงกุฎแบบอียิปต์สวมอยู่
นอกจากนี้
เขายังมีเส้นแมกมาสีแดงพาดผ่านร่างกาย
ซึ่งผู้สร้างตั้งใจให้ดูคล้ายรูปลักษณ์ดั้งเดิมของเขาในหนังสือการ์ตูน
ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยไฟ
-
นักดนตรีร็อก
สแตน
บุช
ที่แต่งเพลง
The
Touch
สำหรับ
Transformers:
The
Movie
(1986)
นำเพลงเก่าเพลงนี้มาปรับปรุงใหม่
เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้
-
ฉากที่หุ่น
ราวาจ
กระโดดข้ามหาดทราย
เป็นฉากประจำตัวของ
ราวาจ
ที่พบเห็นได้เสมอเวลาที่เขาปรากฏตัว
โดยเฉพาะในหนังสือการ์ตูนของมาร์เวล
และในหนังสืออื่นๆ
-
จอห์น
เทอร์ทูโร
ผู้พากย์เสียง
ซิมมอนส์
เสนอตัวว่าจะพากย์เสียงเป็นหุ่น
เจตไฟร์
ด้วย
เนื่องจากเขาคิดว่าเป็นบทที่น่าสนุก
ซึ่งเขาก็ได้รับหน้าที่ดังกล่าว
-
นักดนตรีร็อก
ไมก์
แพตตัน
ที่เคยพากย์เสียงในวิดีโอเกม
The
Darkness
ได้รับเลือกให้มาพากย์เสียงเป็นหุ่น
มิกซ์มาสเตอร์
และหุ่นยนต์ไม่ทราบชื่ออีกตัวหนึ่ง
-
ในบรรดาหุ่นยนต์ทั้งหมดที่ปรากฏตัวในเรื่องนี้
ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
ชอบหุ่น
ออโตโบ
ทวินส์
เป็นพิเศษ
แต่ไม่ค่อยชอบหุ่น
อาร์ซี
และ
ออโตบอต
ซิสเตอร์ส
-
ผู้สร้างออกแบบให้หุ่น
แรมเพจ
มีรูปร่างคล้ายปู
นั่นคือมี
4
ขา
มี
2
ก้าม
และมีกระดองแข็งด้านนอก
ทำให้
แรมเพจ
ดูคล้ายกับ
พรีดาคอน
แรมเพจ
ในการ์ตูนโทรทัศน์
Beast
Wars:
Transformers
ซึ่งมีอีกร่างเป็นแมงดาทะเล
-
ผู้กำกับ
ไมเคิล
เบย์
ภูมิใจมากที่ฉากหุ่น
ดีวาสเตเตอร์
ซึ่งพากย์เสียงโดย
แฟรงก์
เวลเคอร์
ในฉากการรบแบบกองโจรในกีซา
สามารถทำให้ผู้มีมารยาทดีอย่างผู้กำกับ
สตีเวน
สปีลเบิร์ก
สบถออกมาด้วยความประทับใจได้
-
ในฉากการรบแบบกองโจรในกีซา
ประเทศอียิปต์
รามอน
ร็อดริเกวซ
ผู้รับบท
ลีโอ
ต้องทนกับลมที่มีความแรง
100
ไมล์ต่อชั่วโมง
ซึ่งทำให้ไหล่ของเขาหลุด
และทำให้ทรายเข้าไปในตาของเขา
หลังจากนั้นเขาต้องใช้เวลาถึง
45
นาทีในการทำให้ตาของเขากลับมาสะอาดดังเดิม
-
เมแกน
ฟ็อกซ์
รับบทเป็น
มิคาเอลลา
สาวนักขี่รถจักรยานยนต์
แต่ตัวจริงของ
เมแกน
ไม่สามารถขี่รถจักรยานยนต์ได้
จึงต้องให้คนมาช่วยผลักให้เธอสามารถออกรถได้ในขณะถ่ายทำ
รวมทั้งมีคนคอยจับรถให้หยุดได้อย่างปลอดภัยหลังจากถ่ายทำเสร็จ
แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยดีเสมอไป
เพราะเธอขับขี่ด้วยความเร็วสูง
-
ผู้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์
สตีฟ
จาบลอนสกี
ดึงตัวที่ปรึกษาของเขา
ฮานส์
ซิมเมอร์
และวงร็อก
ลินคิน
พาร์ก
เข้ามาร่วมงานด้วย
โดยพวกเขาร่วมกันนำเพลง
New
Divide
ของ
ลินคิน
พาร์ก
มาประยุกต์ใหม่ให้กลายเป็นเพลงดนตรีบรรเลง
-
รถจักรยานยนต์
3
คันที่ใช้เป็นอีกร่างหนึ่งของหุ่น
ออโตบอต
ซิสเตอร์ส
เป็นรถจักรยานยนต์ที่ออกแบบและสร้างโดยบริษัทผลิตรถจักรยานยนต์ประเภทสปอร์ตไบก์
เรโทรเอสบีเค
-
หัวหน้าแผนกสเปเชียลเอฟเฟกต์
จอห์น
ฟราซิเออร์
ใช้เวลา
7
เดือนในการติดตั้งระเบิดที่ใช้น้ำมันเบนซิน
1,000
แกลลอน
เพื่อใช้ในฉากระเบิดการรบแบบกองโจรที่กีซา
ประเทศอียิปต์
-
ต้องใช้พื้นที่ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
140
เทราไบต์
ในการทำให้ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกของหุ่นยนต์ทั้งหมดในภาพยนตร์เรื่องนี้เคลื่อนไหวตามที่กำหนด
-
หุ่น
สตาร์สครีม
ที่พากย์เสียงโดย
ชาร์ลส์
แอดเลอร์
แต้มร่างกายของเขาด้วยลวดลายไซเบอร์โทรเนียนสีม่วง
ซึ่งสีม่วงนี้จัดเป็นสีนำโชคของ
ดีเซปติคอนส์
-
ก่อนเริ่มถ่ายทำ
เมแกน
ฟ็อกซ์
น้ำหนักตัวลด
เธอจึงต้องรับประทานเค้กจำนวนมากเพื่อให้รูปร่างกลับมาเหมาะสมกับบท
มิคาเอลลา
ผลก็คือเธอมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
10
ปอนด์ภายใน
3
สัปดาห์
-
ภาพยนตร์เรื่อง
Transformers
(2007)
กินพื้นที่ความจุของคอมพิวเตอร์เท่ากับ
20
เทราไบต์
ส่วนภาค
Transformers:
Revenge
of
the
Fallen
(2009)
ใช้พื้นที่มากถึง
145
เทราไบต์
ซึ่งเท่ากับความจุของแผ่นดีวีดี
35,000
แผ่น
หากวางแผ่นดีวีดีเหล่านั้นเรียงกันขึ้นไปโดยไม่มีแผ่นใดบรรจุใส่กล่อง
จะได้ความสูงทั้งสิ้น
145
ฟุต
-
ภาพที่ถ่ายจากระบบกล้องไอแมกซ์
1
ภาพมีขนาดใหญ่มาก
หากใช้เพียงคอมพิวเตอร์ตามบ้านธรรมดาในการเรนเดอร์
จะต้องใช้เวลาถึงเกือบ
3
ปีติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก
และหากต้องการเรนเดอร์ภาพยนตร์ทั้งเรื่องโดยใช้คอมพิวเตอร์ตามบ้านที่เป็นรุ่นทันสมัย
จะต้องเริ่มเรนเดอร์ตั้งแต่
16,000
ปีก่อน
(ซึ่งเพิ่งมีการวาดภาพ
ฮอลล์
ออฟ
บุลล์ส
ขึ้นในผนังถ้ำ)
จึงจะทันวันเข้าฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในปี
2009
-
หุ่น
ดีวาสเตเตอร์
ที่พากย์เสียงโดย
แฟรงก์
เวลเคอร์
มีชิ้นส่วนมากกว่ารถยนต์ทั่วไปถึงมากกว่า
10
เท่า
|
|
|
เข้าฉาย 24 พ.ค. 55 เข้าฉาย 31 พ.ค. 55
|
|
ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ปฏิเสธภาพลักษณ์แห่งความอ่อนวัยได้ ซึ่งแน่นอนว่าใครก็ตาม ยึดติดกับภาพลวงชวนฝ...
|
|