วง Pause กับผม ในช่วงแรกๆ เราอาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก
อาจเป็นเพราะตอนที่พอสเข้ามาอยู่เบเกอรี่ ผมกำลังทำอัลบั้มที่ 2 ของตัวเองชื่อ Simplified ที่อเมริกาอยู่พอดี ครั้งแรกที่เราได้ใกล้ชิดกันจริงๆ คือตอนที่วงพอสมาที่บ้านผม เพื่อมาแต่งเพลง “ยื้อ” ด้วยกัน
วันนั้นมีคุณเชาวเลขร่วมอยู่ในก๊วนแต่งเพลงด้วย
บรรยากาศวันนั้นคล้ายๆ การรับน้องกลายๆ
โจ้เป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม และอินโนเซนต์สุดๆ
อะไรก็ “ได้ครับ” เสมอ ไม่เคยปฏิเสธอะไรเลย
ผมเห็นว่าโจ้ร้องเสียงสูงได้เพราะมาก ก็เลยลองดูว่าเขาจะไปได้สูงถึงไหน
ปรากฏว่าไปได้ถึง high Eb — คุณมดบอกมา — ซึ่งสำหรับผมคือสูงมากๆ ในยุคนั้น
ผมเลยพยายามแต่งเมโลดี้ให้ไปสุดขอบเสียงของเขา
โดยลืมคิดไปว่า ตอนร้องสด มันน่าจะลำบากเหมือนกันนะ 555
เพราะนอกจากท่อน pre-chorus จะมี phrasing แบบซอยๆ แทบไม่มีที่ให้หายใจแล้ว
ยังมีโน้ตที่ต้องแตะหลายจุดมาก
แต่โจ้ก็มีแต่รอยยิ้มสุภาพกลับมา แล้วบอกว่า
“ได้ครับพี่ ผมจะพยายามดู”
ในขณะเดียวกัน เอ นอ บอส และคุณเชาวเลข ซึ่งไม่ได้รับหน้าที่ร้อง
ดูจะห่วงเพื่อนมากกว่าที่เพื่อนจะห่วงตัวเองเสียอีก 555
สุดท้ายโจ้ก็ทำหน้าที่ของเขาออกมาได้อย่างดีมาก
บอกตามตรงว่า ตอนที่เขาอัดร้องเพลงนี้
ผมแทบไม่อยากเข้าไปฟังการอัดเลย
เพราะไม่อยากให้โจ้ต้องมานั่งคิดด่าผมในใจ 555
หลังจากนั้น เราก็ได้มีโอกาสร่วมงานกันอีก 2-3 ครั้ง
ครั้งที่ผมประทับใจที่สุด คือวันที่เราแต่งเพลง
“รักเธอทั้งหมดของหัวใจ”
ให้กับโจ้ ผู้เพิ่งสูญเสียน้องชายจากอุบัติเหตุ
ผมนั่งแต่งเพลงนี้กับโจ้ในห้องส้ม ที่เบเกอรี่ สยามสแควร์
เรานั่งคุยกันไป เล่นกีตาร์กันไป
เพลงค่อยๆ ออกมาทีละประโยค
แล้วผมก็ค่อยๆ เห็นน้ำตาของโจ้ไหลเป็นทาง
เพลงก็ค่อยๆ อ่อนไหวไหลไปตามน้ำตาของเขา
โดยที่ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่คนสะท้อนน้ำตา
และความรู้สึกของเขาออกมาเป็นเพลงนี้เท่านั้นเอง
พอเพลงเสร็จ เราเงียบกันอยู่พักหนึ่ง
ผมถามโจ้ว่า “โอเคไหม”
เขาบอกว่าเขาชอบมาก
เหมือนได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่เขายังไม่เคยบอกน้องชายของเขา
และประโยคที่เขาชอบมากๆ คือประโยคปิดเพลงที่ว่า
“แล้วสักวันจะไปหา”
เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่ายังมีความหวัง
ว่าวันหนึ่งเขาจะได้เจอกับน้องชายของเขาอีก
(อ่านต่อในคอมเมนต์)