คนที่แค่ขับรถเป็น ย่อมไม่เรียกตัวเองว่านักแข่งรถ
เพราะการขับรถเป็นนั้นหมายถึงเพียงการควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรกได้ แต่ยังไม่เข้าใจกลยุทธ์ของการแข่งขัน ไม่รู้การเลือกไลน์ ไม่รู้การบริหารจังหวะ ไม่รู้วิธีอ่านสถานการณ์ในสนาม
จึงเป็นเรื่องน่าขบขัน หากใครสักคนเพียงขับรถเป็นแล้วประกาศตนว่าเป็นนักแข่งรถ
ศาสตร์การแสดงก็ไม่ต่างกัน
การพูดบทได้ ไม่ได้หมายความว่าเข้าใจการแสดง
การท่องจำบทสนทนา การแสดงสีหน้า หรือการร้องไห้ตามที่บทกำหนด เป็นเพียงเปลือกนอกของวิชาชีพเท่านั้น
คนที่จะเรียกตนเองว่าเป็นนักแสดงได้ ในทัศนะของข้าพเจ้า คือผู้ที่ผ่านการศึกษาและฝึกฝนศิลปะแขนงนี้อย่างจริงจัง
เป็นผู้ที่เฝ้าสังเกตพฤติกรรมของตนเองและผู้อื่นมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความคิด อารมณ์ ร่างกาย และการกระทำ
เป็นผู้ที่ผ่านการทำงานจริง ผ่านความผิดพลาด การทดลอง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนสามารถแยกแยะได้ว่าแนวคิดใดใช้ได้จริง และแนวคิดใดเป็นเพียงทฤษฎีที่ฟังดูงดงามแต่ไม่อาจนำไปใช้ในสถานการณ์จริง
นักแสดงจึงไม่ใช่คนที่เพียงยืนอยู่หน้ากล้อง
แต่คือผู้ที่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง และสามารถใช้ความเข้าใจนั้นสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ภายใต้เงื่อนไขของเรื่องราว
เช่นเดียวกับที่นักแข่งรถไม่ได้มีหน้าที่เพียงขับรถ
นักแสดงก็ไม่ได้มีหน้าที่เพียงพูดบท