วิจารณ์ Spring Snow

ไปที่หน้า
วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 6 พ.ย. 51 12:23

    ชอบมาก อยากไปซื้อเก็บไว้ดู แต่ว่านะ ตอนจบแบบว่า..
    อยากให้ทำให้ชัดไปเลย

  • เมื่อ 3 มิ.ย. 50 14:08

    บอกตามตรงกับหนังเรื่องนี้ ผมผิดหวังอย่างแรง น่าเบื่อ เต็มไปด้วยฉากตั้งใจบีบคั้น แต่ไม่ประสบผล ขณะดูรู้สึกถูกยัดเยียดความรู้สึก ผมไม่เศร้าเลยเพราะเหมือนทุกอย่างเป็นเหมือนการจงใจ เสแสร้ง เนื้อเรื่องน่าสนใจ แต่ความละมุนละไมไม่มีเลย

  • เมื่อ 5 มิ.ย. 49 09:30

    ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของจังหวะล้วนๆ หมายถึงว่าถ้าคนดูไม่ชอบจังหวะการเดินเรื่องแบบอืดๆ เรื่อยๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แนะนำเลยครับ รอบที่ผมไปดูนั้นมีคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งถึงกับอดรนทนไม่ได้ ลุกขึ้นเดินออกจากโรงไปเลยทีเดียว ด้วยความเป็นหนัง ผมให้คะแนนเต็มกับงานเรื่องโปรดักชั่น และรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องคอสตูม ทำได้ดี นางเอกน่ารักดี แต่ผมไม่เชื่อว่า ลำพังแค่นางเอกน่ารักจะพาเราไปตลอดรอดฝั่ง หนังมีช่วงที่เดินเรื่องช้าเกินไปอยู่หลายช่วง ความยาวขนาดที่หนังเป็นอยู่ (2.30 ชม.) ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับโครงเรื่อง และเนื้อหาที่ไม่ได้รุกคืบไม่สักเท่าไร ส่วนฉากแสดงความรักก็ดูไม่น่าเกลียดอะไร เพียงแต่มันเยอะมาก จนอดนึกไม่ได้ว่า พระเอกสนใจเรื่องความรัก หรือต้องการความใคร่กันแน่

  • เมื่อ 1 มิ.ย. 49 16:51

    Spring Snow หรือชื่อไทยว่า ลิขิตรักหิมะโปรย ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยายสุดซึ้งของญี่ปุ่น ที่ได้นักแสดงหนุ่มหล่อ สาวสวยมาเป็นตัวดึงดูดให้คนอยากชมอีกทางหนึ่ง

    ยูโกะ ทาเคอุจิ รับบท ซาโตโกะ อะยาคูระ สาวสวยหวานเรียบร้อย ผู้แสดงออกถึงความรักของตนเองอย่างเต็มที่ แม้จะเกิดเป็นหญิงสาวในตระกูลสูงส่งเพียงใดก็ตาม และ ซาโตชิ ซึมาบุกิ รับบท คิโยอากิ มัตซึกาเอะ ผู้มักจะแสดงออกว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ใหญ่นักหนา แม้ว่านั่นจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้คนรอบข้างได้เห็นว่าแท้จริงแล้วเขานั้นยังเด็กนัก โดยเฉพาะในเรื่องความรักที่เขามักทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆ ซึ่งชอบแกล้งเด็กผู้หญิงที่ตัวเองชอบด้วยการเปิดกระโปรงบ้าง ดึงหางเปียบ้าง เพื่อเรียกร้องความสนใจ

    เมื่อตัวละคร คิโยอากิ ซึ่งไม่รู้จักการแสดงออกและยอมรับในสิ่งที่เรียกว่าความรัก แต่กลับสื่อออกมาในทางตรงกันข้าม ไม่ว่าจะแกล้งเฉยชาให้ฝ่ายหญิงรู้สึกเสียใจ หรือโดยการพยายามจับคู่เธอกับคนอื่น แต่ภายหลังเมื่อทุกอย่างสายเกินไป เธอคนนั้นกำลังจะกลายเป็นของคนอื่น อาการไขว่คว้าหาสิ่งที่กำลังจะหลุดลอยจึงเกิดขึ้น จนก่อให้เกิดความรักต้องห้ามที่ดูอย่างไรก็ไม่เห็นทางออกที่สวยงามตามมาภายหลัง

    ความรักที่เกิดขึ้น จึงเปรียบเหมือนหิมะที่กำลังโปรยปรายอยู่ในฤดูใบไม้ผลิตามชื่อเรื่อง หิมะหลงฤดูที่ไม่มีทางส่องประกายได้นาน แต่กลับจะละลายหายไปเพียงแค่ชั่วพริบตานั่นเอง

    ในส่วนของฉากที่สวยงามนั้นก็เหมาะกับเนื้อหาความรักเศร้าๆ ของเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สะท้อนภาพชนบทอันงดงามของญี่ปุ่น หรือจะเป็นภาพในงานเลี้ยงใหญ่โตหรูหรากับสิ่งของประกอบฉาก การแสดงแบบโบราณ เครื่องแต่งกาย และอาคารบ้านเรือนต่างๆ เป็นต้น ที่ดูสวยงามประณีตตามแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นตามช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ในเรื่อง

    แต่ข้อเสียของเรื่องนี้ คงจะเป็นเนื้อเรื่องที่เป็นไปตามรูปแบบภาพยนตร์รักญี่ปุ่นหลายเรื่อง ที่เดินเรื่องแบบเรื่อยๆ มากไปหน่อย อีกทั้งยังรวมไปถึงบทในส่วนของพระเอก ที่ดูแล้วค่อนข้างน่าขัดใจกับการแสดงออกเรื่องความรักในแบบไม่มีเหตุผล เพราะกว่าจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองได้ก็ช้าจนเกินไป ทำให้เรื่องราวต่างๆ ที่ตามมา ก่อให้เกิดความรักที่จะกลายเป็นโศกนาฎกรรมในตอนท้ายนั่นเอง

    ดังนั้น ใครก็ตามที่เคยชินกับภาพยนตร์รักญี่ปุ่นแบบเนิบนาบ และต้องการซึมซับเรื่องราวความรักแบบเศร้าสร้อย หดหู่เป็นหลัก ลิขิตรัก หิมะโปรย ก็คงจะไม่ทำให้ผิดหวัง

  • เมื่อ 27 พ.ค. 49 09:04

    นางเอกน่ารักมากๆพระเอกก็มีเสน่ห์มากเลย...เฮ้อ หลงรักหนังเรื่องนี้

  • เมื่อ 23 พ.ค. 49 16:44

    แบบว่าดีมากนะใครชอบหนังรักล่ะก็ไม่ควรพลาดนา...แต่ตอนจบเศร้า
    ให้ 9/10 ไปเลยภาพสวย เนื้อหาก็ดีนางเอกน่ารักมาก

  • เมื่อ 19 พ.ค. 49 21:22

    เศร้าจัง แต่ ก็ ชอบน่ะ

  • เมื่อ 18 พ.ค. 49 08:42

    พระเอกหล่อจัง นางเอกก็น่ารักมากเลยคะ

  • เมื่อ 13 พ.ค. 49 12:18

    ่นางเอกน่ารักอ่ะ

มีทั้งหมด 9 วิจารณ์
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Blue Bayou Blue Bayou เมื่อบ้านที่เคยอยู่ กลับผลักไสเรา เราจะเป็นบ้านให้กันและกัน ภาพยนตร์ที่สะท้อนชะตากรรมของผู้ผลัดถิ่นที่ถูกรับเลี้ยงเพียง...อ่านต่อ»