เกร็ดน่ารู้จาก Pirates of the Caribbean: At World's End

เกร็ดน่ารู้
  • คีธ ริชาร์ดส ตกลงใจที่จะแสดงบทรับเชิญเป็นพ่อของ แจ็ค สแปร์โรว์ โดยที่ คีธ ได้รับการทาบทามให้เป็นนักแสดงรับเชิญมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว
  • จอห์นนี่ เดปป์ เปิดเผยว่าได้ท่าทางและนิสัยบางอย่างของการรับทเป็นกัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ มาจาก คีธ ริชาร์ดส์ นักกีตาร์ระดับตำนานของวง โรลลิง สโตนส์ เพื่อนสนิทของเขาที่แสดงในเรื่องนี้ด้วย
  • หนังสือ ไพเรตา โคเด็กซ์ ที่ปรากฏในเรื่อง มีขนาด 20 คูณ 28 นิ้ว และมีขนาดหน้าปกหนากว่าหนึ่งนิ้ว โดยทีมงานได้ทำขึ้นมา 2 เล่ม เล่มแรกหนักประมาณ 80 ปอนด์ และมีเอกสารนับพันหน้าสำหรับผู้รับบทเป็นบรรณารักษ์ของโจรสลัดถือ ส่วนอีกเล่มที่ กัปตันที้ก รับบทโดย คีธ ริชาร์ดส์ ผู้คุ้มกฎถือก็มีน้ำหนักเพียงแค่ 10 ปอนด์เท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานของเขา
  • ผ้าผูกเอวของกัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ทำโดยชาวเขาเผ่าหนึ่งในตุรกี
  • ชุดที่ใส่เข้าฉากของ โจวเหวินฟะ ผู้รับบท กัปตันเซาเฟ็ง รวมแล้วหนักถึง 35 ปอนด์
  • ฉากวังน้ำวนที่ต้องมีปูเป็นพันๆ หมื่นๆ ตัวจะร่วงหล่นลงบนดาดฟ้าเรือแบล็ค เพิร์ล และกวาดต้อนทุกคนที่ขวางทางมันเหมือนกับลาวา จริงๆ แล้วเป็นการทิ้งลูกบอลพลาสติกสีฟ้าน้ำหนักเบา 175,000 ลูกจากตาข่าย ลงบนดาดฟ้าเรือให้ทุกคนล้มกลิ้งโดยไม่เป็นอันตราย เพราะน้ำหนักที่เบา โดยจะมีการสร้างภาพปูขึ้นภายหลังจากคอมพิวเตอร์
  • บางฉากในภาคนี้ได้ถ่ายทำไว้ตั้งแต่ระหว่างการถ่ายทำภาค 2 คือ Pirates of the Caribbean: Dead Man's Chest ซึ่งออกฉายในปี 2006
  • การถ่ายทำเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นโดยที่บทภาพยนตร์ยังไม่เสร็จดี
  • การตัดต่อครั้งแรกภาพยนตร์มีความยาวถึง 3 ชั่วโมงกว่า
  • ชื่อเรื่องที่ทีมงานใช้เรียกกัน คือ Pirates 3
  • ชื่อเรื่องที่ใช้ในประเทศเยอรมันทั้ง 3 ภาคนั้น ไม่ได้ดูแล้วอยู่ในรูปแบบเดียวกันเท่าไรนัก โดยภาคแรกที่ใช้ชื่อ Fluch der Karibik ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Caribbean's Curse แต่ภาค 2 กลับใช้เป็น Pirates of the Carribean - Fluch der Karibik ทั้งที่โปสเตอร์ภาพยนตร์ที่ออกมาก่อนหน้าเขียนชื่อเรื่องว่า Fluch der Karibik - Die Truhe des Todes ส่วนในภาค 3 นี้ ก็เป็น Pirates of the Carribean - Am Ende der Welt

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Jolt Jolt ความแค้นที่มาพร้อมความแรงเฟร่อ ลินดี (เคต เบกคินเซล) หญิงสาวที่มีอาการทางจิตในแบบที่หาตัวจับยากของแท้ เพราะเธอสามารถแสด...อ่านต่อ»