เกร็ดน่ารู้จาก Burn After Reading

เกร็ดน่ารู้
  • พี่น้องผู้กำกับ โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ช่วงเดียวกับตอนที่ดัดแปลงบทภาพยนตร์เรื่อง No Country for Old Men (2007) โดยตั้งใจเขียนบทให้นักแสดงที่คุ้นตาได้แสดงบทที่แปลกตา
  • โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน เคยดัดแปลงบทภาพยนตร์เกี่ยวกับการเมืองเรื่อง Advise and Consent และถ่ายทำด้วยกล้องซูเปอร์ 8 แต่ไม่ได้นำออกฉายเพราะพวกเขาไม่มีลิขสิทธิ์ ในเรื่อง Burn After Reading นี้ พวกเขาตั้งใจทำออกมาให้คล้ายคลึงกับ Advise and Consent แต่เพิ่มการบีบคั้นอารมณ์แบบละครเข้าไป
  • ขณะที่แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ฟรานเซส แม็กดอร์มานด์ ผู้รับบท ลินดา ทำงานกับผู้กำกับ โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน มา 25 ปีแล้ว ภาพยนตร์เรื่องแรกที่พี่น้อง โคเอน กำกับเรื่อง Blood Simple (1984) ก็เป็นเรื่องแรกที่ ฟรานเซส แสดงเช่นกัน
  • ก่อนหน้านี้ ริชาร์ด เจนคินส์ เคยแสดงภาพยนตร์เรื่องเดียวกับ ฟรานเซส แม็กดอร์มานด์ มา 2 เรื่อง ได้แก่ The Man Who Wasn't There (2001) และ North Country (2005) แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ ริชาร์ด ได้เข้าฉากกับ ฟรานเซส
  • เดิมผู้กำกับ โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน ตั้งใจจะถ่ายทำเรื่องนี้ แต่มีปัญหาเรื่องการจัดตารางเวลาของนักแสดงดังหลายคน พวกเขาจึงถ่ายทำ No Country for Old Men (2007) ก่อน
  • คณะผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้หลายคนคุ้นเคยกันตั้งแต่ร่วมงานกันใน No Country for Old Men (2007) ได้แก่ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แมรี โซเฟรส ผู้ออกแบบฉาก แนนซี เฮจ ผู้ออกแบบการแต่งหน้า ฌอง แบล็ก ผู้บันทึกเสียง ปีเตอร์ เคอร์แลนด์ และหัวหน้าผู้เขียนบท ทอม จอห์นสตัน
  • ตั้งแต่ถ่ายทำภาพยนตร์ Miller's Crossing (1990) เป็นต้นมา ผู้กำกับ โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน ร่วมงานกับผู้กำกับภาพ โรเจอร์ ดีคินส์ มาโดยตลอด แต่ขณะถ่ายทำเรื่องนี้ โรเจอร์กำลังถ่ายทำเรื่อง Revolutionary Road (2008) สองพี่น้องโคเอนจึงใช้งาน เอ็มมานูเอล ลูเบซกิ แทน
  • เป็นภาพยนตร์ที่เปิดฉายเป็นเรื่องแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ ปี 2008
  • ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มีโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Coming Up Daisy ปรากฏอยู่ด้วย Coming Up Daisy เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ คอร์แมก แม็กคาร์ธี ผู้เขียนเรื่อง No Country For Old Men ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน กำกับก่อนหน้านี้
  • ตอนเปิดเรื่อง ผู้ชมจะได้ยินเสียงจากยานอวกาศของตัวละคร โบว์แมน ในภาพยนตร์เรื่อง 2001: A Space Odyssey (1968) ของ สแตนลีย์ คูบริก ส่วนเลขที่บ้านของ แฮร์รี รับบทโดย จอร์จ คลูนีย์ เป็นเลข 114 ซึ่งเป็นเลขที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Dr. Strangelove or: How I Learned to Stop Worrying and Love the Bomb (1964) ของ สแตนลีย์ เช่นกัน
  • โจล โคเอน และ อีธาน โคเอน เขียนตัวละครขึ้นจากเหล่านักแสดงนำที่คิดไว้ในใจ เช่น ตัวละคร แชด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโฆษณาที่ แบรด พิตต์ ทำผมชี้และย้อมสี มีเพียงตัวละคร เคที ที่ ทิลดา สวินตัน แสดงเท่านั้นที่ โจล และ อีธาน ไม่ได้เขียนขึ้นโดยอิงจากตัวนักแสดง
  • ช่วง 2 นาทีแรกของภาพยนตร์ มีคำสบถหยาบคาย 6 ครั้ง โดยรวมทั้งเรื่องมีคำสบถทั้งหมด 60 ครั้ง

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

The Desperate Hour The Desperate Hour เรื่องราวเริ่มต้นในเช้าวันธรรมดาของ เอมี คาร์ (นาโอมิ วัตส์) หลังจากที่เธอออกไปวิ่งจ็อกกิ้งในป่า ระหว่างทางเอมีได้รับแจ...อ่านต่อ»