เกร็ดน่ารู้จาก Zack and Miri Make a Porno

เกร็ดน่ารู้
  • ผู้บริหารของบริษัท ไวน์สตีน อนุมัติให้สร้างเรื่องนี้เพราะชอบชื่อเรื่อง
  • เดิม เควิน สมิธ ตั้งใจเขียนบทตัวละคร มิริ ให้ โรซาริโอ ดอว์สัน แสดง แต่ โรซาริโอ ติดถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Eagle Eye (2008) ที่ สตีเวน สปีลเบิร์ก อำนวยการสร้าง จึงปฏิเสธไป สุดท้ายบทนี้จึงตกเป็นของ อลิซาเบธ แบงก์ส
  • เควิน สมิธ เขียนบทตัวละคร แซก โดยมี เซธ โรเกน เป็นต้นแบบ และตั้งใจจะให้ เซธ เป็นผู้รับบทนี้ให้ได้ มิฉะนั้นก็จะไม่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เลย
  • เจสัน เมอวิส ผู้รับบท เลสเตอร์ จำต้องไปทำฟันขณะยังคงถ่ายทำ ทำให้ตัวละคร เลสเตอร์ พูดไม่ชัดเล็กน้อย
  • เดิมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เรตเอ็นซี-17 ผู้สร้างจึงตัดต่อใหม่อีกครั้ง แต่ก็ยังคงได้เรตเอ็นซี-17 เช่นเดิม จากนั้นพวกเขาก็ยื่นอุทธรณ์ จนกระทั่งได้เรตอาร์ ซึ่งเป็นเรตที่อ่อนกว่ามาในที่สุด
  • ในฉากเพศสัมพันธ์ฉากหนึ่ง ตัวละคร เลสเตอร์ ซึ่งรับบทโดย เจสัน เมอวิส ดึงเนกไทของเขาไปด้านหลัง เพื่อให้ปิดรอยสักที่หลังเอาไว้ เนื่องจากรอยสักนั้นตรงกับชื่อของลูกสาวของผู้กำกับ เควิน สมิธ พอดี
  • สมาคมภาพยนตร์ของอเมริกาห้ามเผยแพร่ภาพใบปิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเห็นว่าล่อแหลมเกินไป ผู้กำกับ เควิน สมิธ และ เซธ โรเกน ผู้รับบทเป็น แซก เห็นตรงกันว่าพวกเขาควรออกแบบใบปิดอีกชุดหนึ่งที่ดูล่อแหลมน้อยลง โดยใช้รูปการ์ตูนที่วาดด้วยเส้นง่ายๆ แทน
  • ผู้สร้างไม่ได้รับอนุญาตให้ติดใบปิดโฆษณาภาพยนตร์ที่ป้ายรถประจำทางในเมืองฟิลาเดลเฟีย เนื่องจากมีคำว่า Porno ผู้กำกับ เควิน สมิธ จึงเสนอให้ใช้ชื่อเรื่องว่า Zack & Miri แทน แต่ทางเมืองยังคงปฏิเสธ
  • โรงภาพยนตร์หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาปฏิเสธไม่ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะคิดว่าฉากเปลือยในเรื่องใกล้เคียงกับเรตเอ็นซี-17 มากเกินไป
  • โฆษณาภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ฉายทางโทรทัศน์บางชิ้น มีการตัดคำว่า Make a Porno ออกไปจากชื่อเรื่อง ทั้งในเสียงบรรยายและภาพตัวหนังสือ
  • ฉากงานเลี้ยงรุ่นเปิดเผยว่าตัวละคร แซก ที่ เซธ โรเกน แสดง มีชื่อเต็มว่า แซก คนุตสัน (Zack Knutson) ซึ่งอ้างอิงถึง แซก คนุตสัน (Zak Knutson) นักแสดงที่รับบทเป็น เซ็กซี สตัด ในเรื่อง Clerks II (2006) นอกจากนี้ เขายังมารับบทตัวประกอบเป็นตากล้องในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
  • ฉากที่ แซก ซึ่งรับบทโดย เซธ โรเกน พูดถึงภาพยนตร์โป๊ที่เขาชอบสมัยเด็ก เขาได้อ้างถึงภาพยนตร์ที่มีอยู่จริงเรื่อง Edward Penishands (1991)
  • โครงเรื่องบางส่วนของภาพยนตร์เรื่องนี้ มาจากประสบการณ์การกำกับภาพยนตร์เรื่อง Clerks. (1994) ของผู้กำกับและผู้เขียนบท เควิน สมิธ เนื่องจาก Clerks. เป็นภาพยนตร์ทุนต่ำ ที่มีเพื่อนๆ ช่วยกันสร้าง และมีการใช้ไม้ฮอกกีแทนเสาไมโครโฟน เช่นเดียวกับเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้ และตัวละครใน Clerks. ยังถ่ายทำภาพยนตร์ Quick Stop/RST Video เหมือนที่ตัวละครในเรื่องนี้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Bean 'N' Gone coffee shop
  • ในภาพยนตร์เรื่องนี้ บ็อบบี ลอง รับบทเป็นคนชื่อ แบรนดอน ขณะที่ แบรนดอน รูธ รับบทเป็นคนชื่อ ลอง (จัสติน ลอง)
  • คำพูดของตัวละคร เลสเตอร์ ซึ่งรับบทโดย เจสัน เมอวิส ที่ว่า นี่เป็นกาแฟที่ดีมาก (This is some damn good coffee.) นั้น อ้างอิงถึงละครโทรทัศน์เรื่อง Twin Peaks (1990)
  • ป้ายที่ติดบนกำแพงใกล้ๆ ประตูไปยังหลังร้านในฉากร้านกาแฟ เขียนไว้ว่า เด็กๆ ที่ไม่มีผู้ปกครองมาด้วยจะได้รับกาแฟเอสเปรสโซและลูกหมา 1 ตัว
  • เช่นเดียวกับผลงานของผู้กำกับ เควิน สมิธ เรื่องอื่นๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้อ้างอิงถึงตัวละครจากหนังสือการ์ตูน (ในเรื่องนี้พูดถึง สไปเดอร์แมน) กีฬาฮอกกี (ตัวละครหลักในเรื่องเล่นกีฬาชนิดนี้) และภาพยนตร์เรื่อง Star Wars (1977) (ตัวละครตั้งชื่อภาพยนตร์โป๊ที่ตนเองสร้างว่า Star Whores)

วันนี้ในอดีต

  • How to Eat Fried WormsHow to Eat Fried Wormsเข้าฉายปี 2007 แสดง Luke Benward, Hallie Kate Eisenberg, Adam Hicks
  • Midsummer DreamMidsummer Dreamเข้าฉายปี 2007 แสดง Romola Garai, Bernard Hill, Rhys Ifans
  • Shallow HalShallow Halเข้าฉายปี 2002 แสดง Gwyneth Paltrow, Jack Black, Jason Alexander

เกร็ดภาพยนตร์

  • Green Room - แอนตัน เยลชิน นักแสดงบท แบต และ อิโมเจน พูตส์ ผู้รับบท แอมเบอร์ เคยร่วมงานกันมาก่อนใน Fright Night (2011) อ่านต่อ»
  • Colonia - โคโลเนีย ดิกนิแดด ที่ประเทศชิลี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1961 โดย พอล เชฟเฟอร์ เป็นสถานที่ที่ถูกปิดเป็นความลับ ล้อมรอบด้วยลวดหนาม มีผู้คนอาศัยกว่า 300 คน เลี้ยงชีพด้วยการทำเกษตรกรรม ข้างในมีโรงเรียน โรงพยาบาล และร้านอาหาร ใครที่เข้าไปแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาอีก ภายหลังสถานที่นี้ถูกเปิดโปงว่าเป็นสถานกักกันและทรมานนักโทษการเมือง ซ่องสุมอาวุธสงคราม และการพรากผู้เยาว์ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

The House Of The Lost On The Cape The House Of The Lost On The Cape เรื่องราวของ ยูริ (มานะ อาชิดะ) หญิงสาววัย 17 ปีที่หนีออกจากบ้านมาด้วยเหตุผลบางอย่าง และ ฮิโยริ (ซาริ อาวาโนะ) เด็กสาวอ...อ่านต่อ»