วิจารณ์ Dragonball Evolution

วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 29 มี.ค. 54 18:53

    สิ่งที่ชอบในเรื่องนี้คือ emmy rossum

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 4 มี.ค. 54 14:42

    ไม่ไหวๆ ขนาดดูเฉยๆแบบไม่เอาไปเปรียบกับการ์ตูนแล้วเนื้อเรื่องการแสดง ก็ยังไม่ไหวอยู่ดี

  • เมื่อ 22 พ.ค. 52 12:43

    คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น คือผมอยากจะบอกว่าหนังเรื่องเนี่ยจะทําตัวแสดงออกมาให้เหมือนในการ์ตูนมันยากนะครับ เพราะการ์ตูนมันจะทํายังไงก็ได้ส่วนหนังใช้คนเล่นนะครับ ผมว่าเวอร์ชั่นนี้ดูดีแล้วนะครับเทคนิคอะไรตระการตาดี หวังว่าคงมีภาค 2 นะครับ ผมรออยู่ส่วนฉากบู๊ก็ใช้ได้แต่เสียอย่างนึงคือพิคโกโร่แพ้ง่ายมากๆ และตัวละครบางตัวที่น่าจะมีประโยชน์ก็ไม่มีประโยชน์เลย เวลาของหนังสั้นไปและนักแสดงหญิงแต่ละคนแต่งตัวหวือหวามากๆ เดี๋ยวทําให้เด็กตบะแตกเพราะเด็กไปดูเยอะมากอิอิ ขอติแค่นี้ครับผมให้ 8/10 ครับสําหรับหนังเรื่องนี้

  • เมื่อ 11 พ.ค. 52 22:18

    ก็ธรรมดา น่ะ ครับ ไม่ค่อยตื่นเต้น ซักเท่าไหร่ ครับ
    ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ ครับ(สำหรับผม ครับ)

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 5 เม.ย. 52 23:49

    หนังห่วยมากโดยเฉพาะเนื้อเรื่องและฉากต่อสู้ ให้ 1 เต็ม 10 ค่าเอฟเฟกตอนแปลงเป็นลิงยักษ์

  • เมื่อ 27 มี.ค. 52 12:04

    -ในความคิดผมนะครับ หนังเรื่องนี้ต้องการแค่ชื่อ Dragonball อย่างเดียวเท่านั้น ส่วนตัวหนังจะสร้างออกมายังไงก็เป็นเรื่องของHollywood ที่ชอบนำเอา เรื่องที่มีชื่อเสียงของชาวเอเชีย ไปยำเล่นอยู่แล้ว
    -พิคโคโร่ ต้องตัวเขียว มีหนวดกุ้ง2เส้นเด้งออกมา , ต้องมีบทคุหลิน ที่เป็นเพื่อนรักที่สุดของโงกุน , ต้องมีเทนชินฮัน 3 ตา ที่เก่งพอๆกับโงกุนตอนเด็ก และผู้เฒ่าเต่า ต้องใส่แว่นดำ และสวมกระดองเต่าด้วย เรื่องง่ายๆแค่นี้ ยังมองข้าม แสดงให้เห็นเลยว่าไม่สนใจต้นฉบับแม้แต่น้อย
    -ถ้าไม่เคารพในต้นฉบับ ก็อย่าสร้างมันเลยดีกว่าไหม มันดูไร้มารยาท และไม่ให้เกียรติกันมากๆ
    -ผมว่า Dragonball นี่ไม่ใช่สมบัติของชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังถือเป็นสมบัติ และความของชาวเอเชียด้วย
    -รายได้ล่าสุดที่ประเทศแม่(ญี่ปุ่น) ถือว่าน้อยครับ ชนิดที่เรียกว่ารายได้ห่างจาก Doramon2009 ภาคล่าสุด อยู่ครึ่งต่อครึ่ง แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นไม่พอใจหนังเรื่องนี้เท่าไร
    -เอาเป็นว่า ถ้าภาคแรกนี้เจ๊ง!! ก็คงไม่สร้างภาค2ออกมาหรอก ส่วนใครจะรอดูก็ตามใจเหอะ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 24 มี.ค. 52 13:28

    ในความคิดผมคือ หนังมันไม่ห่วย ถือว่าหนังดีซะดีด้วยซ้ำ ถึงแม้จะไม่ดีเด่ขนาดเข้าชิงออสการ์ ดูไปแล้วก็ไม่รู้สึกขัดหูขัดตาอะไรมากมาย ส่วนมากคนที่ไปดูแล้วบอกว่าห่วย เพราะเอาไปเทียบกับเวอร์ชันการ์ตูน

    ถ้าลองมาคิดดู ถ้าเอา โดราเอม่อน มาทำเป็นหนังเนี่ย เปีย 2 ข้างของชิซูกะต้องเป็นเหมือนก้ามปู เด๊ะๆตามการ์ตูนเลยรึไง เขาก็ต้องมีการดัดแปลงกันบ้าง ทำออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีแล้ว และจริงอย่างที่บางคนบอก เวลาดูอย่าไปยึดติดกับมันมาก รู้ๆกันอยู่ว่ามันจะไปเหมือนในการ์ตูน 100% ได้ไง

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 23 มี.ค. 52 02:07

    ผมว่าก็สนุกดีออกดูเพลิน ไม่คิดมาก เอาความบันเทิงอย่างเดียว

  • เมื่อ 22 มี.ค. 52 02:07

    ผมว่ามันห่วยอ่ะ ไม่ต้องไปพูดถึงเหมือนไม่เหมือนการ์ตูนแล้ว เพราะผมว่าไม่เข้าท่าแต่แรกแล้วที่เอามาทำหนัง ถ้าจะทำจริงๆคงต้องทำเป็นมหากาพย์ เป็นร้อยภาคกันเลย แต่คงยาก ทีนี้ตัดข้อที่ว่าไม่เหมือนการ์ตูนออก พูดกันในแง่ความสนุกที่หนังแอ็คชั่นแฟนตาซีสักเรื่องนึงพึงมี ไม่ได้รับความบันเทิง หรือความตื่นตาตื่นใจใดๆจากเรื่องนี้เลย

    ผมยึดติดการ์ตูนมากครับ เพราะมันเป็นงานมหากาพย์การ์ตูนของเด็กทั้งโลก ที่อัดแน่นไปด้วยความสร้างสรรค์ทุกคาแร็คเตอร์ตัวละคร สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ฉากแม้แต่ท่วงท่าการต่อสู้ และอื่นๆอีกมากมายครับ

    ผมไม่ติดใจกับทรงผม " โกคู " ครับ ทรงไหนก็ได้ ( ญี่ปุ่น ออกเสียง ว่า โกคู ซึ่งแปลจากภาษาจีน " หงอคง " ครับ ซึ่งตามที่หนังสือการ์ตูนบ้านเราแปลถูกต้องแล้วครับ ข้อยืนยันอีกอย่าง คือ ลูกชายชื่อ "โกฮัง" หากยังไม่แน่ใจใครมีอัลบั้มภาพสี ดราก้อนบอล ของ โทริยาม่า อากิระ มีระบุชัดเจนครับว่า " gokuh "

    ผู้เฒ่าเต่า เวอร์ชั่น โจวเหวินฟะ จะต่างอะไรกับ อาจารย์กังฟูเอเชียที่มี ศิษย์เป็นฝรั่งในหนังเรื่องอื่นๆล่ะครับ

    ที่เข้าไปดูเพราะอยากได้ความสนุกจากหนังแอ็คชั่นแฟนตาซี ที่ฮอลลีวู้ด ที่มีทุนพอจะสร้างให้เจ๋งได้ แม้ไม่ตรงตามการ์ตูนก็ตาม

    สำหรับหนังเรื่องนี้ไม่เรียกว่าวิวัฒนาการครับ เป็นเพียงความคิดง่ายๆที่ว่า มันเป็นเหตุผลทางการตลาดที่ดีสำหรับการหยิบเอาการ์ตูนที่ดังระดับโลกและมีแฟนคลับมากมายมาสร้างเป็นหนัง เพื่อผลกำไรที่มากมายครับ ซึ่งในแง่ความสร้างสรรค์แล้ว ไม่ได้ถึงเสี้ยวสมองของ โทริยาม่า อากิระ ที่คิดไว้ตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้วเลยครับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 18 มี.ค. 52 01:44

    ผมคิดว่าเวอร์ชั่นนี้น่ะเวิร์คแล้ว
    ที่คนบอกว่าไม่หนุกอาจเพราะติดยึดกับการ์ตูนมากไป

    ถ้าพวกคุณดูหนังจริงๆ คุณลองย้อนกลับไปดู เรื่องอื่นๆ
    เช่น มารูโกะ ชินจัง ผีซ่ากับฮานาดะ คินทาโร่ โคนัน เดม่อน หรือเรื่องอื่นๆ
    ที่ดัดแปลงจากการ์ตูน มาเป็นหนังคนแสดงหลายๆเรื่อง
    จะเอาเนื้อเรื่องมาดัดแปลงน้อยมาก จะใช้จากบทการ์ตูนซะเกือบหมด
    อาจเพราะกลัว แฟนๆ การ์ตูนไม่ชอบ เลย ย่ำอยู่กับที่

    และถ้าหากทำดราก้อนบอลในสไตของการ์ตูน
    สุดท้ายมันก็ไม่พ้น ความห่วย เหมือนทุกๆเรื่องที่เอ่ยมาด้านบนนั่นแหล่ะ

    1.คุณจะทำยังไงกับทรงผมโงกุน
    2.คุณจะดูผู้เฒ่าเต่า แบบ ในดราก้อนบอลเวอร์ชั่น 10 20 ปีก่อนแบบนั้น น่ะเหรอ
    3.คุณจะดูตัวละครที่ต้องอิงทุกอย่างของการ์ตูนอย่างนั้นเหรอ
    4.ถ้าอยากได้ทุกอย่างตามแบบการ์ตูน ผมว่า กลับไปดูการ์ตูนเถอะครับ เสียเวลามานั่งดูเวอร์ชั่นคนแสดง

    ทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามวิวัฒนาการครับ

    แจ้งลบ
มีทั้งหมด 19 วิจารณ์ หน้าที่ 1 [ก่อนหน้า] 1 2 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
  • หุ่นพยนต์ - หุ่นพยนต์ ฉบับที่มี เรตติ้ง น.18+ ใช้ชื่อว่า ปลุกพยนต์ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Nobody Nobody เรื่องราวของ ฮัตช์ แมนเซล (บ็อบ โอเดนเคิร์ก) คุณพ่อและสามี ผู้มักถูกมองข้ามและประเมินค่าต่ำเกินจริง ใช้ชีวิตอย่างไร้ศัก...อ่านต่อ»