เกร็ดน่ารู้จาก Book of Blood

เกร็ดน่ารู้
  • ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น The Book of Blood ของ ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ ซึ่งเป็นเรื่องสั้นตอนที่ 1 จากหนังสือเล่มที่ 1 ของหนังสือชุด Books of Blood ผสมกับเรื่องสั้น On Jerusalem Street ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายในหนังสือเล่มที่ 6 เล่มสุดท้ายของหนังสือรวมเรื่องสยองขวัญชุดนี้
  • เปิดกล้องในเดือนธันวาคม 2007 ที่เมืองเอดินเบิร์ก ประเทศสก็อตแลนด์ ที่ซึ่งผู้อำนวยการสร้าง ไนเจล โธมัส ให้ความเห็นว่ามีทิวทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเหมาะกับท้องเรื่อง และเป็นประเทศที่ผู้กำกับ จอห์น แฮร์ริสัน ไม่เคยไปเยือนมาก่อน
  • ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ ผู้ประพันธ์นิยายต้นฉบับของภาพยนตร์เรื่องนี้ รับหน้าที่อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกับผู้อำนวยการสร้างจาก เดอะ มิดไนต์ พิกเจอร์ โชว์ ที่ ไคลฟ์ ร่วมก่อตั้งขึ้นในปี 2003 ได้แก่ จอร์จ ซาราเลกิว, โจ ดาลีย์ และ แอนโธนี ดิบลาซี นอกจากนี้ยังมี ไนเจล โธมัส และ ลอรี อเพเลียน จากบริษัท มาทาดอร์ พิกเจอร์ส เข้ามาร่วมอำนวยการสร้างด้วย
  • ดัก แบรดลีย์ นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษที่โด่งดังจากบทมนุษย์หัวเข็มหรือ พินเฮด ในภาพยนตร์ Hellraiser (1987) ซึ่งดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ เช่นกัน ได้มารับบทเล็กๆ เป็น โทลลิงตัน ในเรื่องนี้
  • ผู้เขียนบทและผู้กำกับ จอห์น แฮร์ริสัน เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นผู้ช่วยของผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญระดับตำนาน จอร์จ โรเมโร โดย จอห์น เคยเขียนบทและกำกับละครทางโทรทัศน์เรื่อง Tales From the Darkside ของ จอร์จ หลายตอน เขาจึงได้รับอิทธิพลมาจาก จอร์จ อย่างเต็มที่ และได้หยิบยืมบางฉากของ จอร์จ มาใส่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
  • ผู้อำนวยการสร้าง ไนเจล โธมัส เล่าว่าบริษัท มาทาดอร์ พิกเจอร์ส สนใจที่จะร่วมสร้างเรื่องนี้ เพราะเป็นการย้อนกลับไปดัดแปลงบทประพันธ์ชิ้นแรกๆ ของ ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ นั่นคือ The Book of Blood เพราะมันกลายเป็นผลงานที่ผู้คนหลงลืมไป เนื่องจากภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายเรื่องอื่นๆ ของเขามีชื่อเสียงมากกว่า เช่น Hellraiser (1987) และ Candyman (1992)
  • ผู้อำนวยการสร้าง ลอรี อเพเลียน พบกับ ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ ครั้งแรกในการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ ไคลฟ์ เป็นผู้กำกับเรื่อง Hellraiser (1987) ในตอนนั้น ไคลฟ์ ได้มอบหนังสือชุด Books of Blood ที่เพิ่งตีพิมพ์ใหม่ๆ ของเขามาให้ ลอรี อ่าน ทำให้ ลอรี อยากนำเรื่องสั้นเหล่านั้นมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทันทีนับแต่ตอนนั้น
  • ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ ผู้ประพันธ์เรื่องสั้น The Book of Blood และผู้อำนวยการสร้าง ออกปากว่าบทภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงใกล้เคียงกับเรื่องสั้นต้นฉบับมาก ทั้งส่วนน่ากลัวที่เต็มไปด้วยเลือดและเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก แม้จะมีบางส่วนที่ผู้กำกับ จอห์น แฮร์ริสัน เพิ่มเติมเข้ามาด้วย แต่ ไคลฟ์ เห็นว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เหมาะเจาะลงตัว
  • ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ มองว่าตนเองทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างบริหารมากกว่าผู้อำนวยการสร้าง เพราะเขาไม่ได้เข้าไปดูแลงานที่กองถ่ายทุกวัน แต่เน้นให้คำปรึกษาแก่นักเขียนบทภาพยนตร์ ไคลฟ์ ยอมรับว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อน เขาหวงผลงานและพยายามจะเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาอยากกระจายงานออกไปให้คนอื่นมีโอกาสได้ทำงานจากมุมมองของตนเองบ้าง
  • ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ เขียนหนังสือรวมเรื่องสั้นสยองขวัญ Books of Blood ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้น Dark Forces ซึ่ง เคอร์บี แมกคอลีย์ เป็นบรรณาธิการ หนังสือเล่มนี้รวบรวมผลงานของนักเขียนแทบทุกแนว เช่น เรย์ แบรดบิวรี, จอยซ์ แครอล โอเตส และ สตีเวน คิง
  • ผู้กำกับ จอห์น แฮร์ริสัน ยอมรับว่าเขาอยากสร้างภาพยนตร์ผีมานานแล้ว และเมื่อเขาได้ยินว่าจะมีการนำเรื่องสั้นทั้งหมดจากหนังสือชุด Books of Blood ของ ไคลฟ์ บาร์กเกอร์ มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ จอห์น ก็โทรศัพท์ไปบอก ไคลฟ์ ว่าเขาต้องการมีส่วนร่วมในโครงการนี้ ซึ่ง ไคลฟ์ ก็ตอบตกลง
  • ผู้กำกับ จอห์น แฮร์ริสัน ชอบฝีมือของนักแสดงจากสหราชอาณาจักร เขาจึงค้นหาตัวนักแสดงจากประเทศแถบนี้เป็นหลัก จนกระทั่งได้นักแสดงไอร์แลนด์ที่เติบโนในอังกฤษ โจนาส อาร์มสตรอง มารับบท ไซมอน แมกนีล และได้ โซฟี วอร์ด จากลอนดอน ประเทศอังกฤษ มารับบท แมรี ฟลอเรสคิว
  • ผู้กำกับ จอห์น แฮร์ริสัน ทดสอบหน้ากล้องนักแสดง พอล แบลร์ สำหรับบทอื่น แต่หลังจากนั้นเขาคิดว่า พอล เหมาะที่จะรับบทเป็น เรก ฟูลเลอร์ เขาจึงเสนอความคิดนี้กับเหล่าผู้อำนวยการสร้าง ทำให้ พอล ได้รับบท เรก ในที่สุด

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Evangelion: 3.0+1.01 Thrice Upon a Time Evangelion: 3.0+1.01 Thrice Upon a Time เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามและจักรกลชีวภาพ ซึ่งในภาคนี้จะเล่าถึงการอยู่บนโลกที่พังทลายที่เกิดจากพิษของ เหตุการณ์ที่รุนแรงพ...อ่านต่อ»