เกร็ดน่ารู้จาก 20th Century Boys: The Last Chapter - Our Flag

เกร็ดน่ารู้
  • สร้างจากหนังสือการ์ตูน 20th Century Boys ที่มีชื่อภาษาไทยว่า แก๊งนี้มีป่วน เขียนโดย นาโอกิ อุราซาวะ เปิดตัวครั้งแรกในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ โชงาคุคัง บิก คอมิก สปิริต ปี 1999 ได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมจาก โชงาคุคัง ครั้งที่ 48, โคดันฉะ ครั้งที่ 25 และรางวัลชนะเลิศในงาน มีเดีย อาร์ตส์ ครั้งที่ 6 ของทบวงวัฒนธรรมญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้รับการแปลและตีพิมพ์ในมากกว่า 11 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
  • เป็นภาคต่อของ 20th Century Boys (2008) และ 20th Century Boys: Chapter Two - The Last Hope (2009) และเป็นภาคจบซึ่งจะเฉลยบทสรุปของเรื่อง ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์เขียนบทขึ้นมาใหม่ ให้แตกต่างจากตอนจบของการ์ตูนต้นฉบับ โดยทีมงานต้องเลือกตอนจบจาก 2 แบบที่เขียนขึ้นมาใหม่ และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลเป็นอย่างดี ด้วยการไม่ระบุตอนจบไว้ในบทภาพยนตร์ และตัด 10 นาทีสุดท้ายออกจากภาพยนตร์ที่รอบทดลองฉาย
  • เริ่มถ่ายทำภาคแรก 20th Century Boys (2008) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2008 และเริ่มถ่ายทำภาคสุดท้ายนี้ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน การถ่ายทำส่วนใหญ่เสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน แต่ยังมีการถ่ายเพิ่มเติมฉากที่ เคนจิ ที่รับบทโดย โทชิอากิ คาราซาวะ ออกร่อนเร่จนหวนคืนสติของตัวกลับมา ฉากนี้ถ่ายทำที่นิอิกาตะ ประเทศญี่ปุ่น ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2009 นับเป็นฉากสุดท้ายก่อนการปิดกล้องภาพยนตร์ไตรภาคเรื่องนี้อย่างแท้จริง
  • ยูกิฮิโระ ทาคาฮาชิ ซึ่งในชีวิตจริงเป็นมือกลอง รับบทเป็น บิลลี มือเบสของวง เดอะ มิลเลียน ดอลลาร์ส วงดนตรีเก่าของ เคนจิ พระเอกของเรื่องที่รับบทโดย โทชิอากิ คาราซาวะ นอกจากนี้ ยูกิฮิโระ ยังแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ เตรียมการบันทึกเสียงสำหรับฉากดนตรี และถ่ายภาพโปสเตอร์วงดนตรีที่ใช้ในภาพยนตร์อีกด้วย
  • ถ่ายทำฉากแสดงดนตรีสดเป็นเวลา 2 วันที่ย่านมินาโกะ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2008 ก่อนถ่ายทำ 1 วันมีฝนเทกระหน่ำลงมา แต่เมื่อถ่ายทำจริงวันแรกสำหรับฉากการแสดงของ นิมิโอะ ฮารุ ท้องฟ้ากลับเปิดและอากาศค่อนข้างร้อน ส่วนในวันที่ 2 ต้องถ่ายทำฉากการแสดงของ เคนจิ ที่รับบทโดย โทชิอากิ คาราซาวะ กันท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายเป็นระยะ ฉากนี้ใช้กล้องถึง 5 ตัวสำหรับจับภาพในมุมต่างๆ กัน ได้แก่ ภาพมุมสูงของกลุ่มนักแสดงประกอบนับหมื่นคน ภาพผู้ชมการแสดงที่ใกล้ขึ้น ภาพบนเวที ภาพใกล้ของนักดนตรี และมุมกล้องอื่นๆ
  • กีตาร์ที่ โทชิอากิ คาราซาวะ ที่รับบทเป็น เคนจิ ใช้ในฉากที่แสดงบนเวที เป็นยี่ห้อ กิบสัน เลส พอล ซึ่งเป็นกีตาร์ส่วนตัวที่ผู้เขียนหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ นาโอกิ อุราซาวะ เก็บรักษามากว่า 10 ปีแล้ว เมื่อ โทชิอากิ สังเกตเห็นคอกีตาร์มีรอยแตก นาโอกิ ก็ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเป็นที่รู้กันว่ากีตาร์รุ่นนี้แตกง่าย แต่ทุกครั้งที่ซ่อมคอ เสียงจะกลับมาดีขึ้น
  • ได้มีการใช้นักแสดงแทน ทาคาโกะ โตคิวะ รับบทเป็น ยูคิจิ ในฉากยูโดใน 2 ภาคแรก แต่ในภาคสุดท้ายนี้ เธอฝึกฝนการแสดงยูโดด้วยตัวเองจนเก่งพอที่จะทุ่ม มูซาชิ ผู้ที่ได้ชื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งคาราเต้และมวยคิกบ็อกซิงให้คว่ำลงได้แล้ว
  • เด็กๆ ในท้องถิ่นที่มาดูการถ่ายทำในสถานที่ถ่ายทำกลางแจ้ง มักหยอกล้อ โทชิอากิ คาราซาวะ ที่รับบท เคนจิ โดยพูดว่า "เคนจิ มาเล่นกัน" เหมือนบทพูดในภาพยนตร์และในหนังสือการ์ตูน
  • ผู้กำกับ ยูกิฮิโกะ ซึซึมิ ตัดสินใจให้สมาชิกของกลุ่มราชินีน้ำแข็งของ คันนะ ที่รับบทโดย ไอริ ไทระ ทั้งหมดเป็นหนุ่มหน้าตาดี โดยให้นักแสดงกลุ่ม ดี-บอยส์ และนักแสดงจากละครชุด คาเมน ไรเดอร์ และ ไอ้มดแดง ในฤดูกาลต่างๆ มารับบทเหล่านี้ ส่วนสมาชิกกลุ่มของ โยชิสึเนะ ที่รับบทโดย เทรุยูกิ คางาวะ กลับเป็นกลุ่มผู้ชายที่มีบุคลิกเพี้ยนๆ แปลกๆ
  • ชื่อตัวละครนำ เคนจิ เอนโด ที่รับบทโดย โทชิอากิ คาราซาวะ เป็นชื่อที่ นาโอกิ อุราซาวะ ผู้เขียนหนังสือการ์ตูนต้นฉบับตั้งขึ้นตามนักดนตรีญี่ปุ่นที่มีอยู่จริง เคนจิ เอนโด ตัวจริงหรือที่รู้จักกันในชื่อ เอน-เคน เริ่มอาชีพนักดนตรีในยุค 70 และมีเพลงดังชื่อ Curry Rice (Kareiraisu) เอน-เคน ได้มาแสดงบทรับเชิญในภาพยนตร์ภาคนี้ในบท ผู้ล่า นอกจากนี้ ชิโระ ซาโนะ ผู้แสดงเป็น ยัมโบ และ มาโบ ในภาพยนตร์ชุดนี้ ยังเคยเป็นนักดนตรีให้กับ เอน-เคน มาก่อนด้วย

advertisement

วันนี้ในอดีต

  • เกิดมาลุยเกิดมาลุยเข้าฉายปี 2004 แสดง ชูพงษ์ ช่างปรุง, นพพล โกมารชุน, สันติสุข พรหมศิริ
  • G.I. Joe: The Rise of CobraG.I. Joe: The Rise of Cobraเข้าฉายปี 2009 แสดง Channing Tatum, Marlon Wayans, Dennis Quaid
  • Step Up 3DStep Up 3Dเข้าฉายปี 2010 แสดง Rick Malambri, Adam G. Sevani, Sharni Vinson

เกร็ดภาพยนตร์

  • ตายทั้งกลม - เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของบริษัท ไชน์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ที่ออกฉายในวงกว้าง อ่านต่อ»
  • Legend of the Fist: The Return of Chen Zhen - ใช้ทุนสร้าง 600 ล้านบาท อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Bajirao Mastani Bajirao Mastani จากตำนานความรักระหว่าง บาจิเราที่ 1 (รานเวียร์ ซิงห์) นักรบผู้ได้ชื่อว่าไม่เคยพ่ายศึกสักคราจนได้รับฉายาว่าบุรุษแห่งสนาม...อ่านต่อ»