เกร็ดน่ารู้จาก The Men Who Stare at Goats

เกร็ดน่ารู้
  • หลังจากผู้อำนวยการสร้าง พอล ลิสเตอร์ ได้อ่าน 2 ตอนแรกจากหนังสือ The Men Who Stare at Goats ของ จอน รอนสัน แล้ว เขาก็รีบไปซื้อลิขสิทธิ์ขอนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทันที จากนั้น จอร์จ คลูนีย์ และ แกรนต์ ฮีสโลฟ หุ้นส่วนบริษัทสร้างภาพยนตร์ สโมก เฮาส์ ก็เข้ามาร่วมอำนวยการสร้างด้วย โดย จอร์จ รับแสดงบทนำเป็น ลิน แคสสิดี ด้วย ส่วน แกรนต์ รับหน้าที่กำกับเป็นครั้งแรกด้วย
  • ผู้เขียนบท ปีเตอร์ สโตรฮาน ดัดแปลงบทภาพยนตร์จากหนังสือ The Men Who Stare at Goats ของ จอน รอนสัน ที่เล่าเรื่องของหน่วยทหารที่ศึกษายุทธิวิธีการรบโดยใช้พลังจิต ทั้งนี้ ปีเตอร์ ได้เขียนเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางของผู้ชาย 2 คนที่หลงทางในชีวิตเข้าไปด้วย นอกจากนี้เขาเพิ่ม กองร้อยแห่งโลกใหม่ ผู้ซึ่งเรียกตัวเองว่านักรบเจได เข้าไปในบทภาพยนตร์ด้วย
  • จิม เดนเวอร์ นาวิกโยธินซึ่งเคยประจำอยู่ในกองทัพถึง 25 ปี และกลายมาเป็นที่ปรึกษาให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ รู้สึกตกใจเมื่อทราบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง เขาจึงไปถามเพื่อนๆ ในกองทัพ และได้รับการยืนยันว่าการฝึกทหารให้ใช้พลังจิตนั้นเคยเกิดขึ้นจริง
  • จอน รอนสัน เขียนหนังสือ The Men Who Stare at Goats จากประสบการณ์ของ จิม แชนนอน อดีตร้อยโทแห่งกองทัพสหรัฐผู้ศึกษาการรบด้วยพลังจิต จิม รวบรวมเอกสาร 125 หน้าที่มีทั้งข้อมูลด้านหลักปรัชญา ศิลปะการต่อสู้ การใช้พลังจิต การรักษาตัวเอง จิตวิทยา และประสาทสัมผัสที่ 6 และมีการอ้างถึงหลักของ บักมินสเตอร์ ฟูลเลอร์, ลีโอนาโด ดาวินชี รวมถึงพระพุทธเจ้า
  • ปัจจุบันข้อมูลอย่างเป็นทางการของกองทหารพลังจิตถูกเก็บไว้เป็นความลับ และกองทัพทหารสหรัฐอเมริกาก็บอกว่าโครงการนี้ถูกยกเลิกไปนานแล้ว แต่ผู้ก่อตั้งโครงการยังคงมีอิทธิพลต่อยุทธวิธีการรบอยู่ โดย จิม แชนนอน ได้รับฉายาว่าร่างทรงแห่งกองทัพคนแรกของโลก
  • เจฟฟ์ บริดเจส ที่รับบท บิลล์ จังโก และ เควิน สเปซีย์ ที่รับบท แลร์รี ฮูเปอร์ ต่างก็ยินดีที่ได้ร่วมแสดงด้วยกัน เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน
  • เหตุผลหนึ่งที่ ยวน แมกเกรเกอร์ ตัดสินใจรับบทเป็น บ็อบ วิลตัน คือการได้ร่วมแสดงกับ จอร์จ คลูนีย์ ที่รับบทเป็น ลิน แคสสิดี ซึ่งเขาเคยร่วมแสดงด้วยมาก่อนแล้วในละครโทรทัศน์ E.R. นอกจากนี้ ยวน ยังอยากร่วมงานกับ เจฟฟ์ บริดเจส ที่รับบท บิลล์ จังโก และ เควิน สเปซีย์ ที่รับบท แลร์รี ฮูเปอร์ ด้วย
  • ภาพยนตร์เล่าเรื่องกินช่วงเวลากว้าง ตั้งแต่สงครามเวียดนามยุค 70 จนถึงช่วงต้นยุค 80 แล้วข้ามมาในปี 2003 ซึ่งเป็นช่วงสงครามอิรัก
  • ตามบทภาพยนตร์ อากาศควรจะมีอุณหภูมิประมาณ 100 องศาฟาเรนไฮต์ แต่กลับถ่ายทำกันในช่วงเวลาที่อากาศหนาวที่สุดของปี คือมีอุณหภูมิแค่ 30 องศาฟาเรนไฮต์ ทั้ง ยวน แมกเกรเกอร์ ผู้รับบท บ็อบ วิลตัน และ จอร์จ คลูนีย์ ผู้รับบท ลิน แคสสิดี ต้องสวมเสื้อยืดแขนสั้น อีกทั้งยังต้องฉีดน้ำใส่หน้าเพื่อดูเหมือนเหงื่อออก พวกเขาจึงต้องถ่ายทำให้เร็วที่สุด และต้องหยุดถ่ายทำเวลาที่มีหิมะตก
  • ถ่ายทำฉากประเทศเวียดนามกันที่เปอร์โตริโกในช่วงฤดูมรสุม ผู้เขียนหนังสือต้นฉบับ จอน รอนสัน และผู้เขียนบท ปีเตอร์ สโตรฮาน เลือกเข้าไปเยี่ยมกองถ่ายในช่วงนั้น โดยไม่รู้ว่าที่นั่นกำลังมีพายุไต้ฝุ่น
  • ถ่ายทำฉาก ฟอร์ต แบร็กกัน ในค่ายทหารที่นิวเม็กซิโก รัฐนอร์ธ แคโลไรนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ได้ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์มานานแล้วตั้งแต่เรื่อง Dress Gray (1986) ที่นี่มีกฎมากมาย รวมถึงไม่อนุญาตให้ผู้สร้างถ่ายทำฉากคนเปลือยกำลังวิ่ง ผู้สร้างจึงต้องให้นักแสดงสวมชุดแนบเนื้อสีเนื้อแทนการเปลือยกายจริง
  • ผู้กำกับภาพ โรเบิร์ต เอลสวิต เคยชมรายการหนึ่งในสถานีโทรทัศน์ดิสคัฟเวอรีที่เล่าว่า เมื่อแพะตกใจจะเป็นลม ซึ่งน่าจะเหมาะกับการถ่ายทำฉากที่แพะล้มลงหลังจากโดนจ้องตา ผู้สร้างจึงลองใช้แพะธรรมดาเข้ามาทดสอบ แต่แพะกลับไม่เป็นลม
  • แมรี ดูรีย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแพะอธิบายว่า ผู้สร้างไม่จำเป็นต้องฝึกแพะก่อนถ่ายทำ เนื่องจากแพะมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และชอบจ้องมองบางสิ่ง พวกเขาจึงสามารถถ่ายทำให้ดูเหมือนแพะกำลังถูกสะกดจิตได้ง่าย และแม้ว่าแพะจะขี้เล่นและอาจก่อความวุ่นวายเมื่อเบื่อ แต่เมื่อหาอะไรให้แพะกิน แพะจะเชื่อฟังและอยู่นิ่งทันที
  • ก่อนหน้านี้ จอร์จ คลูนีย์ ผู้รับบท ลิน แคสสิดี ได้ร่วมงานกับผู้กำกับ แกรนต์ ฮีสโลฟ มาแล้วหลายครั้ง โดย แกรนต์ เคยอำนวยการสร้างและเขียนบทให้ภาพยนตร์ที่ จอร์จ กำกับและนำแสดงเองเรื่อง Good Night, and Good Luck. (2005) และ Leatherheads (2008) นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันมากว่า 30 ปีแล้ว
  • ตัวละครที่เป็นทหารพลังจิตในเรื่องเรียกตัวเองว่าเป็นนักรบเจได ขณะที่ ยวน แมกเกรเกอร์ ที่รับบทนักข่าว บ็อบ วิลตัน ในเรื่องนี้ เคยรับบทเป็นนักรบเจไดจริงๆ มาแล้วในภาพยนตร์ชุด Stars War ไตรภาคต้น ผู้กำกับ แกรนต์ ฮีสโลฟ กล่าวว่า เขาไม่ได้คิดเลยว่าจุดนี้จะกลายมาเป็นมุกตลกของภาพยนตร์ จนกระทั่ง ยวน ทักขึ้นว่ามันดูตลกดี
  • มีฉากหนึ่งที่ ยวน แมกเกรเกอร์ ผู้รับบท บ็อบ วิลตัน และ จอร์จ คลูนีย์ ผู้รับบท ลิน แคสสิดี หลงทางจนต้องค้างคืนกลางทะเลทราย จากนั้น บ็อบ ตื่นขึ้นเมื่อแพะที่ห้อยกระดิ่งเดินผ่าน แล้วเขาก็เดินตามมันไป การถ่ายทำเทกแรกไม่สำเร็จ เพราะแพะตื่นเต้นและวิ่งหนี แต่ในเทกที่ 2 แพะเข้ามาหยุดอยู่ในกรอบภาพอย่างสมบูรณ์แบบ ยืนมอง ยวน อยู่ประมาณ 30 วินาที จากนั้นมันก็ผงกหัวให้และเดินต่อไป
  • เควิน สเปซีย์ สามารถแสดงเป็น แลร์รี ฮูเปอร์ ได้อย่างค่อนข้างมีอิสระ เพราะเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลจริงเหมือนตัวละครอื่นๆ แม้จะได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากบุคคลจริงอย่าง ซิดนีย์ โกเลียป เจ้าหน้าที่ซีไอเอที่เป็นหัวหน้าโครงการ เอ็มเค-อัลตรา ผู้ซึ่งแอบใส่แอลเอสดีลงไปในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายของทหาร
  • หนึ่งในโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานล้อเลียนโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่นิยมใช้กัน นั่นคือเป็นภาพใบหน้าของนักแสดงเรียงกัน และมีใบหน้าของแพะเรียงอยู่ด้วยที่ท้ายแถว ตัวหนังสือที่ระบุชื่อนักแสดงที่ปรากฏในภาพเขียนว่า "จอร์จ คลูนีย์, เจฟฟ์ บริดเจส, ยวน แมกเกรเกอร์, เควิน สเปซีย์, และ แพะ"
  • ตัวละคร กัส เลซีย์ ที่รับบทโดย สตีเวน รูต เป็นตัวละครที่อ้างอิงมาจากบุคคลจริงอย่าง กาย ซาเวลลี คุณพ่อของ เจนนิเฟอร์ ซาเวลลี
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับตัวละครชาย บทพูดที่เป็นเสียงของผู้หญิงจึงน้อยมาก มีเพียงเสียงของตัวละคร เดบอรา วิลตัน ที่รับบทโดย รีเบกกา แมเดอร์ เสียงของผู้หญิงวีซี ที่รับบทโดย มินห์ตู แวน ในจินตนาการของตัวละครชายคนหนึ่ง และเสียงหัวเราะของทหารหญิงคนหนึ่ง

advertisement

วันนี้ในอดีต

  • JoeJoeเข้าฉายปี 2014 แสดง Nicolas Cage, Tye Sheridan, Gary Poulter
  • BrothersBrothersเข้าฉายปี 2015 แสดง Akshay Kumar, Sidharth Malhotra, Jacqueline Fernandez

เกร็ดภาพยนตร์

  • Eat Pray Love - บทเพลง Samba Da Bencao ของ เบเบล จิลแบร์โต ซึ่งประกอบฉากที่บาหลีนั้น มีให้ได้ยินในภาพยนตร์อีกเรื่องที่ จูเลีย โรเบิร์ตส์ ซึ่งในเรื่องนี้รับบทโดย ลิซ กิลเบิร์ต แสดงนำเช่นกัน นั่นคือ Closer (2004) อ่านต่อ»
  • Dinner for Schmucks - เรื่องนี้มีต้นแบบเป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศส The Dinner Game (1998) ของผู้กำกับ ฟรานซิส เวแบร์ ซึ่งสร้างจากละครเวทีชื่อเรื่องเดียวกันของ ฟรานซิส เอง The Dinner Game ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ซีซาร์ อวอร์ด ปี 1999 ถึง 6 รางวัล และ ฟรานซิส คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปได้สำเร็จ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

ละติจูดที่ 6 ละติจูดที่ 6 ต้น (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) หนุ่มชาวกรุงที่ย้ายมาอยู่ที่ปัตตานีตามคำสั่งของธนาคารที่เขาทำงานอยู่ แต่การเดินทางลงมาอยู่...อ่านต่อ»