เกร็ดน่ารู้จาก Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame

เกร็ดน่ารู้
  • นักสืบ ตี๋เหรินเจี๋ย เป็นบุคคลที่มีจริงในประวัติศาสตร์ เขาเป็นที่รู้จักหลังจาก โรเบิร์ต แวน กูลิก นักการทูตที่ประจำอยู่ในจีนและญี่ปุ่น นำชีวิตของเขามาเขียนเป็นนวนิยายอาชญากรรมจำนวน 25 เล่ม เรื่องราวในหนังสือครอบคลุมชีวิตการเป็นผู้พิพากษาของ ตี๋เหรินเจี๋ย ในปี 663-681 ส่วนภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องในช่วง 8-9 ปีหลังจากนวนิยายชุดดังกล่าวจบ นั่นคือช่วงที่ ตี๋เหรินเจี๋ย ซึ่งรับบทโดย หลิวเต๋อหัว กลับไปรับตำแหน่งในพระราชวัง หลังจากถูกจองจำเพราะวิจารณ์การขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดินี บูเช็กเทียน
  • บูเช็กเทียน ตัวจริงเกิดในปี 625 เป็นนางสนมเอกที่ชิงอำนาจมาจากจักรพรรดิ ถังเกาจง และบุตรชาย และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดินีคนแรกของจีนในปี 665-690 นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า เธอสังหารลูกในไส้ไป 2 คนและเนรเทศอีกคนไปจากเมืองหลวง เรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นก่อนที่ บูเช็กเทียน ซึ่งรับบทโดย หลิวเจียหลิง จะขึ้นครองราชย์ และกำลังพยายามก่อตั้งราชวงศ์โจว
  • ตัวละคร จิงเอ๋อ ที่รับบทโดย หลี่ปิงปิง อ้างอิงมาจากคนในประวัติศาสตร์อย่าง ซั่งกวนหว่านเอ๋อ นักกวีและนักการเมืองหญิงที่รับใช้จักรพรรดินี บูเช็กเทียน โดยผู้สร้างปรับให้ จิงเอ๋อ มีความสามารถด้านวิทยายุทธด้วย
  • ตัวละคร เป่ยตงไหล เป็นคนเผือกเพราะผิวหนังขาดเม็ดสี จึงมีผิวขาวซีด ผมสีขาวโพลน และต้องแต่งชุดสีดำตลอดเวลา เติ้งเชา นักแสดงที่รับบทเป็น เป่ยตงไหล จึงต้องใช้เวลาแต่งหน้า 2-3 ชั่วโมงทุกวันก่อนถ่ายทำ
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง เจมส์ ชู พบว่าสีแดงเป็นที่นิยมในยุคราชวงศ์ถัง เขาจึงใช้สีแดงเป็นสีสำคัญในการออกแบบงานสร้าง เช่น ฉากที่จักรพรรดินี บูเช็กเทียน ที่รับบทโดย หลิวเจียหลิง ประกาศราชโองการ ศาลาของเธอเป็นลายทางสีดำและขาว ประดับด้วยลวดลายนกฟีนิกซ์ และมีองครักษ์ข้างกายถือหอกสีแดงที่เข้ากับสีของห้อง
  • สมัยราชวงศ์ถังเป็นยุคที่มีการคิดค้นนาฬิกาที่ส่งเสียงทุกชั่วโมง ตุ๊กตากลไก ระบบเครื่องปรับอากาศที่ใช้แรงน้ำ และคบเพลิงที่ควบคุมได้โดยอัตโนมัติ ผู้สร้างนำสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดนี้มาใช้เสริมสร้างความน่าตื่นตาในภาพยนตร์
  • เรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นในเมืองลั่วหยาง ประเทศจีน เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นเมืองที่จักรพรรดินี บูเช็กเทียน โปรดปรานที่สุด
  • ผู้สร้างออกแบบสถูปพระพุทธรูปปางอิสตรีขนาดมหึมา ซึ่งในบทภาพยนตร์อธิบายว่ามีความสูง 120 เมตร โดยผสมผสานวัฒนธรรมราชวงศ์ถังกับพระพุทธรูปจากเมืองนาระ ประเทศญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน สร้างด้วยเหล็กกล้านับร้อยตัน ตรึงด้วยสายเคเบิลเพื่อป้องกันแผ่นดินไหวและพายุ ส่วนใบหน้าของพระพุทธเจ้านั้นได้แกะตามรูปหน้าของ หลิวเจียหลิง ผู้รับบท บูเช็กเทียน นอกจากนี้พวกเขายังสร้างสถูปย่อส่วนหลายขนาด สำหรับใช้ถ่ายทำภายนอก ส่วนภายในสถูปนั้น มีการสร้างส่วนบน กลาง และล่างแยกกันต่างหากขึ้นในโรงถ่าย
  • ฉากศาลาต้องห้าม ซึ่งเป็นที่อาศัยของพ่อมดหลวง มีรูปปั้นหัวสัตว์ 12 ชนิดซึ่งเป็นตัวแทนของ 12 นักษัตร ยืนเป็นเทพอารักขาอยู่รอบๆ พวกมันมีส่วนคล้ายกับเกมหมากรุกชนิดหนึ่งซึ่งนิยมเล่นกันในยุคราชวงศ์ถัง ภายในศาลาต้องห้าม มีสัญลักษณ์ 5 ธาตุที่เน้นให้รู้สึกถึงพลังเหนือธรรมชาติ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจภายในที่มืดสนิทโดยใช้เพียงการได้ยิน แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวเป็นแสงสีเขียวที่ส่องมาจากบ่อขนาดไม่ใหญ่นัก
  • อาวุธหลายชนิดในภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและชาวอราบิก เนื่องจากเมืองลั่วหยางของจีนมีชาวต่างชาติปะปนอยู่มาก นอกจากนี้ อาวุธยังบ่งบอกถึงบุคลิกของผู้ใช้ด้วย ตี๋เหรินเจี๋ย ที่รับบทโดย หลิวเต๋อหัว ใช้คทาที่สั่นไหวเผยจุดเปราะบางของอาวุธของฝ่ายตรงข้าม ทำให้หอกที่แข็งแกร่งหักได้ เป่ยตงไหล ที่รับบทโดย เติ้งเชา ใช้อาวุธหลายชนิด รวมถึงขวานสองคมที่ดุดัน จิงเอ๋อ ที่รับบทโดย หลี่ปิงปิง ใช้แส้เน้นการโจมตี พ่อมดหลวงใช้ดาบยาวสำหรับต่อสู้ระยะไกล ส่วนเหล่าองค์รักษ์ตาบอดของเขาใช้ตะขอรูปวงพระจันทร์
  • ฉากท้าทายของผู้ออกแบบฉากต่อสู้ หงจินเป่า คือฉากต่อสู้ในตลาดผีที่มีพื้นที่ขรุขระ และฉากการต่อสู้บนน้ำที่ทีมงานต้องอยู่ในน้ำเย็บเฉียบ และบางช็อตต้องใช้เวลาถึง 16 ชั่วโมงในการเตรียมตัวและถ่ายทำ
  • เสื้อผ้าและทรงผมของตัวละครที่เป็นสมาชิกในราชวงศ์ อ้างอิงโดยตรงจากจดหมายเหตุของราชวงศ์ถัง ซึ่งลวดลายที่เป็นเส้นพาดถือเป็นสิ่งที่นำสมัยในขณะนั้น จักรพรรดินี บูเช็กเทียน ที่รับบทโดย หลิวเจียหลิง แต่งตัวด้วยอาภรณ์ที่ยาวและหนัก โดยเธอต้องใส่ชุดมากกว่า 5 ชั้นเพื่อบ่งบอกสถานะทางอำนาจ

advertisement

วันนี้ในอดีต

  • ซีอุยซีอุยเข้าฉายปี 2004 แสดง Duang Long, เปรมสินี รัตนโสภา, ฉัตรชัย เปล่งพานิช
  • แฟนใหม่แฟนใหม่เข้าฉายปี 2010 แสดง รัชวิน วงศ์วิริยะ, อัฐมา ชีวนิชพันธ์, พีท ทองเจือ
  • ชิงหมาเถิดชิงหมาเถิดเข้าฉายปี 2010 แสดง มาริโอ้ เมาเร่อ, ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, โก๊ะตี๋ อารามบอย

เกร็ดภาพยนตร์

  • อยากรักก็รักเลย - สร้างจากนิยายเรื่อง Yes รักนี้ใช่เลย และ No ก็ว่าจะไม่รัก ของสำนักพิมพ์สีม่วงอ่อนและคัมออน โดยผู้ริเริ่มโครงการสร้างคือเจ้าของสำนักพิมพ์ ขลุ่ย - ชัชฎา มูสิกะระทวย และผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการดนตรี เจี๊ยบ - วรรธนา วีรยวรรธน เดิมวางแผนกันว่าจะให้ อ๊อด - บัณฑิต ทองดี เป็นผู้กำกับ แต่ อ๊อด คิดว่าตนไม่เข้าใจตัวละครดีพอ จึงขอเป็นผู้อำนวยการสร้างและทาบทามให้ นาย - สวัสวดี วงศ์สมเพ็ชร กำกับแทน อ่านต่อ»
  • โคตรสู้ โคตรโส - นักแสดงเด่นในเรื่องนี้คือผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ต่างๆ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ พันนา ฤทธิไกร จำนวน 9 คนที่มารวมตัวกันในนาม ไฟติ้ง คลับ พวกเขาเคยแสดงฉากผาดโผนในภาพยนตร์ อาทิ องค์บาก (2003) ภาพยนตร์ ต้มยำกุ้ง (2005) ช็อคโกแลต (2008) และ จีจ้า ดื้อสวยดุ (2009) มาแล้ว แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาจะได้เป็นนักแสดงเต็มตัวที่มีบทเด่นครั้งแรก อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

The Visit The Visit เรื่องราวสุดระทึกของ เบกกา (โอลิเวีย เดอจองจ์) และ ไทเลอร์ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) สองพี่น้องที่เดินทางไปเยี่ยม คุณตา (ปีเต...อ่านต่อ»