วิจารณ์ The Hunger Games

ไปที่หน้า
วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 22 มี.ค. 57 13:56

    สนุกครับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 31 ส.ค. 56 08:12

    ชอบมากมาก ก ! สนุก ตื่นเต้น เป็นกันเอง ง ! ~
    โหดมาก ไล่ฆ่ากันสุด สุด ด !

    ปล.ชอบพีต้า กับ แคทนิส มาก มาก ก !

    เนื้อเรื่อง => ช่วงแรกอาจดูช้า พอหลังๆ มันส์ล้วนๆ
    บทภาพยนตร์ => ดีมากมาก ไม่ห่วยแตก ก !
    CG การตัดต่อภาพ => ชวนเวียนหัวไปนิด ด แต่ก็พอรับได้กับ CG
    นักแสดง => เล่นตามบทบาทได้เยี่ยมมาก ก !

    Score 10/10

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 29 ธ.ค. 55 16:45

    You and I'll be safe and sound

    ในโลกอนาคต มีสิ่งใดรออยู่ โลกแห่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์รุดหน้าไปด้วยวิทยาการ เทคโนโลยีนานาชนิดเช่นนั้นหรือ ภาพแห่งอนาคตอันสวยหรู หรือโลกอาจจบสิ้นเพียงเท่านี้ วิทยาการเหล่านั้นซ้อนตัว กระจุกกันเพียงพื้นที่ไม่กี่ตารางกิโลเมตร ในขณะที่ส่วนอื่นๆล้วนแล้วแต่ถูกการเวลาหยุดนิ่งเอาไว้ โลกถูกแบ่งออกเป็นแต่ละส่วนโดยขึ้นตรงต่อเมืองหลวง เมื่อใดมีการเกิดกบฏ ที่แห่งนั้นจะเต็มไปด้วยการนองเลือด ผู้คนมากเงินเสพสุขอยู่บนความตายของผู้อื่น กลุ่มคนบางกลุ่มขึ้นครองโลกด้วยอำนาจที่คนส่วนใหญ่ไม่พึงปรารถนาแต่ต้องยอมจำนนด้วยความพ่ายแพ้

    ผู้คนสนุกสนานกับการเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตเอาชีวิตรอดในเรียลลิตี้สุดโหด โดยอาจลืมไปว่าสิ่งที่พวกเขาเฝ้ามองด้วยความสรวลเสเฮฮานั้นคือ มนุษย์ เช่นเดียวกัน เพียงเพื่อเป็นเครื่องบันเทิงใจและการย้ำเตือนถึงอำนาจที่ไม่อาจต่อกรด้วยได้ และนี่คือโลกใน The Hunger Games

    ทุกๆปีจะมีการจัดการแข่งขันเกมล่าชีวิตขึ้น โดยมีการเลือกบรรณาการจากทั้ง 12 เขต เขตละ 2 คน ชายและหญิงอย่างละหนึ่ง โดยมีจุดหมายเพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า แคปิตอลกุมชีวิตของพวกเค้าไว้ โดยเด็กที่ถูกคัดเลือกจะมาจากรายช่อเมื่ออายุถงเกณฑ์แล้ว หนึ่งปีต่อหนึ่งใบและจำนวนจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นหากนำรายชื่อตนเองไปแลกกับอาหารซึ่งทางแคปิตอลจะจัดให้ในจำนวนอันน้อยนิด หลายชีวิตไม่มีทางเลือกเช่นเดียวกับตัวเอกของเรื่อง Gale และ Katniss

    และแล้วเวลาที่ Prim น้องสาวของKatnissต้องกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกก็มาถึง วันเก็บเกี่ยวเริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางรายชื่อเด็กสาวจำนวนมาก Primถูกเลือก Katnissไม่มีทางยอมให้น้องสาวต้องกลายเป็นบรรณาการ เธออาสาแทนน้องสาว พร้อมกับบรรณาการชายอีกคนหนึ่ง Peeta ทั้งคู่ต้องเข้าร่วมในเกมอันแสนหฤโหด ร่วมกับบรรณาการจากเขตอื่นอีกรมทั้งสิ้น 24 ชีวิต 23 ชีวิตจะต้องตายเหลือผู้พิชิตไว้เพียงคนเดียวนั้น พวกเค้าทั้งสองมี Haymitch พี่เลี้ยง หนึ่งในผู้พิชิตจากเกมล่าชีวิตนี้ "จงเอาชีวิตให้รอด" คำแนะนำเดียวที่Haymitch พอจะช่วยได้ในเวลานี้ ทีมของเขต 12 จึงได้วางแผนเพื่อให้ผู้พิชิตต้องอยู่ในเขต 12 ความลับ เรื่องราวตาๆที่Katnissไม่เคยรู้มาก่อน เกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 นี้จะเปลี่ยนชีวิตทุกคน

    หนังดำเนินเรื่องราวไปอย่างรวดเร็ว ด้านวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ Gary Ross นั้นไว้ใจได้ กับการนำสิ่งใหม่ๆมาสู่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับเลือกภาพแบบแฮนด์เฮลนิดๆนำเสนอกับคนดู รวมไปถึงช่วงการแข่งเกม ในหนังสือจะเป็นการบรรยายความรู้สึกแล้เหตุการณ์ในมุมมองของ Katniss เพียงคนเดียว แต่ในหนังถูกขยายให้กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราคงไม่อาจทราบรายละเอียดต่างๆได้ แน่นอนอยู่แล้วที่หนังไม่สามารถบรรยายศิลปะทุกคำพูดทุกตัวอักษรออกมาได้ แต่ผู้กำกับเลือกหาทางออกให้กับหนังได้อย่างชาญฉลาด จนผมอดประหลาดใจไม่ได้ โดยเฉพาะมุมมองจากแคปิตอลที่ทำให้เห็นว่าเป็นผู้ควบคุมเกม การลุกฮือของเขต 11 ในระหว่างการแข่งขัน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเขต 12 หรือแม้แต่บทบาทของPresident Snowเองก็มีการขยายเพิ่มเติมลงไปมากขึ้นเพื่อความชัดเจนในเรื่องราว รวมทั้งการใส่ความเป็นศิลปะแงลงไปในรูปแบบสัญลักษณ์เล็กๆน้อยๆ ช่วยให้หนังดูดีมีคุณค่าต่อการนั่งดูชมมากขึ้นมหาศาล

    นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะกับ Jennifer Lawrence ที่กลายเป็นดาราหญิง ทายาทนักแสดงคุณภาพฮอลลีวู้ดอีกคน เธอถ่ายทอดความเป็น Katniss ได้อย่างหมดจด ไม่ต้องใช้เสียงบรรยายกัดฟันบอกความรู้สึกเหมือนหนังสร้างจากนิยายบางเรื่อง โดยเฉพาะการหาจุดสมดุลระหว่างความเป็น Action /Adventure / Sci-Fi หรือแม้แต่เคมีในการเข้าคู่กับนักแสดงรายอื่น ณ จุดนี้ต้องยกความดีให้กับผู้กำกับด้วย เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วตัวฉบับนิยายนั้นก็มีเรื่องรักสามเส้าอยู่ในตัวมากเลยทีเดียว แต่หนังมีจุดยืนที่แตกต่างออกไปและน่าจะดีกว่า(ในความคิดผม เพราะผมเบื่อเรื่องรักสามเส้า กับความสับสนของสาวแรกเริ่มซะเต็มที) อีกรายกับ Liam Hemsworth น้องชายแท้ๆของ เทพเจ้าค้อนสุดหล่อ Chris Hemsworth ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงเรื่องแรกๆของเค้าเลยก็ว่าได้ แม้จะมีเวลาบนจอไม่นาน(เช่นเดียวกับในหนังสือ)แต่บทบาท Gale เพื่อนชายคนสนิทของ Katniss นั้นช่วยเติมเต็มความเป็น มนุษย์ ให้กับ Katniss ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกรายหนึ่งซึ่งเป็นทางแยกความรักของ Katniss กับPeeta รับบทโดย Josh Hutcherson อีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพ ซึ่งคอหนังคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะรายนี้มักจะได้รับบทกับหนังเทพนิยายหรือสร้างจากนิยาย ซึ่งผมหลุมรักทันทีกับเด็กผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการใน Bridge to Terabithia มาครานี้เป็นการรับบทที่ออกจะแตกต่างออกไป ได้โชว์พลังในการเป็นดารานำได้อย่างไร้ที่ติ และผมว่าหลายๆคนเห็นใจตัวละครรายนี้ เมื่อสิ่งเดียวที่เค้าทำตลอดการเล่นเกมคือ ดูแลชีวิตของKatniss เธอต้องเป็นผู้พิชิต สำหรับรายอื่นๆนั้น หมุนเวียน ผลัดเปลี่ยนกันสลับขึ้นจอซึ่งไม่มีใครเลยที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นตัวละครที่น่ารำคาญ เมื่อหนังเรื่องนี้เข้าฉายในช่วงแรกก็เกิดกระแสบางอย่าง เมื่อบทบาทของ Rue บรรณาการเด็กสาวจากเขต 8 รับบทโดย นักแสดงผิวสี ซึ่งหากจะว่าไปแล้วในหนังสือก็ชัดเจนกับการบอกรายละเอียดกายภาพของ Rue สิ่งที่เราได้รับรู้คือ อเมริกาคือประเทศเสรีภาพ ไร้การเหยียดหยามคนผิวสีจริงๆหรือ ? ผมเองก็รู้สึกสะเทือนใจอยู่บ้าง เพราะผมรักประเทศนี้มาก โดยเฉพาะกับการวางตัวของสหรัฐที่แทบจะเหมือนกับฮีโร่กลายๆ

    ที่ผมอยากพูดถึงคือ บทสรุป ของหนัง หนังจบแบบของตัวเองไม่เหมือนกับในหนังสือ ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ Peeta และโมเมนต์ความรักของตัวละครและสิ่งที่ Gale ได้รับหลังการแข่งเกมจบ หรอแม้แต่รายละเอียดในการแข่งเกมซึ่งในหนังลดทอนความโหดร้ายลงไปเยอะอยู่เหมือนกัน แล้วมันเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ ณ ตอนจบผมชอบแบบนิยายมากกว่า แต่หากมองโดยภาพรวมตั้งแต่วินาทีแรกของหนังจนวินาทสุดท้าย กับอักษรตัวแรกบทหน้ากระดาษกับตัวอักษรตัวท้ายสุดแล้ว ผมชอบฉบับภาพยนตร์มากกว่าครับ

    Safe And Sound ซาวน์แทรคประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ให้ความรู้สึกยอดเยี่ยมไปต่างจากตัวหนัง เสียงเพราะๆของ Taylor Swift บวกกับเสียงคอรัสเบาๆคลอไปกับบทเพลงของ The Civil Wars เนื้อเพลงลงตัวกับหนังที่ให้ความรู้สึกของการปกป้องบุคคลที่เรารักยิ่งกว่าชีวิต ผมหวังว่าเพลงนี้จะได้รับรางวัลออสการ์ หรืออย่างน้อยได้เข้าชิงก็คงดีไม่น้อย


    ในภาคต่อไปเราจะได้พบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ในเกมล่าชีวิตครั้งหน้าครั้งที่ 75 ทุกๆ 25 ปี จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ในเกมบางอย่าง คนดูจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Haymitchในการแข่งขันครั้งที่ 50 และKatniss จะรู้ว่า การกบฏเริ่มขึ้นแล้วจากผลเบอร์รี่สัญลักษณ์ Mocking Jay และเขต 13 สูญสิ้นไปแล้วจริงหรือ?

    ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้า โลกอนาคตชีวิตในวินาทีข้างหน้า ในวันรุ่งขึ้น สำหรับการอ่าน การดู เราในฐานะผู้อ่านรับรู้ถึงภัยที่ตัวละครต้องเจอ ความโหดร้าย ทารุณ แต่ในชีวิตจริงหลายสิ่งกลับเลวร้ายไม่ยิ่งกว่าในหนังหรือนิยาย เมื่อราคือตัวละครผู้เล่นเอง และบางทีโลกแห่งความจริงก็มิอาจลิขิตตอนจบให้สวยงามเช่นนั้นได้

    "ฉันรับมือของเขามากุมไว้แน่น เตรียมพร้อมสำหรับกล้อง และหวาดกลัวเวลานั้น...เวลาซึ่งเราต้องปล่อยมือจากกัน"


    10/10

    -ดูฉบับหนังแล้วอย่าพลาดฉบับนิยายนะครับ สนุกจนวางไม่ลงเลยทีเดียว!

    - http://www.youtube.com/watch?v=K86WfEavETc เป็นลิงค์การแข่งขันของ Haymitch มีซับไทยให้จากคุณ sniperhermit แฟนๆ HGG ไม่ควรพลาด โหด เลือดสาด

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 22 ธ.ค. 55 23:16

    ไม่สนุก พูดได้คำเดียวว่าไม่สนุก

    เราเป็นคอหนัง thriller บอกได้เลยว่า หนังไม่ดี (พอสำหรับเรา)

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 29 ส.ค. 55 17:46

    เ้รื่องนี้ดูสนุกมากค่ะ นางเอก สีหน้า แววตา เชื่อเธอเลยจริงๆ แต่คิดว่าบทน่าจะมีจุดที่น่าจะพีคได้มากกว่านี้แบบเอาให้ประทับใจ ช็อกไปเลยยิ่งดี แต่จบแบบนี้เนี่ย..หุหุ 8/10

    ปล.ติดตามน้องพระเอกตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ คนนี้เล่นดีแต่ไหนแต่ไร แต่ถ้าตัวสูงกว่านี้ก็คงดี

  • เมื่อ 22 ส.ค. 55 21:46

    ชอบนะเรื่องนี้ สำหรับเราเรื่องไม่อืดนะ ซึ้งในความรักพี่น้อง พีต้าน่ารัก 555 ><

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 15 ส.ค. 55 20:07

    สปอยเนื้อหาบางส่วน

    เรียลลิตี้สด คนล่าคน

    บอกไว้ก่อนเลยครับว่าผมไม่เคยอ่านหนังสือ เรื่องนี้มาก่อนเลย The Hunger Games เป็นหนังที่ผมคาดไว้อย่างมากแต่ในมุมมองของหนัง แอคชั่น นะ จะบอกว่าผมแปลกใจเป็นอย่างมากเมื่อเปิดดู เนื้อเรื่องซัก 30 นาที แรก ค่อนข้างอืด แต่พอจับใจความได้ เนื้อเรื่องบ่งบอกถึงการแยกชนชั้นกันได้อย่างสมบูรณ์ ความเป็นดราม่าของหนังสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี ที่ผมแปลกใจมากที่สุดคือ ผกก. ครับ Gary Ross บอกตามตรงผมไม่เคยดูหนังของแกเลย ชื่อยังไม่รูจักเลย
    แต่แน่นนอนครับว่าเค้าไม่ทำไห้ผมผิดหวังกับหนังเรื่องนี้เลย ถึงแม่รายละเอียดจะไม่เยอะเท่าไนหนังสือ (เดาเอา) แต่ต่อไห้คุณไม่เคยอ่านคุณก็ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างเข้าใจแน่

    มาถึงนักแสดง
    เจนนิเฟอร์ ลอเล๊นซ์ รับบทเป็น แคทนิส เอเวอร์ดีน
    จอซ ฮัตเชอร์สัน รับบทเป็น พีต้า เมลลาร์ก
    (ผมยกมาแค่ตัวเอกของเรื่องนะ)

    มากล่าวถึงตัวละคร แคทนีส ซึ่งรับบทโดย เจนนิเฟอร์ ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่เข้มแข็งคอยปกป้องผู้อื่น แต่ภายในนั้นช่างอ่อนโยน ซึ่ง เจนนิเฟอร์ ทำออกมาได้ดี ถึงแม้จะขาดตกบกพร่องในการซื่ออารมณ์ผ่านทางสีหน้าในบางฉากก็ตาม

    มากล่าวถึง พีต้า อีตัวละครนึง ที่รับบทโดย จอซ เป็นตัวละครที่ ไสซื่อ บางทีก็อาจจะโง่เขลาไปเลยก็ได้ ซึ่งจอซ ก็ทำออกมาได้ดีพอสมควร (เหมือนกับว่าจอซบุกคลิกแข็งไปหน่อย)

    ถึงแม้ทั้งคู่จะยังขาดตกบกพร่องในบางส่วน แต่ผมเชื่อได้ว่า ทุกคนจะต้องชอบสองตัวละครนี้อย่างแน่นอน

    องค์ประกอบต่างๆ

    CG - ทำออกมาได้ข่อนข้างดีทีเดียว

    การเดินกล้อง - อาจจะยังไม่ดีนักแต่พอรับได้

    SOUND ประกอบ - ถึงจะน้อย แต่พอมี ทำไห้ผมขนลุกได้ดีทีเดียว

    สรุปโดยรวม

    เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมชอบ ถึงจะผิดคาดในรูปแบบหนังก็เถอะ แต่เชื่อผมได้ว่า ผกก. คนนี้จะไม่ทำไห้คุณผิดหวัง "ยกเว้นถ้าคุณคาดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแอคชั่น" เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมแนะนำ

    ผมไห้เรื่องนี้ 8/10

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 11 ส.ค. 55 11:20

    อันนี้ไม่รู้นะ คือไม่มีเวลาไปดูในโรง พอหนังออกมาในโลกออนไลน์เลยลองโหลดมาดู เห้นว่าตอนที่เข้านั้นกระแสแรงมาก
    เป็นหนังอีกเรื่องที่เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปอุดหนุนในโรงมากๆ !
    ส่วนตัวให้ 10/10 นะ ทั้งตัวของเนื้อเรื่อง ตัวละคร การออกแบบ
    มันสะเทือนใจคนดู ให้แง่คิดต่างๆมากมาย

    หนังที่ทำให้คนดูมีอารมณืร่วมหรือคล้อยตาม เข้าใจเนื้อเรื่องโดยที่ไม่ได้อ่านเรื่องย่อจากไหนเลย เจ๋ง ออกนะ แล้วเรื่องนี้สามารถทำให้เราเป็นผู้ชมที่เข้าใจและอยากติดตามเนื้อเรื่องมากๆ
    ตัวละครก็แสดงดีนะ มันสะท้อนถึงใจคน คนในสังคมก็มีหลายประเภท คนที่เป้นเบี้ยล่าง คนที่เป็นใหญ่ พื้นฐานของคนเราหรือในหนังที่แบ่งเป็นเขตๆมันก็ไม่เหมือนกัน
    ปกติไม่ค่อยเห้นหนังของ Liongates ที่ทำได้ดีขนาดนี้มาก่อนนะ ทั้งเรื่องของบท มุมกล้อง นักแสดง เอฟเฟคต์ เรื่องนี้ลงตัวมากๆ บางอย่างที่มันขาดๆเกินๆในเรื่องที่เรามองเห็นมันอาจจะเป็นเรื่องของเหตุผลในตัวหนังเองมากกว่า

    แล้วแต่มุมมองนะ ความเห้นส่วนตัว :)

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 26 เม.ย. 55 03:50

    ให้ 10 อ่ะ
    ตอนแรกไม่คิดจะดูนะ แต่ทนกระแสรอบข้างไม่ไหว เลยไปดู
    ช่วงแรกโคตรเสียเวลา - -" เสียสุดๆอ่ะ แต่พอเริ่มเข้าเกมแล้วมันส์ดีนะ
    ลุ้นตลอดเวลา ด้วยความที่ตอนแรกไม่คิดจะดูแล้วเพื่อนก็ดันสปอย -.-
    เลยรู้ตอนจบก่อน ตอนแรกก็เฉยๆนะ อืม สนุกดี

    พอออกจากโรง แม่ม อยากดูอีกอ่ะ 55555555 กลับมาบ้านคิดถึงตลอด
    อยากดูอยากดูอีก มันส์ดี

    พระเอกกับตัวร้าย(พีต้ากับคาโต้) เคยดูหนังพวกเค้าตอนที่ยังละอ่อน
    ไม่คิดว่าโตมาจะหล่อขนาดนี้ 55555 กลับมาบ้านนั่งนึกไปนึกมา
    หล่อวะ2คนนี้ พอมาดูชื่อนักแสดง(ไม่ตั้งใจจะดูจริงๆ รู้จักแค่นางเอก)
    เซอร์ไพรส์มาก อ้าวเคยดู2คนนี้เล่นหนังนี่หว่า 55555

    สรุปตอนอืดๆของเรื่องถูกชดเชยด้วยหน้าตาของนักแสดง 555555

    ปล.นางเอกสวยหุ่นดีเก่งเท่ห์มาก!!!

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 21 เม.ย. 55 16:22

    หนังเรื่องนี้อย่างที่รู้กันสร้างมาจากนิยายของ ซูซานน์ คอลลินส์ เนื้อเรื่องจะออกแนวหดหู่ อึดอัด กดดันนิดๆถ้าใครเคยอ่านนิยายทำนองนี้ก็จะรู้ดีครับ
    พอเริ่มเปิดเรื่องมาก็ทำให้มีอาการน่าเบื่อเล็กน้อย ถ้าเทียบกับหนังเรื่องอื่นอย่างของ marvel ความตื่นเต้นคนละเรื่องกันเลย แต่ถ้าดูตามในหนังสือถือว่าทำได้ดี ไม่กดดันหรือแฮปปี้มากเกินไป ยังรักษาอารมณ์ระดับกลางๆ
    บอกได้ว่าทั้งเรื่องนั้นเหมือนนั่งลุ้นทุกวินาที ไม่ว่าเวลาไหนนางเอกของเรามีสิทธิที่จะตายได้เลย ตัวหนังจึงสื่อให้เห็นถึงความกดดัน สับสน รวมทั้งฉากแอ็คชั่นที่กล้องมันเร็วๆ(แต่ไม่มากจนทำให้มึนหัวได้) เหมือนกับเป็นการลุ้นว่าจะตายมั้ยอะไรแบบนั้น
    ซาวน์แทรคเพราะ..
    การแสดงไม่ต้องพูดถึง...เจนนิเฟอร์คนเดียวกินขาดแล้ว
    โดยรวมแล้วเหมือนจะเป็นหนังที่ดูเหมือนกดดัน แต่ผลลัพธ์กลับออกแนวสนุกสบายๆ มีมุขตลกเล็กน้อย(ขำอยู่คนเดียว =='') ช่วยทำให้หนังมันโล่งขึ้นเยอะ
    9.5/10

    แจ้งลบ
มีทั้งหมด 70 วิจารณ์ หน้าที่ 1 [ก่อนหน้า] 1 2 3 4 5 6 7 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Contagion - ที่ปรึกษาด้านข้อมูลของภาพยนตร์ ดร. เอียน ลิปคิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขเมลแมนแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เผยว่าเชื้อไวรัสที่ใช้ในภาพยนตร์เป็นเชื้อที่เขาคิดขึ้น โดยมีพื้นฐานอ้างอิงมาจากเชื้อไวรัสสมองอักเสบนิปาห์ที่เกิดขึ้นในมาเลเซีย ที่แพร่ระบาดในราวๆ ปี 1997-1998 ซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่จากสุกรสู่เกษตรกร อ่านต่อ»
  • Melancholia - ผู้กำกับ ลาร์ส วอน ทรีเยร์ ยอมรับว่าโรคซึมเศร้าของตัวเอง สร้างแรงดลใจในการทำเรื่องนี้ รวมไปถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วย โดยคำว่า Melancholia คือชื่ออาการของโรคซึมเศร้า อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

พรจากฟ้า พรจากฟ้า ยามเย็น - ก่อนที่งานเลี้ยงอำลาและมอบทุนการศึกษาต่อต่างประเทศจะเริ่มขึ้น บีม (ณภัทร เสียงสมบุญ) และ แป้ง (วิโอเลต วอเทีย...อ่านต่อ»