วิจารณ์ Oasis
-
แคสก้า .. อารมณ์สีฟ้า
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 24 เม.ย. 48 01:04
ซื้อมาไว้สักพัก แล้วค่ะ แต่ว่าพึ่งได้ดูวันนี้
ซื้อมาเพราะเนื้อหา และ ภาพ บนปก vcd เหมือนกับหนังโรแมนติกที่ชอบดู
แต่พอดูตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็อึ้ง ...
ความงดงามของความรัก ไม่ต้อง สื่อด้วยภาพที่งดงามเสมอไป
ตัวแทนของชาย หญิง ที่มีรักแท้ ไม่ต้องเป็นคนสวย ไม่ต้องหล่อ
ไม่ต้องรวย ไม่ต้อง Perfect
ขอแค่มี "หัวใจ" ที่มี "รัก" อย่างแท้จริง
========= -
นิน
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 3 ธ.ค. 46 19:07
ผู้กำกับเก่งมาก
ทำภาพที่ไม่น่าดู ให้น่าดูได้
รู้สึกเช่นกัน ...
รักแท้ สวยงามในความรู้สึกเสมอ
อยากให้ไปดูกันเยอะๆ จังหนังแบบนี้ -
จ๊อบ
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 3 ธ.ค. 46 00:22
Oasis (โลกจ๋า อย่าอิจฉารักเรา ) เป็นเรื่องราวของ มนุษย์ ผู้ไม่ค่อยสมประกอบสองคนผู้เปล่าเปลี่ยวและถูกกีดกันจากสังคมภายนอก ฝ่ายชายคือจองดู หนุ่มหัวช้า ผู้มีภาพลักษณ์ แปลกแยกไม่น่าคบหา มีคดีติดตัว3คดี ตั้งแต่พยายามข่มขืน ลักขโมย รวมถึงขับรถชนคนตายแล้วหนี ซึ่งเขายอมรับผิดแทนพี่ชายตัวเอง หลังจากติดคุกอยู่สองปีกว่า เขาก็พ้นโทษออกมา กลับมาเจอครอบครัวตัวเองที่ไม่ยินดียินร้าย และพยายามผลักไสเขาออกไป จองดู แวะไปเยี่ยม ครอบครัวของคนที่เสียชีวิตจากความผิดของเขา และได้พบกับ กองจู ลูกสาวของผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมอง (มุน โซ รี ในบทที่แสดงได้เยี่ยมสุดๆในบรรดาดารานำฝ่ายหญิงในรอบปีนี้ ) และได้มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กัน ซึ่งทั้งสองต่างกันเข้าใจกัน เพราะว่าต่างก็เป็นคนแปลกของสังคม และเป็นคนที่ไม่มีใครยอมรับเหมือนๆกัน
ด้วยความยาว132นาที ของตัวหนัง อาจไม่ใช่ความยาวมากมาย แต่อาจสร้างความเบื่อหน่ายให้คนดูหนังตลาดโดยทั่วไปได้ไม่ยาก ด้วยเนื้อหาหนักๆ ไม่ดึงดูดใจ แปลกแยกอย่างชัดเจนของตัวละคร หนังไม่แม้แต่พยายามสร้างคาแรคเตอร์ที่น่าเห็นใจและเอาใจช่วยให้กับตัวละครอย่างไรก็ดี นี่คือหนังที่วิเคราะห์ มนุษย์ร่วมโลก ในประเด็นที่น่าสนใจ
มีหลายฉากที่ผมดูแล้วเศร้า ว่าทำไมคนเราถึงไม่พยายามมอง ไม่พยายามเข้าใจในสิ่งที่มันเป็นจริงๆ แต่เรามักจะเข้าใจ อย่างที่เราตีความของเราไปเอง และสรุปว่ามันต้องเป็นอย่างที่เราคิด สำหรับคนที่สื่อสารกันคนละภาษา หรือคนที่เราคิดว่าเค้าสื่อสารไม่ได้ เราเคยคิดที่จะลองแล้วหรือยัง ที่จะสื่อสารกับเค้า อย่างที่มนุษย์คนนึงพึงจะทำกับมนุษย์อีกคนนึง และการเอารัดเอาเปรียบที่คนปกติ ทำกับคนที่พิการและช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ อย่างที่หนังสื่อออกมา โดยเฉพาะฉากที่พี่ชายนางเอก ย้ายไปอยู่บ้านสำหรับคนทุพพลภาพ แต่ทิ้งให้นางเอกทนหนาวอยู่ในบ้านโกโรโกโส หรือตอนที่ตกลงกันที่โรงพัก เรียกร้องเงินทำขวัญจากครอบครัวพระเอก หลังมีคดีความข่มขืนกันขึ้น เป็นอะไรที่น่าขยะแขยง และอดที่จะคิดไม่ได้ ว่าจริงๆ ใครกันแน่ ที่ป่วย(พิการ)ทางจิต ระหว่าง นางเอก หรือคนปกติอีกหลายๆคนบนโลกที่แสนบูดๆเบี๊ยวใบนี้
หนังเรื่องนี้เป็น1ใน3 ในโครงการหนังดีที่ต้องดู ( The asian movie love story ) ที่วนฉายในเครืออีจีวี วันนี้ถึง3พ.ย. สามารถดูได้ที่โรงอีจีวีซีค่อน และ4-11 ธันวา ฉายที่อีจีวีปิ่นเกล้า และ 12-18ธันวา ฉายที่โรงอีจีวี เมโทรโปลิส -
กบ
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 1 ธ.ค. 46 18:50
คุณพระคุณเจ้า
หนังเรื่องนี้ปูเรื่องตอนแรกให้เรารู้สึกหดหู่สิ้นหวัง
แต่ทันทีเมื่อดูจบกลับทำให้เราซาบซึ้งกับเรื่องรักของคนที่ไม่สมประกอบได้อย่างถึงใจดีแท้
เป็นหนังที่กระแทกใจ เจ๋งๆ -
ร่วมแจม
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 26 พ.ย. 46 08:30
อยากให้โลกรู้ว่ารักแท้สวยงามเสมอ
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
วันนี้ในอดีต
Drag Me to Hellเข้าฉายปี 2009
แสดง Alison Lohman, Justin Long, Lorna Raver
Blood: The Last Vampireเข้าฉายปี 2009
แสดง Jeon Ji-Hyeon, Masiela Lusha, Allison Miller
Pandemicเข้าฉายปี 2009
แสดง Satoshi Tsumabuki, Rei Dan, Koichi Sato
เกร็ดภาพยนตร์
- Miss Sloane - ผู้กำกับ จอห์น แมดเดน เคยร่วมงานกับ เจสสิกา เชสเทน มาก่อนใน The Debt (2010) อ่านต่อ»
- Raees - หลังจาก ฟาร์ฮาน อัคตาร์ ถอนตัวออก ก็มีการติดต่อ ฟาร์ดีน ข่าน ให้มารับหน้าที่แทน แต่ ฟาร์ดีน ปฏิเสธเพราะกำลังอยู่ระหว่างการพักงานแสดง สุดท้ายได้ นาวาซุดดิน ซิดดิกี มาร่วมแสดงในบท มาชมูดาร์ อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
No Time to Die
เรื่องราวของ เจมส์ บอนด์ (แดเนียล เคร็ก) ที่กำลังสนุกไปกับชีวิตอันเงียบสงบในจาไมกา แต่ช่วงเวลาพักผ่อนนั้นก็เป็นเพียงช่ว...อ่านต่อ»