วิจารณ์ เดอะ เมีย

วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 7 พ.ย. 48 13:58

    เป็นหนังเเนวเดอะเมทริกซ์ตามเเบบฉบับเมืองไทยครับ

  • เมื่อ 2 ต.ค. 48 11:38

    เพิ่งดูแผ่นมา ไม่สนุกจริงๆด้วย มีแต่ยิงกัน
    เรื่องนี้เน้นแต่ตัวแสดงจริงๆ เอาแต่คนสวยๆ นางแบบมาเล่น
    มันก็สวยดีอยู่หรอก แต่ยัยเมียน้อยหมวยเอ็กซ์ แนน วิจิตราน่ะ หลุดมาได้ไง ไม่เห็นสวยเลย ถ้าจำไม่ผิดนะ ยังได้แสดงหนังอยู่อีกหรอเธอ เห็นหายไปนาน แต่ก็ยังไม่สวยเหมือนเดิม ธรรมดามาก หลุดมาได้ไงเนี่ย

  • เมื่อ 5 ก.ย. 48 23:07

    ผมชอบเพลงประกอบในหนังที่ร้องโดย ตู้ดิเรก
    ทั้งเพลงฟลอร์เฟื่องฟ้า กับเพลง ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า
    นอกนั้นห่วยหมด โดยเฉพาะรูปแบบการแอ๊คติ้ง+โลเกชั่น
    ยกเว้นไว้สำหรับฝีมือการแสดงของ เนาวรัตน์ กับลูกเกด

  • เมื่อ 4 มิ.ย. 48 16:23

    ก็ดีนะ หนังแปลกดี หนูไปดูมาแล้ว เยี่ยมมากๆ โดยเฉพาะตอนที่
    จิตตราพูดว่า" เพราะผู้ชายอย่างคุณมัน..." สะใจสุดๆเลยล่ะค่ะ

  • เมื่อ 28 เม.ย. 48 23:04

    ชอบหนังเรื่องนี้มากๆครับ เพราะหนังไทยไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงทำอะไรเท่าไร และเรื่องนี้ก็ประชดประชันเสียดสีผู้ชายดีมากๆครับ ที่อยากรู้คือ ใครรู้บ้างว่าได้กี่ล้านแล้วครับ ช่วยบอกที????

  • เมื่อ 21 เม.ย. 48 17:49

    หนัง ก็ดูเพื่อความบันเทิงนา อย่าคิดมาก มันอยู่ตรงที่ว่าคุณเข้าไปดูหนัง เพื่อเอาอะไร เพื่อความบันเทิง / หาจุดบกพร่อง อย่าคิดมากเลย หนังก็คือหนัง

  • เมื่อ 18 เม.ย. 48 18:39

    หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สนุกมากเป็นการสู้ของผู้หญิงที่สนุก

  • เมื่อ 18 เม.ย. 48 18:22

    ผลงานเรื่องที่ 5 ของ เรียว - กิตติกร เลียวศิริกุล เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างองค์กร 2 องค์กร นั่นก็คือ กองบัญชาการศูนย์พิทักษ์ภรรยาหลวง หรือ FCWI (First Class Wife International) กับพรรคภรรยาน้อย หรือ EMWI (Economy Wife International) โดยภารกิจของฝ่ายแรกก็เพื่อต้องการปกป้องและรักษาความปลอดภัยจากภรรยาน้อย ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นยุทธการกลายพันธุ์ คือ สังหารภรรยาหลวง เพื่อเปลี่ยนสถานภาพของตนเองจากภรรยาน้อยให้เป็นภรรยาหลวงอย่างถาวร เนื้อเรื่องหลักๆ ก็มีอยู่เท่านี้ ที่เหลือก็เป็นกลวิธีที่ทั้งสองฝ่ายใช้เข้าห้ำหั่นกันด้วยวิธีการแบบเกินจริง ไม่ผิดอะไรกับการทำสงคราม ทั้งปืน ระเบิด และบาซูก้า!

    ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่าต้องการสร้างภาพยนตร์ระหว่างภรรยาหลวงภรรยาน้อย ในรูปแบบของภาพยนตร์แอ็กชั่น แหวกแนวด้วยการให้บรรดาภรรยาสู้กันด้วยสมองและประลองกำลัง ไม่ใช่ตบตีกลางตลาดอย่างแต่ก่อน เติมสีสันให้มากขึ้นด้วยบทบู๊ล้างผลาญเข้ากับจังหวะแทงโก้ ทำให้เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์แอ็กชั่นของสตรีไทยเรื่องแรก ที่มาพร้อมความสวยงามของท่วงท่า สรีระ และความเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่บ้านเรายังไม่เคยทำมาก่อน และถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ไม่มีพระเอกอีกด้วย การนำ "สงครามภรรยา" ขึ้นจอภาพยนตร์หนนี้ จึงน่าสนใจตรงที่ว่า จะเรียกคนดูได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะผู้ชมเพศหญิง ที่น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก

    แต่เหตุผลของภาพยนตร์เรื่องนี้ดูจะอ่อนไปหน่อย แค่จำนวนผู้ชายมีน้อยกว่าผู้หญิงครึ่งๆ ถึงกับทำให้ผู้หญิงต้องมาต่อสู้กันเพื่อแย่งผู้ชาย และสังกัดตัวเองแบบเชยๆ ด้วยคำว่า "น้อย" และ "หลวง" เท่ากับเป็นการประกาศโต้งๆ ว่าผู้หญิงเป็นรองผู้ชายอยู่วันยังค่ำ ภาพยนตร์ยังบอกอีกว่าการที่ผู้หญิงจะเป็นภรรยาได้อย่างถูกต้อง ก็ต่อเมื่อมีการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสเท่านั้น แม้จะมีอะไรกันมาก่อนก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นภรรยาหลวงซักหน่อย ผู้หญิงจึงทำอะไรบนความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ นอกจากรอ "ส่วย" จากผู้ชายไปวันๆ

    นอกจากนั้น ภาพยนตร์ยังมองผู้หญิงแบบเดิมว่า อาวุธที่รวดเร็ว ทันใจ และใช้ได้อย่างถนัดสุด เมื่ออาวุธสมัยใหม่หมดประสิทธิภาพ คือ การตบตีกันเอง และท้ายสุดภาพยนตร์ก็ไม่ได้ออกแบบชีวิตร่วมหรือครอบครัวในความหมายใหม่ๆ นอกไปจากการแบ่งเวลากันระหว่างภรรยาหลวงกับภรรยาน้อย อันเป็นชนวนเหตุของสงครามภรรยาที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น ผู้ชายก็สบายไป

    แต่ทั้งหมดที่ว่านี้คงไม่ถูกใส่ใจนัก เพราะอาจถูกพรางด้วยข้อโดดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งฉากการยิงต่อสู้ของภรรยาหลวงและภรรยาน้อย ที่พยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรงด้วยลีลาที่ลงจังหวะแทงโก้ เร้าใจ แข็งแรง ไม่โฉ่งฉ่าง มีอ่อนไหว มีดุดัน เพราะผู้หญิงในยามดุเดือด ก็ดุเดือดได้ แต่ให้อ่อนโยนก็อ่อนจนผู้ชายต้องยอมแพ้ ดูแล้วเหมือนการเต้นรำดี

    ต้องชมการแสดงของเหล่านักแสดงและนางแบบสาวระดับซุปเปอร์โมเดล ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวละครสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น นุสบา ปุณณะกันต์ กับบท จิตตรา
    ที่ฉีกภาพผู้หญิงจ๋าที่เห็นในละคร มาเล่นบทบู๊ด้วยมาดชุดดำ ที่ทำให้เธอดูเท่อย่างที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน หรือ เมทินี กิ่งโพยม ที่ได้บทที่คู่ควรกับภาพลักษณ์ร้อนๆ ของเธอ ทำให้บท มายา สวย สง่า เซ็กซี่ มีมาด ดูซ่อนอันตราย และคนอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกมากมาย ที่ทำให้บรรยากาศในภาพยนตร์น่าสนใจและติดตามขึ้นมาพอสมควร

    สุภาษิตไทยโบราณที่ว่า "เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร" แสดงให้เห็นว่าเรื่องสามีเป็นเรื่องใหญ่สุดแล้วสำหรับผู้หญิง เพราะไม่ใช่เรื่องเจริญพันธุ์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องหน้าตาเรื่องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ประเด็นที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สื่อชัดเจนเลย คือ ถ้าสังคมยังมีภรรยาหลวงและภรรยาน้อยอย่างทุกวันนี้ ก็ต้องมีการยิงกันไปเรื่อยๆ เพราะความขัดแย้งเริ่มมากขึ้น เพราะเมื่อผู้หญิงต้องการจะเป็นหนึ่ง ก็ต้องฆ่าคนที่เป็นที่หนึ่งอยู่ก่อน ถึงจะขึ้นมาเป็นหนึ่งได้

    แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากเพียงใดก็ตาม อย่างหนึ่งที่ต้องไม่ลืม คือ นี่คือภาพยนตร์แอ็กชั่นคอมเมดี้ ที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญอยู่ที่การตอบสนองความบันเทิงทางอารมณ์ของผู้ชม ดูยังไงๆ ก็เป็นคนละโลกกับความเป็นจริงอยู่ดี

  • เมื่อ 18 เม.ย. 48 15:14

    หนังเรื่องนี้ตัวคอนเซปต์หนังนั้นดี เกี่ยวกับ การห้ำหั่นของ First Wive กับ Mistress แต่เสียดายที่ผู้กำกับไม่สามารถทำให้คนดูอินไปกับตัวหนังได้ หนังเปิดเรื่องมาได้ค่อนข้างดี ทำให้เห็นว่า ใครคู่ใคร ทำให้รู้สึกอยากติดตาม แต่หนังกลับดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่าย บรรดาตัวนักแสดง ก็เห็นมีแต่ จิตตรา ที่เด่น นอกนั้นก็เรื่อยๆตามบทของตน แต่จุดด้อยของหนังกลับเป็นฉากแอคชั่น ผู้กำกับพยายามทำแอคชั่นให้โอเวอร์ จนไม่คำนึงถึงความจริง ยิงกันใกล้ๆไม่โดน หลบกระสุนอย่างกับ Matrix ยิ่งฉากนึงเคืองจริงๆ ที่ Wive หลวงคนนึงอยู่ในวงล้อม Wive น้อย ( ไมเมียน้อยยิงกันไม่โดนเลยอ่ะ ) ถ้าตัวหนังทำแอคชั่นให้เหมือนเรื่องอื่นๆ ก็คงจะมันกว่านี้ แล้วเวลาตัวเอกเจอกันก็ใช้การต่อสู้มือเปล่าน่าจะมันไม่หยอก การต่อสู้ของนักแสดงก็ดูแข็งๆ ไม่เหมือนนักแสดงนอกที่เข้าค่ายเก็บตัวฝึกการต่อสู้ก่อนเปิดกล้อง โดยรวมหนังทำออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง ดูได้พอเพลิน น่าเสียดายคอนเซปต์ของหนังจริงๆ

  • เมื่อ 17 เม.ย. 48 15:02

    เดอะเมียแหวกตลาดจริง ประเด็นแปลกจริง อันนี้ต้องยอมรับ แต่ว่าความเหมาะสมของหนังมันไม่มีหรือมีน้อยเกินไปจนไม่รู้ว่าจะฆ่ากันจะเป็นจะตายเพื่ออะไร การเล่าเรื่องยังไม่ดึงดูดคนดูเท่าที่ควร แต่ยังดีที่หนังยังมีความสวยงามจากหน้าตานักแสดง และจากท่าทางการต่อสู้ แม้จะดูคล้ายแมททริกซ์มากก็ตาม

มีทั้งหมด 37 วิจารณ์ หน้าที่ 1 [ก่อนหน้า] 1 2 3 4 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • ภูเก็ต - ฉายพร้อมภาพยนตร์สั้นอีก 2 เรื่องของผู้กำกับ อาทิตย์ อัสสรัตน์ เช่นเดียวกัน นั่นคือ บอย จีเนียส และ เดอะ ไซห์ อ่านต่อ»
  • Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame - นักสืบ ตี๋เหรินเจี๋ย เป็นบุคคลที่มีจริงในประวัติศาสตร์ เขาเป็นที่รู้จักหลังจาก โรเบิร์ต แวน กูลิก นักการทูตที่ประจำอยู่ในจีนและญี่ปุ่น นำชีวิตของเขามาเขียนเป็นนวนิยายอาชญากรรมจำนวน 25 เล่ม เรื่องราวในหนังสือครอบคลุมชีวิตการเป็นผู้พิพากษาของ ตี๋เหรินเจี๋ย ในปี 663-681 ส่วนภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องในช่วง 8-9 ปีหลังจากนวนิยายชุดดังกล่าวจบ นั่นคือช่วงที่ ตี๋เหรินเจี๋ย ซึ่งรับบทโดย หลิวเต๋อหัว กลับไปรับตำแหน่งในพระราชวัง หลังจากถูกจองจำเพราะวิจารณ์การขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดินี บูเช็กเทียน อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Freaks of Nature Freaks of Nature ในโลกที่มนุษย์ แวมไพร์ และ ผีดิบ อยู่ร่วมกันอย่างไม่ค่อยสบายตัวสบายใจ จู่ๆ มนุษย์ต่างดาวก็เดินทางมารุกรานโลกทำให้สามเผ่...อ่านต่อ»