เกร็ดน่ารู้จาก ต้มยำกุ้ง

เกร็ดน่ารู้
  • ทุ่ม-ทับ-จับ-หัก เป็นหัวใจสำคัญของ ท่ามวยช้างทำลายโรง ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นทหารจตุลังคบาท คอยปกปักรักษาคุ้มกันเท้าของช้างศึกของกษัตริย์ทั้ง 4 ข้างไม่ให้ศัตรูเข้ามาทำร้ายได้ โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในศิลปะการต่อสู้แบบรุนแรง ดุดัน และหนักหน่วงตามแบบฉบับแม่ไม้มวยไทยโบราณ
  • ท่ามวยช้างทำลายโรง เป็นแม่ไม้มวยไทยที่ประยุกต์มาจากพฤติกรรมและอิริยาบถของช้างในท่วงท่าต่างๆ ความโดดเด่นของท่ามวยนี้จะอยู่ที่การทุ่ม ทับ จับ หัก ที่เป็นการเข้าทำอันตรายคู่ต่อสู้ในลักษณะประชิดตัวโดยใช้ประโยชน์ของนวอาวุธ หรืออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย อาทิ หมัด ท่อนแขน เข่า หน้าแข้ง ขา เท้า เข้าทำอันตรายคู่ต่อสู้โดยใช้แรงเหวี่ยงและการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นส่วนสำคัญ และอาศัยน้ำหนักของร่างกายในส่วนต่างๆ เสริมสร้างอานุภาพในทำร้ายคู่ต่อสู้ รวมถึงการใช้ไหวพริบและความคล่องตัวในการหลบหลีก หลอกล่อ และหาจังหวะเข้าช่วงชิงและทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ไปในขณะเดียวกันด้วย
  • ต้มยำกุ้ง เป็นการกลับมาทำงานกันครั้งที่ 3 ของ 5 ทหารเสือ สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พนม ยีรัมย์ (โทนี่ จา), หม่ำ จ๊กมก และ พันนา ฤทธิไกร หลังจาก องค์บาก และ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม
  • ด้วยตัวเลขกว่า 300 ล้านบาท ทำให้ ต้มยำกุ้ง กลายเป็นหนังไทยทุนสร้างสูงเรื่องที่ 2 รองจาก สุริโยไท
  • เกือบ 2 ปี คือเวลาที่ถูกใช้ไปในการสร้างภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่นี้ และกว่า 600 ม้วนฟิล์ม ที่ถูกใช้เพื่อบันทึกภาพบอกเล่าเรื่องราวอันอลังการงานสร้างนี้
  • กว่า 80 เปอร์เซนต์ของโลเกชั่นหลักในเรื่องนี้คือ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ด้วยงบประมาณการถ่ายทำในส่วนนี้กว่าร้อยล้านบาท
  • การถ่ายทำที่ซิดนีย์ ต้องทำงานภายใต้กฎหมายของซิดนีย์ ต้องมีทีมงานของซิดนีย์มาทำงานประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ การทำงานมีความแม่นยำมาก มีมาตรฐานสูงขึ้น ถ่ายทำเสร็จเร็ว แต่จะเสียเวลาบนโต๊ะและห้องประชุมมากกว่า
  • เป็นความตั้งใจของทีมงานที่ต้องการถ่ายทำ โอเปร่าเฮ้าส์ และ ฮาร์เบอร์บริดจ์ ที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังมี ดาร์ลิงฮาร์เบอร์ ด้วย
  • เป็นครั้งแรกบนแผ่นฟิล์มที่จะถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก กับฉากช้างไทยเดินบนสะพานฮาร์เบอร์บริดจ์
  • จา - พนม ยีรัมย์ ตอกย้ำความเป็นพระเอกภาพยนตร์แอ็กชั่นอันดับ 1 ด้วยฉากการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง One Long Take ด้วยความยาว 4 นาทีเต็มโดยไม่มีการตัดต่อ ในฉากการต่อสู้กับเหล่าร้ายจากชั้น 1 ยันชั้น 4 ของร้านต้มยำกุ้ง
  • เรือหางยาวพุ่งชนเฮลิคอปเตอร์ อีกหนึ่งฉากที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษของ ต้มยำกุ้ง โดย พันนา ฤทธิไกร ยิ่งใหญ่กว่าฉากตุ๊กตุ๊กไล่ล่าใน องค์บาก
  • ทีมงานลงทุนปิดเมืองสุรินทร์ และบุรีรัมย์ เพื่อเนรมิตฉากงานสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นประเพณีหนึ่งที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ ด้วยจำนวนตัวประกอบเกือบพันคน ที่อลหม่านไปกับการไล่ล่าของช้าง
  • อีกหนึ่งฉากใหญ่ที่ทีมงานทุ่มทุนสร้างและทุ่มเทใจนำเสนอ คือ ฉากวัดไทยในซิดนีย์ ที่ จา พนม จะต้องต่อกรกับคู่ปรับหลักๆ อย่าง ลาทีฟ, จอน ฟู, นาธาน โจนส์ และลูกสมุนอื่นๆ
  • จับตาดูการคิวบู๊และฉากการต่อสู้ระหว่าง แม่ไม้มวยไทย ของ จา พนม กับ K1 ของ นาธาน โจนส์ นักมวยปล้ำ WWA และ UPW ชาวออสเตรเลียเจ้าของฉายา เม็กกะแมน
  • จอห์นนี่ เหงียน ลูกครึ่งอเมริกัน-เวียดนาม นักกีฬาวูซูทีมชาติ 2 สมัย เชี่ยวชาญความสามารถทางศิลปะป้องกันตัวทุกรูปแบบ อาทิ ไอคิโด กังฟู ไต้ชิ ดาบ และหอก ฯลฯ รับบทผู้ดูแลร้านต้มยำกุ้ง คู่ปรับคนสำคัญของ จา พนม
  • ครั้งแรกที่คนไทยจะได้ฟังเสียงซาวน์แทร็กภาษาอังกฤษอย่างเต็มพิกัด พร้อมคำบรรยายไทยของ หม่ำ จ๊กมก ในบท จ่ามาร์ค ตำรวจไทยในออสเตรเลีย อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
  • ริค ตำรวจหนุ่มคู่หูของหม่ำ รับบทโดย เดวิท อัศวนนท์ วีเจหนุ่มหลานชายของ อมรา อัศวนนท์ นักแสดงหญิงแถวหน้าของไทย
  • ต้มยำกุ้ง เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเสียงตอบรับจากชาวต่างชาติ และขายได้ในตลาดโลก ตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง
  • เปิดตัววันแรก (วันพฤหัส) สูงสุด 19.7 ล้านบาท ทำลายสถิติของ The Matrix: Reloaded ที่เปิดตัววันแรกด้วยรายได้ 14.2 ล้านบาท
  • ทำรายได้ในวันศุกร์สูงสุด 31.4 ล้านบาท ทำลายสถิติ 21.2 ล้านบาทของ Lord of the Rings: The Return of the King
  • ทำรายได้ในวันเดียวสูงสุด 31.4 ล้านบาท ทำลายสถิติเดิม 26.4 ล้านบาทของ Harry Potter and the Prisoner of Azkaban
  • ทำรายได้เปิดตัว 4 วันแรกสูงสุด 98.6 ล้านบาท โค่นสถิติ 81.1 ล้านบาทของ Spider-man 2

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Nader and Simin: a Separation - เป็นภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หมีทองคำ และได้รับรางวัล หมีเงิน สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมและนักแสดงชายยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ครั้งที่ 61 อ่านต่อ»
  • เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ - ผู้กำกับ เมษ ธราธร ใช้เวลาเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเวลา 10 เดือน อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

This Beautiful Fantastic This Beautiful Fantastic โลกสุดแสนอัศจรรย์ของ เบลล่า (เจสสิกา บราวน์ ฟินด์เลย์) หญิงสาวโลกสดใสที่แพ้ทั้งดอกไม้และสิ่งมีชีวิต ผู้มีความฝันอยากเป็...อ่านต่อ»