วิจารณ์ เพลงสุดท้าย
-
benz14
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 13 ก.ย. 55 15:28
เพลงสุดท้าย เป็นภาพยนตร์ไทย จากนิยายของ วรรณิศา กำกับโดย พิศาล อัครเศรณี เข้าฉายเมื่อ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 ที่มีสาวประเภทสอง "สมหญิง ดาวราย" นางโชว์ ดาวเด่นชื่อดังจากทิฟฟานีโชว์ พัทยา ร่วมแสดงนำ พร้อม บิณฑ์ บันลือฤทธิ์, วรรณิศา ศรีวิเชียร, จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา, ชลิต เฟื่องอารมย์, เหี่ยวฟ้า และทำขึ้นฉายอีกครั้ง เข้าฉายเมื่อ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 นำแสดงโดย อารยา อริยะวัฒนา, วชรกรณ์ ไวยศิลป์, นิรุตต์ ศิริจรรยา, สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตต์, เจริญพร อ่อนละม้าย, เหี่ยวฟ้า
เป็นเรื่องราวของ สาวประเภทสอง ที่ผิดหวังในความรักจากชายหนุ่ม และเธอได้เลือกที่จะจบชีวิตลงบนเวทีที่ทำให้เธอเกิดในโลกของการแสดง ในบทเพลงสุดท้ายของชีวิตเธอ คงไม่ต้องบรรยายมากสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ว่าโด่งดังแค่ไหน มีการนำมาทำซ้ำอีกครั้ง โดยมี แอม อารยา ร่วมแสดงนำในบทสมหญิง ดาวราย
ภาพยนต์เรื่องนี้มีความขัดแย้งเพื่อเป็นการดึงดูด
และเป็นการเสริมทำให้เรื่องราวของภาพยนตร์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นโดยมีการขัดแย้งกันระหว่าง พ่อและลูก โดยที่พ่อมีลูกเป็นสาวประเภทสองซึ่งพ่อไม่เคยชอบในตัวลูกแม้แต่นิดเดียว พ่อหวังอยากจะให้ลูกคนนี้เป็นผู้ชายมาตลอด และความขัดแย้งระหว่าง ตัวเอก กับ น้องสาว น้องสาวได้แย่งแฟนของพี่สาวไปนับได้ว่าในเรื่องนี้มีหลายมุมให้เราได้คิดและวิเคราะห์ อยู่มากมายพอสมควร
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่สอนให้อย่ากลัวกับอนาคตให้ตั้งใจเดินหามัน แล้วเราจะประสบความสำเร็จ
หรือความกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดทำให้เราไม่กล้าที่จะเรียนรู้ หรือการผลักดันตัวเองให้มีความฝันที่เป็นจริง
แม้ว่าคนอื่นจะไม่ยอมรับ แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำ
แก่นเรื่องและใจความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การคิดและคำพูดที่แอบแฝงอยู่ในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของแม่ที่พูดว่า " ไม่ว่าลูกจะเกิดมาเป็นเพศไหน แม่ขอให้ลูกเป็นคนดีก็พอแล้ว"
ซึ่งเป็นคติที่ทำให้สมหญิงตั้งใจที่จะเป็นคนดีหาเงินเลี้ยงพ่อและแม่ จนทำให้สมหญิง เป็น ดาวเด่น (ตัวแสดงหลัก) ของโรงละครทิฟฟานี่ และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองพัทยา
ฉากเป็นองค์ประกอบหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งบ่งบอก
เอกลักษณ์อยู่แล้วว่าเมืองพัทยา ก็ต้องมีโรงละครทิฟฟานี่โชว์ และ ชายหาดของพัทยามาเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบทละคร ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง บรรยากาศ ในโรงละครทิฟฟานี่ ผู้คนที่ชายหาด
ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนชีวิตของเหล่าสาวประเภทสอง
ได้เยอะมากมายเลยทีเดียว เพราะฉากแต่ละฉากนั้นมีการนำเรื่องราวของเหล่าสาวประเภทสองไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หรือที่อยู่อาศัย โดยถ่ายทอดอารมณ์และความเป็นอยู่ได้ดีเลยทีเดียว
สัญลักษณ์หรือเอกลักษณ์พิเศษของเรื่องนี้นั้นมีความหมายแอบแฝงอยู่ โดยในเรื่องนี้ตัวละคร จะมีฉากที่ต้อง โชว์คาบาเล่และต้องใส่ชุดโชว์คาบาเล่บ่อยมาก
เพื่อบ่งบอกถึง เรื่องราวและการทำงานที่เกี่ยวกับชีวิตของสาวประเภทสอง
ภาพยนตร์ดราม่าเรื่องนี้นับได้ว่าใส่ใจทุกลายละเอียดของโรงละครทิฟฟานี่มากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงสี น้ำพุในตัวของโรงละครและการเต้นของผู้ร่วมฉาก
ทำได้สุดยอดจริง เป๊ะทุกกระบวนการเต้น
มุมและวิธีการตัดต่อ ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นที่
การตัด ตัวห้องโถงของโรงละครทิฟฟานี่ และ การเน้นบรรยากาศโดยรอบของชายหาดพัทยา
ความแปลกของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการนำเสนอตัวละครที่เป็นสาวประเภทเป็นตัวเอก ซึ่งหาได้ยากที่หนังใหม่ๆจะมีการสร้าง ให้สาวประเภทสองเป็นตัวเอก
ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวสาวประเภทสองได้ดีมาก พูดถึงเรื่องความสนุก ความทุกข์ ของสาวประเภทสอง
ชายจริงหญิงแท้อาจจะไม่รู้สึกอยากที่จะดูเรื่องนี้เลย แต่ถ้าสำหรับสาวประเภทสองทุกๆคนโดยส่วนรวมเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ ค่อนค้ายคล้ายกับชีวิตจริงของสาวประเภทสองมาก จึงทำให้สาวประเภทสองที่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ถึงกับ พลาดไปได้เลยทีเดียว -
Brutala+Psycho
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 21 มี.ค. 50 16:33
ซึ้งสุดๆตราบตรึงมาก เพศที่สามที่รักผู้อื่นด้วยความใสสะอาด รักใครก็รักหมดใจทุ่มทุกอย่างให้แต่ว่า รักของพวกเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก
หนังเรื่องนี้สะท้อนคนที่มีจิตใจของกระเทยอย่างเราออกมาได้ดีมาก หนังซึ้งจนร้องไห้เลยดีสุดๆๆๆ -
mamiriny
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 21 มี.ค. 50 16:29
- หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากๆหนังนึง ซึ่งทุกคนควรจะได้ดู -
- เพราะหนังที่ทำออกมาไม่ได้มีแค่เนื้อเรื่องที่เยี่ยมยอดอย่างเดียว แต่ภาพประกอบแสงสีการทำฉากต่างๆ ออกมาได้เยี่ยมมาก ภาพสวยมากโดยเฉพาะตอนที่อยู่บนเวทีการแสดง การแสดงของพี่แอมก็สุดยอดมากๆ ตอนแรกเราดูผ่านๆ เราก็นึกว่าคงเป็นหนังไทยแบบตลกไร้สาระ แต่เรามาสะดุดกับพี่แอม ตอกแรกเราไม่รู้ว่าพี่เค้าเป็นสายประเภทสอง เราดูในหนังเรานึกว่าพี่เค้าเป็นผู้หญิง ดูๆไปถึงจะรู้ว่าอ้าว พี่เค้าเป็นสาวประเภทสอง เพราะพี่เค้าสวยน่ะ เราคิดว่าพี่เค้าสวยมากๆ ตอนที่พี่เค้าแสดงบทร้องไห้อ่ะ พี่เค้าแสดงทำเอาเราอินเข้าไปกับหนังเลย สุดยอดมากๆค่ะหนังเรื่องนี้ ไม่เหมือนหนังไทยอื่นๆที่ทำมา ผู้กำกับเค้าเก่าแต่เก๋าจิงค่ะ! - -
nicke
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 5 ธ.ค. 49 10:15
เป็นหนังที่ดีมากที่บ้านดูกันตั้งหลายรอบ และที่สำคัญที่บ้านมีพี่เป็นกะเทยด้วยเลยเห็นใจสาวประเภทสองมากๆ
-
ส้มแฟนตั้มค่ะเด็กราชมงคลพระนครใต้
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 3 ธ.ค. 49 18:32
ดูเมื่อวานร้องไห้เลยค่ะ..ไม่อายค่ะ..แฟนล้อด้วย....และรู้สึกถึงความเจ็บปวดจริงจังก็คราวดูเรื่องนี้แหละค่ะ...โดนค่ะ...สะอึกกับคำว่า...ถูกสาป...
-
สมใจ
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 2 ต.ค. 49 20:25
ดิฉันก็เป็นบุคคลหนึ่งที่เป็นเพศที่สามค่ะ ตอนแรกที่ดิฉันได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนที่ยังเป็น ฉบับเก่าอยู่นะค่ะ(หาดู)รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดได้เลย และเมื่อครั้งหนึ่ง ดิฉันได้ขึ้นประกวด นางฟ้าจำแลงที่ 304 ปราจีน ดิฉันก็ได้มีโอกาศที่ได้พบ พี่แอม ซึ่งวันนั้น พี่เขามาเป็นกรรมการตัดสิน และพี่เขาก็ได้โปรโมทหนังเรื่องนี้ ว่าพี่เขาเป็นคนแสดง มันทำให้ ดิฉันติดตามข้อมูลหนังเรื่องนี้มาโดยตลอด จนกระทั่ง ได้ชม ดิฉันรู้สึกได้ถึงความสมจริงในการแสดง ชอบมากค่ะ (อยากให้เอามาทำเป็นละคร ทีวี ด้วยซ้ำค่ะ)
-
น่ารัก
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 28 ก.ย. 49 15:25
หนังทำออกมาได้ดีมาก ดิฉันชอบเพลงสุดท้ายมากเลยคะ รู้สึกถึงความรักที่จริงใจระหว่างสมหญิงกับบุญเติม ดิฉันซาบซึ้งมากค่ะกับภาพยนต์เรื่องนี้ ดีมาก ๆ เลยซื้อมาดูกันนะคะ
-
สาวมั่น (สุพรรณบุรี)
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 26 ก.ย. 49 11:00
เป็นหนังที่ดูแล้วสนุกมากค่ะ พี่สมหญิงในเรื่องก็สวย บุญเติมก็หล่อ เป็นหนังที่เน้นเนื้อหาชีวิตจริง ๆ ค่ะ ตอนสุดท้ายกั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริง ๆ ทำให้รู้สึกเสียใจมากค่ะ ดูกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ
-
โดราเอม่อน
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 25 ก.ย. 49 20:44
คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น ชอบม๊ากมากเลย ยิ่งตอนสุดท้ายนะทำให้หนูกั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีม๊ากมาก เพราะสื่อออกมาได้ดีตรงกับชีวิตของประเภทที่ 3 มาก ยิ่งคำว่า "ถ้าหนูเลือกเกิดได้ หนูไม่เลือกเกิดมาหรอก แต่นี่หนูเลือกเกิดไม่ได้ หนูไม่ได้อยากเกิดมาเป็นกระเทยแบบนี้ " อันตอนทะเลาะกับพ่อ น่าสงสารม๊ากมากเลย อยากให้ลองติดตามดูแล้วจะรู้เรื่องนี้ตรงกับประเภทที่ 3 ม๊ากมากเลย หนูซื้อแผ่นมาดูเลยนะเนี่ยดูตั้ง 2-3 รอบไม่เบื่อเลย
-
กี้
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 24 ก.ย. 49 14:47
ตอนสุดท้ายอินมาก ที่ สมหญิงแสดงลิปซิ้งอ่ะ แสดงดีมากๆ
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
วันนี้ในอดีต
The Fast and the Furious: Tokyo Driftเข้าฉายปี 2006
แสดง Lucas Black, Brian Tee, Sung Kang
Batman Beginsเข้าฉายปี 2005
แสดง Christian Bale, Michael Caine, Liam Neeson
เพลงสุดท้ายเข้าฉายปี 2006
แสดง อารยา อริยะวัฒนา, วชรกรณ์ ไวยศิลป์, นิรุตติ์ ศิริจรรยา
เกร็ดภาพยนตร์
- Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
- The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
The Desperate Hour
เรื่องราวเริ่มต้นในเช้าวันธรรมดาของ เอมี คาร์ (นาโอมิ วัตส์) หลังจากที่เธอออกไปวิ่งจ็อกกิ้งในป่า ระหว่างทางเอมีได้รับแจ...อ่านต่อ»