วิจารณ์ No Country for Old Men

วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 26 ต.ค. 55 13:39

    เหนือคำบรรยาย

    ผมชอบดูหนังที่ทำให้ผมดูไม่รู้เรื่อง ผมชอบดูหนังอาร์ตประเภทที่ว่าคิดหลายๆตลบ อย่างปีก่อนที่ถูกใจมากก็มี The Tree of Life กับ Melancholia ที่ต้องปีนกระไดดูเลยทีเดียว แต่ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าหนังออสการ์ของปี 2007 จะต้องปีนกระไดดูเช่นเดียวกัน

    ก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยถูกโรคกับหนังของสองพี่น้อง Coen มากนัก เพราะมันดูยากนี่แหละ และบ่อยครั้งที่ทำให้ผมหลับก่อนที่หนังจะจบ ยอมรับว่ากว่าจะดู No Country for Old Men จบนี้ก็ใช้เวลานานพอสมควร

    อะไรที่ทำให้หนังได้รางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซ้ำยังส่งผลให้สองพี่น้อง Coen ได้รางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยม

    ผมคงไม่บอกว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง เพราะถ้าพูดกันถึงเส้นเรื่องหลัก หนังไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไร แต่เพราะความเป็นธรรมชาติที่หนังค่อยๆไล่อารมณ์คนดูนั้น ช่างทรงพลังและหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนนาที ที่หนังเดินหน้า

    หนังเล่าเรื่องราวช้าๆเรื่อยๆไม่เร่งรีบคนดู และหนังมักจะแฝงอะไรบางอย่างเอาไว้ใรฉากที่สุดแสนจะธรรมดา ประมาณว่าถ้าไม่จับสังเกตก็จะพลาดประเด็นไป เช่นการลำดับเรื่องราว หนังจะลำดับเรื่องราวของโจรโรคจิต Anton Chigurh ไว้แรกสุดตามด้วยชายโชคร้าย Llewelyn Moss และปิดท้ายด้วยนายอำเภอ Ed Tom Bell ซึ่งก็ตรงกับชื่อหนัง No Country for Old Men ซึ่งนั่นหมายถึงว่าตลอดทั้งเรื่องตัวละคร อย่าง Tom ไม่ได้โคจรมาเจอกับตัวละครอื่นใดเลย ทั้งๆที่ตัวละครตัวนี้คือจุดศูนย์กลาง นายอำเภอที่ผ่านเรื่องต่างๆมากมาย เคยจับตัวคนร้าย เข้าใจความคิดของโจรร้าย ในวันนี้เขาเป็นเพียงชายชราในเครื่องแบบที่ไม่สามารถไล่ตามอะไรได้ ต่างกับการไล่ล่าของโจรร้ายโรคจิต และชายหนุ่มที่ดูจะตื่นเต้น รวดเร็ว เราจะเห็นได้ว่านายอำเภอนั้นจะตามหลังอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ มีฉากหนึ่งซึ่งย้ำถึงความชัดเจนคือ ผู้ช่วยนายอำเภอพูดซ้ำๆว่า "เรามาช้าไป"

    ที่เหนือสิ่งอื่นใดคือฉากจบ หลายคนอาจสงสัยและกังขาว่าเพราะเหตุใด อันใด จึงเป็นเช่นั้น ผู้กำกับถ่ายหนังไม่จบหรืออย่างใด ซึ่งทีแรกผมยอมรับว่า งงมาก และออกจะน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ตนเองดูไม่รู้เรื่อง ก่อนจะมานั่งทบทวนลำดับเหตุการณ์ในหนัง ผมขอคิดแบบนี้ ** สปอย

    1.Llewelyn Moss ตายเพราะความดี จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่คนดีมากมายอะไร(ก็ขโมยเงินมานี่) แต่การที่เขาเอาน้ำไปให้ชายบาดเจ็บเพื่อเป็นการตอบแทนบางสิ่ง เงินที่เขาคิดว่าอาจช่วยให้ทั้งภรรยาและเขามีความสุขกลับกลายเป็นด้ามสองคมที่ทำให้เค้าต้องพบเจอกับสิ่งที่เลวร้าย และแลกมาด้วยชีวิต

    2.อดีตของ Ed Tom Bell นั้นคงต้องรุ่งเรืองมากแน่ๆสังเกตจากบทสนทนาที่เค้าพูดถึงวันวาน และในปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนไป เค้าเองก็ชราลงทุกสิ่งแตกต่างออกไป การไล่ล่าตามตัวคนร้ายของเขานั้นช่างไร้ผล เพราะเขาไปช้าเพียงแค่ไม่กี่นาทีและนั้นทำให้ชีวิตของ Llewelyn Moss นั้นต้องจบลง

    3.หากจะว่าตามอุดมคติแล้วตัวร้ายควรได้รับผลลัพธ์ตอบแทนที่สามสมแต่นั่นไม่ใช่กับหนังเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากเหตุการณ์รถชนเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร Anton Chigurh ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เมื่อมองย้อนดูตัวละครนายอำเภอคือตัวละครที่ขับเคลื่อนหนังทั้งเรื่องเมื่อเขาปลดเกษียณทุกสิ่งที่เกี่ยวกับคดี ก็จบลง เขาไม่รับรู้ใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับคดีนี้

    4.ตอนจบของหนังเรื่องนี้ เป็นอีกหนึ่งฉากจบที่ผมชอบมากที่สุดรื่องหนึ่งเลยทีเดียว หนังจบโดยให้ตัวละคร Ed Tom Bell เล่าเรื่องความฝันให้ภรรยาฟัง เดิมทีผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันแฝงอะไรเอาไว้ แต่เมื่อจับใจความดูแล้ว พ่อในความฝันของเขาน่าจะหมายถึงบุคคลต้นแบบ พ่อที่เขาเคารพนับถือ เขาคงอยากจะเป็นให้ได้เหมือนอย่างนั้น ซึ่งหนังก็ทิ้งให้คนดูคิดต่อว่า ตกลงแล้ว ตัวละครตัวนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป เมื่อไม่มีพื้นที่เหลือให้คนชราที่ไฟใกล้มอดเช่นเค้าอีกต่อไป

    หากผมเข้าใจผิดยังไงก็ขออภัยด้วย แต่จะว่าไปแล้ว หนังเปิดกว้างเช่นนี้ ไม่มความคิดใดที่ถูกต้องที่สุดหรอก คงมีแต่ตัวผู้กำกับเท่านั้นที่รู้ว่า เขาต้องการส่งสารใดให้แก่คนดู


    10/10

    *สมควรแล้วกับรางวัลออสการ์ที่ได้รับ ยอดเยี่ยมจริงๆ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 10 ต.ค. 53 14:11

    ดูแผ่น ครับ
    ก็เหี้ยมดี ครับ ดุสนุก ดีครับ ชอบ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 3 ม.ค. 53 11:23

    คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น โดยรวมสนุกดี และลุ้นระทึกดีครับ แต่งงตอนจบ รู้สึกมันครึ่งๆ กลางๆ แฮะ ไม่รู้ว่าผู้ร้ายจะเป็นยังไงต่อ

  • เมื่อ 23 พ.ย. 51 18:31

    สนุก ตื่นเต้นครับ ฉากก็ทำได้ดีที่เดียว หนังเรื่องเนี่ยสุดยอดครับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 30 มิ.ย. 51 20:36

    โรคจิตดี ชอบๆ

  • เมื่อ 27 มี.ค. 51 14:28

    เป็นหนังที่น่าดูเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แต่หนังทำออกมาจะงงสักหน่อยในตอนจบ ผมดูแล้วยังงงเลย ส่วนฆาตกรโรคจิตทำได้โรคจิตมาก โผล่มาทีนี่คิดว่าต้องมีคนตายแน่ๆ

  • เมื่อ 4 มี.ค. 51 19:11

    หนังดูกดดันและน่าติดตามไปทั้งเรื่องเลย ดาราแสดงได้ดีมาก โดยเฉพาะ Javier Bardem ในบทฆาตกรโรคจิต ที่เพียงแค่เห็นหน้าก็เสียวแล้ว เหมาะสมแล้วที่ได้ Oscar
    หนังอาจจะมีช่วงอืดๆบ้าง แต่เป็นเพราะหนังต้องการจะสื่อบางอย่างให้เราดู ซึ่งถ้าไม่ใช่คอหนังและตั้งใจดูจริงก็อาจจะรู้สึกเบื่อไปเลยก็ได้ แม้กระทั่งตัวผมเองก็ยังต้องมาตั้งคำถามว่า หนังต้องการสื่ออะไรกันแน่เกี่ยวกับความรุนแรง ถ้าให้ตีความก็คิดว่า
    ความรุนแรงมันมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันเปลี่ยนไปเฉพาะรูปแบบและเหตุผล
    ปัญหาก็คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหนังนั้นนอกจากจะเป็นรูปแบบที่รุนแรงเกินคนธรรมดาจะรับได้
    เหตุผลมันก็ยังคุมเครือ เพราะฆาตกรโรคจิต ทำไมต้องการเงินอย่างนั้น ทำไมต้องการฆ่าอย่างรุนแรงขนาดนั้น ไม่มีเหตุผลใดๆมารองรับนอกจากความ...โรคจิต ซึ่งความรุนแรงแบบนี้มันคงยากเกินกว่าที่นายอำเภอแก่ๆคนหนึ่งจะรับไหว
    หนังถึงได้ตั้งชื่อว่า No Country for Old Men
    โดยส่วนตัวแล้วชอบมากทีเดียว ให้ 9/10

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 2 มี.ค. 51 23:44

    ุถึงบางตอนจะเข้าใจอะไรยากไปหน่อยแต่ให้ 10 เต็ม ชอบตัวร้ายอะโหดดี

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 29 ก.พ. 51 20:41

    โดนใจอย่างแรง ตัวโกงพูดน้อยแต่ท่าทางการแสดงสุดยอด ส่วนนายอำเภอก็โอ้แม่เจ้าเป็นดีวีดีเมื่อไร เตรียมเงินซื้อเลย

  • เมื่อ 26 ก.พ. 51 19:50

    เป็นหนังที่ดีมากๆ ครับ การที่นายอำเภอเบลล์ มองว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว นายอำเภอแก่ๆอย่างเค้าคงไม่สามารถไล่ทันไปต่อกรกับคนร้ายสมัยปัจจุบันได้ทั้งๆที่ตัวเค้าคาดเดาเหตุการณ์ได้ถูกต้องตลอด ตัวพ่อของเค้าเป็นคนให้คำตอบของหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุด คนที่จะไปดูก็ขอแนะนำให้ตั้งใจฟังคำพูดของพ่อนายอำเภอก่อนหนังจบดีๆครับ เพราะจะทำให้เข้าใจว่าหนังต้องการสื่ออะไรให้คนดู ขอชมเชยคนเขียนบทกับผู้เล่นทุกคนที่ถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ดีเหลือเกินครับ...ต้องไปดูครับ

มีทั้งหมด 15 วิจารณ์ หน้าที่ 1 [ก่อนหน้า] 1 2 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • ส.ค.ส. สวีทตี้ - โก๊ะตี๋ อารามบอย บอกกับ ยอร์ช - ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้กำกับของเรื่องนี้ว่าถ้าตนเองจะมีนางเอก ขอให้คนนั้นเป็น สายป่าน - อภิญญา สกุลเจริญสุข ทั้งสองคนจึงได้ร่วมงานในภาพยนตร์ซึ่งกำกับโดย ยอร์ช อีกครั้ง นับจากเรื่อง 32 ธันวา เมื่อปี พ.ศ. 2552 อ่านต่อ»
  • The Darkest Hour - เดิมทีผู้สร้างตั้งใจถ่ายทำเรื่องนี้ในแบบ 2 มิติ แต่หลังจากภาพยนตร์ Avatar (2009) เข้าฉาย ผู้สร้างก็ได้เปลี่ยนการตัดสินใจเป็นถ่ายทำด้วยรูปแบบ 3 มิติ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Bad Moms Bad Moms ปลดปล่อยความซ่าส์ฉบับตัวแม่ผ่านเรื่องราวของ เอมี (มิลา คูนิส) คุณแม่ลูกสองที่ทำทุกสิ่งให้ลูกของเธอเป็นเด็กที่สมบูรณ์แบบ...อ่านต่อ»