เกร็ดน่ารู้จาก องค์บาก 2

เกร็ดน่ารู้
  • เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของ จา - พนม ยีรัมย์ ที่รับบทเป็น เทียน ตัวเอกของเรื่องด้วย
  • ผู้ออกแบบฉากต่อสู้ คือ จา - พนม ยีรัมย์ ผู้กำกับและผู้รับบทเป็น เทียน ร่วมกับผู้กำกับ พันนา ฤทธิไกร ซึ่งรวมถึงฉากต่อสู้บนหลังช้าง และฉากต่อสู้บนแพไม้กลางน้ำด้วย
  • เอก เอี่ยมชื่น รับหน้าที่ทั้งเขียนบทและออกแบบงานสร้างในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาออกแบบงานต่างๆ โดยอ้างอิงจากสถาปัตยกรรมของเขมรในอดีต
  • มีการปรับแก้บทภาพยนตร์เป็นจำนวนมากถึง 17-18 ร่าง
  • นอกจากแม่ไม้มวยไทยแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีฉากต่อสู้ที่ใช้อาวุธต่างๆ เช่น ดาบ กระบี่กระบอง ง้าว เป็นต้น ส่วนรูปแบบการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในเรื่อง คือ นาฏยุทธ ซึ่งเป็นการต่อสู้ผสมผสานลีลาโขน
  • รูปแบบการต่อสู้ที่นำเสนอในภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากแนวคิดของ จา - พนม ยีรัมย์ และ พันนา ฤทธิไกร ซึ่งรวบรวมศิลปะการต่อสู้ของแต่ละประเทศทั้งแบบมือเปล่าและแบบใช้อาวุธเข้าไว้ด้วยกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ
  • จา - พนม ยีรัมย์ ผู้กำกับและผู้รับบทเป็น เทียน ศึกษาศิลปะการต่อสู้เพิ่มเติมหลายแขนง เพื่อออกแบบการต่อสู้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทยโบราณ มวยไทยไชยา มวยไทยโคราช มวยไทยลพบุรี กังฟู นินจุตสึ (วิชานินจาของญี่ปุ่น) และไทยฟูโด (ศิลปะผสมผสานระหว่างไอคิโด กังฟู ยูโด และมวยไทย)
  • ระหว่างเตรียมงานภาพยนตร์เรื่องนี้ จา - พนม ยีรัมย์ ได้เรียนการแสดงเพิ่มเติมจาก ครูแอ๋ว - อรชุมา ยุทธวงศ์
  • ครูสอนการแสดง แอ๋ว - อรชุมา ยุทธวงศ์ แนะนำให้ จา - พนม ยีรัมย์ รู้จักกับ ครูเชษฐ์ - พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโขน และ จา ยังได้รู้จาก เสอำนาจ ครูมวยโคราชว่า มวยและการรำกระบี่กระบองมีที่มามาจากโขน จา จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยการไปชมภาพสลักตามโบราณสถานต่างๆ และเกิดความคิดที่จะนำโขนมาประยุกต์เป็นท่าต่อสู้นาฏยุทธในที่สุด
  • จา - พนม ยีรัมย์ ผู้กำกับและผู้รับบท เทียน อธิบายว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนกับหยินหยางที่มีทั้งขาวและดำ คือมีองค์บาก (อันหมายถึงบากในใจของตัวละคร เทียน) ทั้งหมด 2 องค์ องค์แรกเป็นองค์ดำ หมายถึงเทียนได้เดินไปตามเส้นทางของกิเลส ความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งทำให้เขาได้เรียนรู้การต่อสู้ทุกแบบ ส่วนองค์ที่ 2 เป็นองค์ขาว คือเทียนได้พัฒนาจิตใจจนพบสัจธรรม
  • เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคที่มีบรรยากาศแบบวัฒนธรรมขอม ขณะที่ภาพยนตร์ไทยย้อนยุคส่วนใหญ่มีบรรยากาศแบบอยุธยา
  • ฉากแหล่งชุมโจรผาปีกครุฑ ถ่ายทำที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และน้ำตกศิริพบ จังหวัดสระบุรี นอกจากนี้ ผู้สร้างยังปรับแต่งป่ารกในจังหวัดเลย ที่มีภูเขาล้อมรอบ 4 ทิศ ให้กลายเป็นฉากชุมโจร สถานที่นี้มองเห็นเมฆหมอกสวยงามคล้ายทิวทัศน์ในประเทศจีน
  • ฉากที่ เทียน ซึ่งรับบทโดย จา - พนม ยีรัมย์ พบกับโขลงช้างป่า 30-40 เชือก ถ่ายทำที่จังหวัดสุรินทร์
  • วนอุทยานเทือกเขาพนมเบญจาในภาคใต้ ซึ่งมีน้ำตกสูงที่มีน้ำใสสวยงาม เป็นสถานที่ที่ผู้สร้างใช้ถ่ายทำฉากอาศรมที่ตัวละคร เทียน ซึ่งรับบทโดย จา - พนม ยีรัมย์ ใช้เป็นที่ฝึกสมาธิและร่ายรำ
  • ฉากต่อสู้ฉากสำคัญถ่ายทำที่ลานช้างพระราชวังหลวง จังหวัดระยอง นอกจากนี้ ผู้สร้างยังสร้างฉากพระราชวังที่มีงานสร้างจำพวกหินสลักขึ้นในจังหวัดระยองด้วย โดยสร้างเป็นพื้นที่ยกระดับ 2 ชั้นที่เน้นความแข็งแรง เนื่องจากต้องรองรับนักแสดงจำนวนเป็นร้อยๆ คน สุดท้ายแล้วฉากนี้ก็ต้องถูกเผาทำลายทิ้งตามบท
  • ถ่ายทำฉากปล้นแพกันที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นป่าและมีลำธารยาว
  • มีฉากปล้นทั้งหมด 3 ฉากใหญ่ๆ ซึ่งแต่ละฉากจะใช้กลยุทธแตกต่างกัน ได้แก่ ฉากปล้นแพ ใช้กลยุทธคนผีหลอน เช่น โผล่มาจากน้ำหรือจากเถาวัลย์ให้ตกใจ ส่วนฉากปล้นกองเกวียนซึ่งเป็นแถวยาว ใช้กลยุทธเขื่อนกำบัง ซุ่มโจมตี และโผล่ออกมาจากรังไข่มดแดงใหญ่ๆ สุดท้ายคือฉากปล้นกระโจมที่ดูลึกลับ ใช้กลยุทธ์ภัยรอบด้าน เช่น งูหรือตะขาบ
  • มีข่าวว่าการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้หยุดชะงักไประยะหนึ่ง เนื่องจาก จา - พนม ยีรัมย์ ผู้กำกับและผู้รับบท เทียน หายตัวไปโดยไม่ได้บอกกล่าวเป็นเวลาราว 3 เดือน ก่อนจะกลับมาถ่ายทำต่อจนเสร็จ แต่รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายกระแสและไม่เป็นที่แน่ชัด
  • เรื่องนี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของพระพระพุทธรูปหน้าบากใน องค์บาก ภาคแรก
  • ขณะที่ องค์บาก 1 เล่าเรื่องราวในยุคปัจจุบัน องค์บาก 2 เล่าเรื่องราวย้อนยุคกลับไปกว่า 200-300 ปี ซึ่งเป็นยุคก่อนยุคอยุธยา ที่มีชนชาติต่างๆ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากมาย ในเรื่องจึงเต็มไปด้วยวัฒนธรรมจากเขมร ผสมผสานกับหลากหลายประเทศ ทั้งอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และประเทศตะวันตก
  • เดี่ยว - ชูพงษ์ ช่างปรุง ที่ต้องประมือกับ จา - พนม ยีรัมย์ ผู้กำกับและผู้รับบท เทียน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เคยเป็นศิษย์ของผู้กำกับ พันนา ฤทธิไกร เรียนวิชาการต่อสู้และกระบี่กระบองที่วิทยาลัยพละศึกษา จังหวัดมหาสารคาม เช่นเดียวกับ จา ทำให้ทั้งคู่แสดงฉากต่อสู้ได้เข้าขากัน และไม่เกรงใจอีกฝ่ายมากจนเกินไป

วันนี้ในอดีต

  • เฉิ่มเฉิ่มเข้าฉายปี 2005 แสดง เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, วรนุช วงษ์สวรรค์, ศิวะ แตรสังข์
  • A Lot Like LoveA Lot Like Loveเข้าฉายปี 2005 แสดง Ashton Kutcher, Amanda Peet, Kathryn Hahn
  • PriestPriestเข้าฉายปี 2011 แสดง Paul Bettany, Maggie Q, Cam Gigandet

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Detective Chinatown 3 Detective Chinatown 3 เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมครั้งใหญ่ในนครโตเกียว คู่หูนักสืบชื่อกระฉ่อน ถังเหริน (หวังเป่าเฉียง) และ ฉินเฟิง (หลิวเฮ่าหรัน) ...อ่านต่อ»