เกร็ดน่ารู้จาก Race to Witch Mountain

เกร็ดน่ารู้
  • เรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน และ ดเวย์น จอห์นสัน ผู้รับบทเป็น แจ็ก ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง หลังจาก แอนดี ได้กำกับ ดเวย์น ในภาพยนตร์เรื่อง The Game Plan (2007) แอนดี เปิดเผยว่าเขาเลือก ดเวย์น เพราะเขาต้องการให้ แจ็ก เป็นคนตัวใหญ่บึกบึน และเพราะพวกเขาทำงานเข้าขากันได้ดี
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการนำภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ของ วอลท์ ดิสนีย์ ที่โด่งดังในยุค 70 มาสร้างใหม่ นั่นคือเรื่อง Escape to Witch Mountain (1975) และภาคต่อ Return from Witch Mountain (1978) โดยผู้ริเริ่มการสร้างคือผู้อำนวยการสร้าง แอนดรูว์ กันน์ ที่เคยนำ Freaky Friday (1976) ภาพยนตร์เก่าอีกเรื่องของ ดิสนีย์ มาสร้างใหม่ในปี 2003
  • เหตุผลที่ตั้งชื่อเรื่องว่า Race to Witch Mountain นอกจากเพื่อให้พ้องกับภาพยนตร์ต้นแบบอย่าง Escape to Witch Mountain (1975) และ Return from Witch Mountain (1978) แล้ว ยังเป็นการเปรียบเทียบว่า การผจญภัยในเรื่องนั้นแล่นเร็วเหมือนจรวด เมื่อผู้ชมได้เริ่มติดตามแล้ว ก็จะไม่ลงจากจรวด หรือไม่เลิกติดตามไปกลางคันจนกว่าจะถึงตอนจบ
  • ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน เกิดที่ รอสเวลล์ นิวเม็กซิโก ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่โด่งดังเรื่องคำเล่าลือว่ามียานอวกาศตกลงมาเมื่อปี 1947 ทำให้ แอนดี เชื่อและชื่นชอบเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาตั้งแต่เด็ก รวมทั้งชื่นชอบ Escape to Witch Mountain (1975) และ Return from Witch Mountain (1978) ที่เป็นต้นแบบของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
  • หลังจากที่ได้เซ็นสัญญารับกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว แอนดี ฟิกแมน ก็ออกแบบฉากต่อสู้เพื่อดึงดูดความสนใจของ ดเวย์น จอห์นสัน ให้มารับบท แจ็ก ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่จริงๆ แล้วการทาบทาม ดเวย์น มาร่วมงานนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ ดเวย์น ชื่นชอบภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Escape to Witch Mountain (1975) และ Return from Witch Mountain (1978) อยู่แล้ว
  • ตัวละคร แจ็ก อดีตนักโทษที่กลับตัวกลับใจมาเป็นคนขับแท็กซี่ ซึ่งรับบทโดย ดเวย์น จอห์นสัน นั้น เป็นตัวละครที่ผู้สร้างชุดนี้แต่งเพิ่มเติมขึ้นมาเอง ไม่ได้มีอยู่ในภาพยนตร์ต้นฉบับ
  • ตัวละครนำของเรื่องซึ่งเป็นพี่น้องมนุษย์ต่างดาวนั้น มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ธรรมดาแต่มีพลังพิเศษ ซารา ที่รับบทโดย แอนนาโซเฟีย รอบบ์ มีพลังเทเลพาธีหรืออ่านใจ และเทเลคิเนซิสหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยจิต ส่วน เซธ ที่รับบทโดย อเล็กซานเดอร์ ลุดวิก สามารถเปลี่ยนแปลงมวลสารในร่างกายได้ เขาจึงสามารถเดินทะลุกำแพง หรือทำให้ร่างกายแข็งเหมือนโลหะได้
  • ตัวละครวัยรุ่นสองพี่น้องที่เป็นตัวเอกของเรื่องในภาคนี้มีชื่อว่า ซารา รับบทโดย แอนนาโซเฟีย รอบบ์ และ เซธ รับบทโดย อเล็กซานเดอร์ ลุดวิก แต่ในภาคต้นฉบับนั้น พวกเขามีชื่อว่า โทนี รับบทโดย ไอก์ ไอเซนมานน์ และ เทีย รับบทโดย คิม ริชาร์ดส์ ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กำหนดให้ ซารา และ เซธ มีทั้งส่วนที่แตกต่างและคล้ายคลึงกับ โทนี และ เทีย
  • แอนนาโซเฟีย รอบบ์ ที่รับบทเป็น ซารา เป็นนักแสดงคนที่สองที่ได้รับเลือกให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ถัดจาก ดเวย์น จอห์นสัน ที่รับบท แจ็ก เนื่องจากผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน ชื่นชอบการแสดงของ แอนนาโซเฟีย ในภาพยนตร์ของ วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส เรื่อง Bridge to Terabithia (2007)
  • ผู้สร้างคัดเลือกนักแสดงชายรุ่นเยาว์หลายสิบคนมารับบท เซธ แต่ก็ไม่ถูกใจใครเป็นพิเศษ จนกระทั่งผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน นึกถึง อเล็กซานเดอร์ ลุดวิก ซึ่งเขารู้จักจากภาพยนตร์ The Seeker: The Dark Is Rising (2007) ที่เขาไปชม เพราะเป็นภาพยนตร์คู่แข่งในสัปดาห์ที่เรื่อง The Game Plan (2007) ของเขาเข้าโรงฉาย จากนั้น แอนดี เรียก อเล็กซานเดอร์ มาทดสอบการแสดง แล้วนักแสดงหนุ่มน้อยคนนี้ก็ได้รับบท เซธ ไปในที่สุด
  • ตัวละคร ด็อกเตอร์ โดนัลด์ ฮาร์แลน ที่รับบทโดย แกร์รี มาร์แชล ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มีความคล้ายคลึงกับตัวละคร เจสัน โอเดย์ ที่รับบทโดย เอ็ดดี อัลเบิร์ต ใน Escape to Witch Mountain (1975) นั่นคือพวกเขาอาศัยอยู่ในรถบ้านวินน์บาโกเหมือนกัน แต่พวกเขาก็มีจุดที่ต่างกัน เช่น สำเนียงการพูด
  • ผู้สร้างให้ตัวละครช่างเครื่องที่รับบทโดย ชีก มาริน มีชื่อว่า เอ็ดดี เพื่อเป็นการแสดงความคารวะต่อ เอ็ดดี อัลเบิร์ต ที่แสดงนำเป็น เจสัน โอเดย์ ใน Escape to Witch Mountain (1975)
  • คิม ริชาร์ดส์ ที่รับบท เทีย และ ไอก์ ไอเซนแมนน์ ที่รับบท โทนี ใน Escape to Witch Mountain (1975) และ Return from Witch Mountain (1978) ได้มาแสดงบทรับเชิญในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย โดย คิม รับบท ทีนา บริกรสาวในเมืองสโตนี ครีก ส่วน ไอก์ รับบท แอนโทนี นายอำเภอของเมืองสโตนี ครีก ซึ่งเป็นเมืองที่ เทีย และ โทนี พยายามจะไปให้ถึงใน Escape to Witch Mountain พวกเขาทั้งคู่ได้ฟื้นความทรงจำด้วยการกลับไปถ่ายทำที่โรงถ่ายของ วอลท์ ดิสนีย์ แห่งเดิมอีกด้วย
  • ตามท้องเรื่องฉากงานชุมนุมของผู้ที่เชื่อหรือชื่นชอบมนุษย์ต่างดาวเกิดขึ้นในลาสเวกัส ประเทศอเมริกา แต่จริงๆ แล้วถ่ายทำกันที่โพโมนา ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา
  • ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน เชิญคนดังจากแวดวงผู้ชื่นชอบเรื่องมนุษย์ต่าวดาวหลายคนมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ด้วย ได้แก่ บิล เบิร์นส์ ผู้ตีพิมพ์นิตยสาร ยูเอฟโอ แม็กกาซีน และพิธีกรรายการโทรทัศน์ UFO Hunters, ด็อกเตอร์ โรเจอร์ แลร์ ผู้เชี่ยวชาญและผู้บรรยายเรื่องการฝังตัวของมนุษย์ต่างดาว, โจโจ เซาคาลอส บรรณาธิการนิตยสาร ลีเจนดารี ไทม์ แม็กกาซีน และนักวิจัยทฤษฎีที่ว่าด้วยการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาว และ วิตลีย์ สไตรเบอร์ นักเขียนและผู้ที่อ้างตัวว่าถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป
  • เนื่องจากผู้สร้างมีความสัมพันธ์อันดีกับ แพลเน็ต ฮอลลีวูด รีสอร์ต แอนด์ คาสิโน พวกเขาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปตกแต่งฉากเพิ่มเติมและถ่ายทำในสถานที่นั้นได้ โดยผู้สร้างจัดฉากร้านค้าขึ้นบนถนน ลาสเวกัส สตริป และเสริมอุปกรณ์ประกอบฉากรวมทั้งจอฉายภาพวิดีโอไว้ภายในคาสิโน นอกจากนี้พวกเขายังได้ถ่ายทำที่ดาวน์ทาวน์ลาสเวกัสอีกด้วย
  • ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่ยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมใน Escape to Witch Mountain (1975) และ Return from Witch Mountain (1978) แต่ใช้โครงเรื่องเดิมแล้วนำมาจินตนาการสานต่อให้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2009
  • เนื่องจาก ดเวย์น จอห์นสัน ที่รับบทเป็นคนขับรถแท็กซี่ แจ็ก ตัวใหญ่มาก จนแม้กระทั่งการเข้าไปนั่งในรถแท็กซี่ก็ยังลำบาก ผู้สร้างจึงพยายามไม่ให้เขาต้องเข้าๆ ออกๆ รถบ่อยๆ
  • ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน ยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับยากอยู่ไม่น้อย เพราะมีฉากผาดโผนมาก เช่น ฉากขับรถไล่ล่า ฉากเฮลิคอปเตอร์ ฉากต่อสู้ใหญ่ๆ และฉากระเบิด นอกจากยังมีภาพเอฟเฟกต์ต่างๆ เช่น พวกสัตว์ประหลาด ขณะเดียวกันก็ต้องเล่าเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดเหตุการณ์บนถนน จึงมีฉากที่ต้องถ่ายทำกลางแจ้งมากมาย
  • แม้จะเป็นภาพยนตร์ที่มีฉากต่อสู้หรือผาดโผนมากมาย แต่ ดเวย์น จอห์นสัน ผู้รับบท แจ็ก เล่าว่าไม่มีอุบัติเหตุใหญ่ๆ เกิดขึ้นเลย มีเพียงรอยฟกช้ำตามตัวนักแสดง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับภาพยนตร์ต่อสู้ ขณะที่ ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน เล่าว่าอุบัติเหตุที่เขาพบในกองถ่ายมีเพียงแค่การทำแซนด์วิชหล่นจากมือเท่านั้นเอง
  • ผู้กำกับ แอนดี ฟิกแมน ชื่นชอบภาพยนตร์ต่อสู้ยุคเก่าๆ ที่ยังไม่มีเอฟเฟกต์อะไรมากมาย นักแสดงนำอย่าง สตีฟ แมกควีน, คลินต์ อีสต์วูด และ จอห์น เวย์น จึงต้องแสดงเองทั้งหมด ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ แอนดี จึงพยายามถ่ายทำทุกอย่างโดยพึ่งเอฟเฟกต์ให้น้อยที่สุด แม้กระทั่งฉากขับรถไล่ล่าที่พวกเขาต้องใช้กล้องถ่ายใต้ท้องรถหรือหมุนกล้องมาด้านข้าง
  • ดเวย์น จอห์นสัน เผยว่าเขาตกลงรับบท แจ็ก เพราะอยากกลับไปแสดงภาพยนตร์ต่อสู้อีก โดยเฉพาะภาพยนตร์ต่อสู้ที่มีฉากตลกๆ และมีข้อคิดดีๆ
  • ดเวย์น จอห์นสัน ผู้รับบท แจ็ก เล่าว่าเขาพยายามแสดงฉากต่อสู้หรือฉากผาดโผนทั้งหมดเท่าที่ทำได้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกสนุกเหมือนเป็นเด็กๆ ทำให้เขาต้องเตรียมตัวก่อนเริ่มแสดงมากมาย เช่น ฉากต่อสู้มือเปล่า และฉากขับรถไล่ล่า
  • หมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่ของ แจ็ก ซึ่งรับบทโดย ดเวย์น จอห์นสัน คือหมายเลข 1975 ซึ่งเป็นปีที่ Escape to Witch Mountain (1975) ซึ่งเป็นต้นแบบของภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายนั่นเอง

วันนี้ในอดีต

  • หนูหิ่น เดอะมูฟวี่หนูหิ่น เดอะมูฟวี่เข้าฉายปี 2006 แสดง รุ้งลาวัณย์ โทนะหงษา, กชกร ศุภการกิจกุล, ปาณิศา บัวเจริญ
  • รักจังรักจังเข้าฉายปี 2006 แสดง รัฐภูมิ โตคงทรัพย์, พอลล่า เทเลอร์, สมพงษ์ คุนาประถม
  • Just FriendsJust Friendsเข้าฉายปี 2006 แสดง Ryan Reynolds, Amy Smart, Anna Faris

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Sandeep Aur Pinky Faraar Sandeep Aur Pinky Faraar เรื่องราวของชายคนหนึ่งและหญิงคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของชาวอินเดียสองคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขารวมกันเป็นหนึ่งเดีย...อ่านต่อ»