เกร็ดน่ารู้จาก G-Force

เกร็ดน่ารู้
  • เป็นภาพยนตร์ 3 มิติเรื่องแรกของผู้อำนวยการสร้าง เจอร์รี บรักไฮเมอร์
  • เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของ ฮอยต์ ยีตแมน ที่เคยทำงานในแผนกวิชวล เอฟเฟกต์ ในภาพยนตร์หลายเรื่องที่ เจอร์รี บรักไฮเมอร์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง เช่น Crimson Tide (1995) The Rock (1996) Con Air (1997) Armageddon (1998) และ Kangaroo Jack (2003)
  • ผู้กำกับ ฮอยต์ ยีตแมน ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จากลูกชายวัย 5 ปีของเขา ที่นำหนูตะเภาจากโรงเรียนอนุบาลกลับมาบ้าน แล้วพูดจ้อว่ามันเป็นทหารที่สวมเครื่องแบบทหารเล็กจิ๋ว จากนั้น ฮอยต์ ก็ได้พบเรื่องราวแปลกๆ ในอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาฝึกสัตว์ให้ทำงานสายลับ ซึ่งมีทั้งแมว โลมา ปลาฉลาม และแมลง
  • เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 6 ที่ นิโคลัส เคจ ได้ร่วมงานกับผู้อำนวยการสร้าง เจอร์รี บรักไฮเมอร์ โดยในเรื่องนี้ นิโคลัส พากย์เสียงเป็นตัวตุ่น สเปกเคิลส์
  • นิโคลัส เคจ เล่าว่าผู้อำนวยการสร้าง เจอร์รี บรักไฮเมอร์นำภาพตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้มาให้เขาดู แล้วให้เลือกว่าจะพากย์เป็นตัวไหน จากนั้น นิโคลัส ก็เลือก สเปกเคิลส์ เพราะคิดว่าเป็นตัวละครที่ทำให้เขาได้พากย์เสียงที่แปลกใหม่กว่าเดิม
  • แซม ร็อกเวลล์ ที่พากย์เสียงเป็นหนูตะเภา ดาร์วิน เคยเลี้ยงหนูตะเภาตัวหนึ่งตอนที่เขายังเด็ก มันชื่อ ราล์ฟ และมันก็ชอบงับนิ้วเขาบ่อยๆ
  • แซก กาลิเฟียนาคิส ชอบออกกำลังกายที่ฟิตเนส และชอบรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ร้านซูแพลนเทชัน แต่เขาต้องทำให้ตัวเองดูมีน้ำหนักมากกว่าเดิมถึง 35 ปอนด์เพื่อรับบท ดร. เบน เคนดัลล์ ในเรื่องนี้ ในตอนเริ่มถ่ายทำ เขาใช้วิธีสวมชิ้นส่วนเทียมให้ดูอ้วน แต่จากนั้นน้ำหนักของเขาก็เพิ่มขึ้นมาจริงๆ เพราะเขาวิดพื้นวันละแค่ 3 ครั้ง กินขนมธัญพืชคลิฟฟ์วันละ 10 แท่ง ขนมบาลานซ์วันละ 6 แท่ง และสมูธตีเบคอนอีก 2-3 แก้ว
  • ผู้กำกับ ฮอยต์ ยีตแมน ใช้เทคนิคหนึ่งจากกล้องเอชดีอาร์ไอ ที่ถูกเรียกว่า เชิร์ปปี แคม เพราะมันส่งเสียงวี้ดๆ ขณะทำงาน เทคนิคนี้สามารถถ่ายภาพ 360 องศาได้ในแสงทุกระดับ ฮอยต์ จึงใช้มันเก็บภาพทุกส่วนของฉากและลักษณะแสงของฉาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิก
  • ในภาพยนตร์มีทั้งฉากที่สร้างขึ้นจริงและฉากเสมือนที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ แต่ในตอนแรกเริ่ม ผู้ออกแบบงานสร้าง เดบอราห์ เอแวนส์ และผู้กำกับศิลป์ แรมซีย์ อาเวอรี ออกแบบฉากทั้งหมดให้เป็นฉากเสมือนก่อน แล้วส่งต่อให้ทีมวิชวลเอฟเฟกต์และทีมพรีวิชวลไลเซชันช่วยกันสร้างแอนิเมติกส์ขึ้นมา ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องทำงานโดยอิงจากสตอรีบอร์ดที่ผู้กำกับ ฮอยต์ ยีตแมน วาดขึ้น วิธีนี้จะทำให้ฉากที่สร้างขึ้นเข้ากับการแสดงในเรื่องพอดิบพอดี
  • งานใหญ่ที่สุดของแผนกฉากคือ การสร้างฉากห้องทดลองเครื่องจักรกลชีวภาพหรือ บี.ไอ.โอ. ของ ดร.เบน เคนดัลล์ ที่รับบทโดย แซก กาลิเฟียนาคิส ขึ้นในโรงงานรถยนต์เก่าๆ ในย่านกลางเมืองของลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ออกแบบงานสร้าง เดบอราห์ เอแวนส์ ออกแบบให้ฉากนี้ดูเหมือนห้องทดลองที่สร้างขึ้นด้วยงบประมาณจำกัด โดยนำตู้คอนเทนเนอร์ของทหารมาประกอบกับชิ้นส่วนโลหะจากเครื่องบินและเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง เดบอราห์ เอแวนส์ ออกแบบให้ที่อยู่ของตัวตุ่น สเปกเคิลส์ ที่พากย์เสียงโดย นิโคลัส เคจ สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนโทรศัพท์เก่าๆ เนื่องจาก สเปกเคิลส์ เป็นช่างฝ่ายเทคนิคและการสื่อสาร ส่วนที่นอนของเขาเป็นกล่องอาหารเช้าธัญญาหารเก่าๆ ต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ ในทีม จี-ฟอร์ซ ที่นอนบนเตียงหลายชั้น
  • ฉากคฤหาสน์ของ เลนนาร์ด เซเบอร์ ที่รับบทโดย บิลล์ ไนห์ ถ่ายทำที่คฤหาสน์ชาร์ป ที่ลักกี ด็อก แรนช์ ในโซมิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา คฤหาสน์นี้เป็นอาคารทรงโพสต์โมเดิร์นที่เพรียวสวย ออกแบบโดยสถาปนิก โซลตัน พาลี โดยผู้กำกับ ฮอยต์ ยีตแมน ใช้เทคนิคดิจิตอลดัดแปลงเพิ่มชั้นที่ 2 เข้าไปในคฤหาสน์ชั้นเดียวแห่งนี้ด้วย
  • สมาชิก จี-ฟอร์ซ ต่างก็มีอาวุธชิ้นโปรดของตัวเองกันทุกตัว ดาร์วิน ที่พากย์เสียงโดย แซม ร็อกเวลล์ มีกล้องตรวจการณ์ตอนกลางคืน มีดพลาสมา และพีดีเอสารพัดประโยชน์ บลาสเตอร์ ที่พากย์เสียงโดย เทรซี มอร์แกน มีอุปกรณ์ดำน้ำ ตะขอเกี่ยว และรถของเล่นที่บังคับด้วยรีโมต ฮัวเรซ ที่พากย์เสียงโดย เพเนโลปี ครูซ มีอุปกรณ์ดำน้ำ มีดโบโล และร่มชูชีพ สเปกเคิลส์ ที่พากย์เสียงโดย นิโคลัส เคจ มีคอมพิวเตอร์คู่ใจ และสุดท้าย มูช ที่พากย์เสียงโดย เอ็ดวิน หลุยส์ มีกล้องนาโนที่สามารถฉายภาพที่มันเห็นให้ทั้งทีมดูได้
  • แฮร์รี เกรกสัน-วิลเลียมส์ ที่รับหน้าที่แต่งดนตรีประกอบขอถอนตัวออกไป เพื่อไปทำงานกับภาพยนตร์เรื่อง Prince of Persia: The Sands of Time (2010) แทน
  • ผู้สร้างสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยระบบ 3 มิติแบบไอแมกซ์ โดยแปลงสัดส่วนภาพให้เป็นภาพจอกว้าง 2.39:1 แบบเลตเตอร์-บ็อกซ์ด (แบบมีแถบสีดำด้านบนและด้านล่างของภาพ) ทำให้ตัวละครสามารถเคลื่อนไหวออกนอกกรอบของภาพ ซึ่งในทางทฤษฎีจะช่วยสร้างความลึกแบบ 3 มิติขึ้นได้

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

The Labyrinth The Labyrinth ทุกห้องมีหลอน ทั้งตึกมีผี เมื่อเหล่านักเรียนต้องพยายามเอาตัวรอดจากคำสาปสยองและดวงวิญญาณโหดที่ไล่ล่าเอาชีวิตพวกเขา รวมถึ...อ่านต่อ»