เกร็ดน่ารู้จาก Julie & Julia

เกร็ดน่ารู้
  • ดัดแปลงจากหนังสือ 2 เล่ม คือ Julie & Julia: My Year of Cooking Dangerously เขียนโดย จูลี พาวเวลล์ ผู้เขียนบล็อกเกี่ยวกับการทำอาหาร 524 สูตรตามตำรา Mastering the Art of French Cooking ของ จูเลีย ไชลด์ ภายในเวลา 365 วัน และหนังสืออีกเล่ม คือ My Life in Paris เขียนโดย จูเลีย ไชลด์ และ อเล็กซ์ พรูดอมม์ โดยเล่าเรื่องราวชีวิตของ จูเลีย กับการทำอาหารฝรั่งเศสในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
  • ผู้อำนวยการสร้าง เอมี โรบินสัน คิดจะนำเรื่องราวความรักระหว่าง จูเลีย ไชลด์ และ พอล ไชลด์ มาสร้างเป็นภาพยนตร์ เมื่อได้ยินว่าผู้อำนวยการสร้าง อีริก สตีล ซื้อลิขสิทธิ์เรื่องราวของ จูลี พาวเวลล์ เธอจึงเสนอให้นำเรื่องราวของทั้งคู่มารวมกันเป็นเรื่องเดียว จนกลายมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้
  • นอรา เอฟรอน รับหน้าที่กำกับและเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเธอสนใจเรื่องอาหาร และเพราะเธอมีประสบการณ์ร่วมสมัย โดย นอรา เล่าว่าเธอเคยซื้อตำราอาหาร Mastering the Art of French Cooking ของ จูเลีย ไชลด์ ตอนที่เธอย้ายมาอยู่ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาใหม่ๆ นั่นเป็นช่วงที่หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
  • ผู้กำกับและผู้เขียนบท นอรา เอฟรอน บังเอิญพบ เมอรีล สตรีป ในการแสดง Shakespeare in the Park และ เมอรีล ถาม นอรา ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ นอรา เล่าถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ แล้ว เมอรีล ก็พูดเลียนแบบ จูเลีย ไชลด์ ออกมาว่า บง แอปเปอตีต์! (เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ขอให้เจริญอาหาร) นอรา จึงตัดสินใจเลือก เมอรีล มารับบท จูเลีย ในทันที
  • จูเลีย ไชลด์ เป็นคนดังที่มีส่วนสูงถึง 6 ฟุต 2 นิ้ว และมีเสียงแหลมสูง เธอจึงถูกเลียนแบบบ่อยๆ โดยเฉพาะโดย แดน แอ็กรอยด์ ในรายการ Saturday Night Live เมอรีล สตรีป จึงต้องพยายามแสดงเป็น จูเลีย โดยไม่ให้ดูเหมือนล้อเลียน ด้วยการถ่ายทอดภาพลักษณ์ของเธอจากมุมมองของ จูลี พาวเวลล์ ผู้เขียนหนังสือ Julie & Julia: My Year of Cooking Dangerously
  • เมอรีล สตรีป ผู้รับบท จูเลีย ไชลด์ เป็นผู้แนะนำให้ผู้กำกับ นอรา เอฟรอน เลือก สแตนลีย์ ตุชชี เพื่อนร่วมแสดงของเธอจาก The Devil Wears Prada (2006) มารับบท พอล ไชลด์ สามีบนหน้าจอของเธอ
  • คริส เมสสินา รับบทเป็น อีริก พาวเวลล์ โดยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่บนหน้าจอไปกับการรับประทานอาหารฝรั่งเศส เขาต้องแสดงให้ผู้ชมเห็นว่าเขามีความสุขกับการรับประทานนั้น อีกทั้งยังต้องรับประทานไปพูดไปแบบที่ผู้คนทำกันในชีวิตจริง โดยที่ดูไม่น่ารังเกียจด้วย
  • ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แอน รอธ เคยร่วมงานกับ เมอรีล สตรีป ผู้รับบท จูเลีย ไชลด์ มาแล้วหลายครั้งทั้งใน The Hours (2002) Doubt (2008) และ Mamma Mia! (2008)
  • เนื่องจาก จูเลีย ไชลด์ สูงถึง 6 ฟุต 2 นิ้ว เมอรีล สตรีป ผู้รับบท จูเลีย ซึ่งสูงเพียง 5 ฟุต 6 นิ้ว จึงต้องสวมรองเท้าส้นสูงพิเศษ ที่ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แอน รอธ ทำขึ้น และต้องสวมเสื้อผ้าที่มีการปรับแต่งให้ดูหลอกตาว่าผู้สวมมีร่างกายสูงใหญ่ นอกจากนี้ แอน ยังตัดเย็บเสื้อผ้าที่ จูเลีย เคยสวมในรายการโทรทัศน์ นั่นคือเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแขน 3 ส่วนและผ้ากันเปื้อนเดนิม โดยใช้ผ้าที่หามาเป็นพิเศษ เพราะผ้าในปัจจุบันมีไลคราที่ทำให้แนบเนื้อมากเกินไป
  • นอกจาก เมอรีล สตรีป ผู้รับบท จูเลีย ไชลด์ จะต้องสวมเครื่องแต่งกายที่หลอกตาว่าเธอมีส่วนสูงถึง 6 ฟุต 2 นิ้วแล้ว ผู้สร้างยังหลอกตาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ทำให้เคาน์เตอร์ครัวมีขนาดเตี้ยกว่าที่เป็นจริง รวมไปถึงการใช้มุมกล้องเข้าช่วย
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ก ริกเกอร์ ใช้พื้นที่ 2 สเตจขนาดใหญ่ของโรงถ่าย ซิลเวอร์คัป อีสต์ สตูดิโอส์ ในการสร้างชุดห้องครัวที่ใช้งานได้จริงสำหรับ จูเลีย ไชลด์ ที่รับบทโดย เมอรีล สตรีป บางชุดมีเครื่องครัวถึง 11 ชิ้น โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องครัวจากกลางศตวรรษที่ 20
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ก ริกเกอร์ ไปเยี่ยมชมอพาร์ตเมนต์ที่ จูลี พาวเวลล์ ตัวจริงอาศัยอยู่ ที่แจ็กสัน อะเวนิว ใน ลอง ไอแลนด์ ซิตี ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้น มาร์ก จำลองห้องนอนรูปตัวแอลและห้องครัวขึ้นมาใหม่ บนเนื้อที่ประมาณ 900 ตารางฟุตของโรงถ่าย ซิลเวอร์คัป อีสต์ สตูดิโอส์ ครัวของเธอมีขนาดเล็ก มีอ่างล้างจาน เตาอบ 1 เครื่อง และตู้เย็นเล็กๆ 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีลวดลายดอกลิลลีอยู่ทั่วอพาร์ตเมนต์ ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับหนังสืออาหารของ จูเลีย ไชลด์ ที่มีภาพดอกลิลลีปรากฏอยู่หลายครั้ง
  • ผู้สร้างถ่ายทำส่วนของ จูลี พาวเวลล์ ที่รับบทโดย เอมี อดัมส์ ให้เสร็จทั้งหมดก่อน แล้วจึงถ่ายทำส่วนของ จูเลีย ไชลด์ ที่รับบทโดย เมอรีล สตรีป ในช่วงครึ่งหลัง
  • บรรณาธิการนิตยสารอาหาร ซูซาน สปันเจน และพ่อครัวมือหนึ่ง โคลิน ฟลินน์ ทำหน้าที่เตรียมอาหารทั้งหมดในภาพยนตร์เรื่องนี้ พร้อมรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค พวกเขาใช้ครัวที่จัดขึ้นในโรงถ่าย ทำอาหารหลายชนิดให้เพียงพอสำหรับถ่ายทำหลายเทก โดยต้องทำให้อาหารเหล่านั้นดูเหมือนมาจากฝีมือคนธรรมดาด้วย
  • ฉากที่ จูลี พาวเวลล์ ทำอาหารชื่อ ล็อบสเตอร์ เธอร์มิดอร์ เอมี อดัมส์ ผู้รับบท จูลี ต้องแสดงกับกุ้งล็อบสเตอร์ตัวเป็นๆ หลายเทก ทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจ จนเมื่อต้องรับประทานมันต่อหน้ากล้อง เธอขอให้ใช้เนื้อล็อบสเตอร์ปลอมแทน
  • แม้ เมอรีล สตรีป ผู้รับบท จูเลีย ไชลด์ จะทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน และ เอมี อดัมส์ ผู้รับบท จูลี พาวเวลล์ ก็ได้เรียนทำอาหารก่อนการถ่ายทำจะเริ่มต้น แต่ทั้งคู่ก็ยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจาก ซูซาน สปันเจน ที่ปรึกษาด้านอาหารประจำกองถ่าย เช่น การเลาะกระดูกเป็ด และเคล็ดลับการพลิกหน้าไข่เจียว เป็นต้น
  • เคล็ดลับที่ เมอรีล สตรีป ผู้รับบท จูเลีย ไชลด์ ได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการทำอาหารจะง่ายขึ้นมากหากมีมีดที่คมกริบ ตามที่ จูเลีย ตัวจริงเคยแนะนำเอาไว้ว่า ล้างมีด ลับมีด เช็ดให้แห้ง แล้วเก็บขึ้น
  • ในช่วงบ่ายของวันถ่ายทำ ผู้กำกับ นอรา เอฟรอน และผู้อำนวยการสร้าง ดอน ลี มักจัดอาหารพิเศษให้นักแสดงและทีมงาน เช่น ไก่ในย่านฮาร์เลม ซี่โครงอบบาร์บีคิวจากบรูกลิน ไปจนถึงของหวานจากพ่อครัวฝีมือดี นอกจากนี้เมื่อเลิกงาน พวกเขาจะนำอาหารที่เหลือจากการถ่ายทำมาให้รับประทานกันต่อ แทบทุกคนจึงพากันน้ำหนักตัวขึ้นระหว่างการถ่ายทำ 3 เดือน
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ก ริกเกอร์ สร้างบ้านของ จูเลีย ไชลด์ ที่รับบทโดย เมอรีล สตรีป และ พอล ไชลด์ ที่รับบทโดย สแตนลีย์ ทุชชี ขึ้นที่ ซิลเวอร์คัป อีสต์ สตูดิโอส์ โดยอ้างอิงจากรูปถ่าย 2 ใบ ได้แก่ รูปที่ จูเลีย โน้มตัวออกไปนอกหน้าต่างใกล้ๆ กับห้องกระจกรูปโค้ง และรูป จูเลีย กับ พอล นั่งอยู่ใกล้เตาผิง นอกเหนือจาก 2 มุมนี้และภาพห้องครัวที่ พอล ถ่ายเอาไว้ใช้ประชาสัมพันธ์มากมายแล้ว มาร์ก ใช้จินตนาการของเขาประติดประต่อส่วนอื่นๆ ของบ้านจนครบทั้งหลัง
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ก ริกเกอร์ จำลองครัวในสตูดิโอถ่ายทำรายการโทรทัศน์ The French Chef ของ จูเลีย ไชลด์ ขึ้นมาใหม่ โดยค้นคว้าจากงานเขียน ภาพถ่าย และจดหมายของ จูเลีย ประกอบกับชมดีวีดีรายการดังกล่าวด้วยตัวเอง
  • เตรียมการถ่ายทำฉากกลางแจ้งในปารีส ประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลา 2 วัน และถ่ายทำเป็นเวลา 5 วัน โดยผู้สร้างแทบไม่ต้องตกแต่งฉากเพิ่ม เพราะปารีสยังคงคล้ายกับในช่วงปลายยุค 40 และต้น 50 พวกเขาถ่ายทำใกล้แม่น้ำแซนฝั่งซ้าย ในเขตที่ 5 และ 6 ละแวกแซงต์มิเชลและแซงต์เฌอร์แมง เดอ เปรส โดยมีสถานที่ถ่ายทำ ได้แก่ ร้านหนังสือเชกสเปียร์ แอนด์ คัมปะนี, แซงต์เจนเนเวียฟ, ร้านกาแฟกลางแจ้งใกล้เมาเบิร์ต, สะพานข้ามแม่น้ำแซนหลายแห่ง, ถนนย่านการค้าของอิล์ แซงต์ หลุยส์, สวนสาธารณะด้านหลังนอตเทรอ ดาม และเบเกอรียุคอาร์ตนูโวย่านมองมาร์ต
  • ฉากตลาดกลางแจ้งเป็นฉากที่ใหญ่ที่สุดที่ถ่ายทำในปารีส ประเทศฝรั่งเศส จึงต้องเตรียมการถ่ายทำหลายวันและถ่ายทำจริง 1 วันเต็ม โดยเริ่มถ่ายทำช่วงเช้าของวันธรรมดาที่ถนนมูฟตาร์ด ถนนแคบๆ ในเขตที่ 5 ซึ่งเป็นตลาดกลางแจ้งมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ความแคบของถนน แนวหลังคา และกระเบื้องหิน ดูเหมาะสมกับการถ่ายทำเป็นอย่างดี แต่ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ก ริกเตอร์ ก็ยังต้องปรับแต่งพื้นผิว 6 แห่ง เพื่อให้ตรงกับที่เป็นจริงในยุค 50
  • เป็นภาพยนตร์ทุนหนาเรื่องแรกที่ดัดแปลงบทจากเว็บบล็อก
  • เมอรีล สตรีป ที่รับบท จูเลีย ไชลด์ ใน เรื่องนี้ เคยแสดงในภาพยนตร์ที่มีชื่อ จูเลีย อยู่ในชื่อเรื่องมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง นั่นคือภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ Julia (1977)

advertisement

วันนี้ในอดีต

  • เดอะ กิ๊ก 2เดอะ กิ๊ก 2เข้าฉายปี 2007 แสดง พีระพล เสนาคุณ, เบญจมินทร์ โหตรภวานนท์, ธนธร ศวัศกร
  • 999-9999  ต่อ ติด ตาย999-9999 ต่อ ติด ตายเข้าฉายปี 2002 แสดง จุลจักร จักรพงษ์ , ศรีริต้า เจนเซ่น , พอลล่า เทเล่อร์
  • Shoot 'Em UpShoot 'Em Upเข้าฉายปี 2007 แสดง Clive Owen, Monica Bellucci, Paul Giamatti

เกร็ดภาพยนตร์

  • Pandorum - หลังจากกำกับ AVP: Alien vs. Predator (2004) พอล ดับเบิลยู. เอส. แอนเดอร์สัน ได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกและรู้สึกชอบทันที เพราะมันกล่าวถึงความน่ากลัวของยานอวกาศที่อึดอัด และการถูกทิ้งร้างในอวกาศที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ซึ่งคล้ายกับ Event Horizon (1997) ที่เขาเคยกำกับมาก่อน พอล จึงรีบชวนเพื่อนที่เคยร่วมกันอำนวยการสร้าง Resident Evil (2002) อย่าง เจเรมี โบลต์ และ โรเบิร์ต คัลเซอร์ ให้มาร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านต่อ»
  • G-Force - เป็นภาพยนตร์ 3 มิติเรื่องแรกของผู้อำนวยการสร้าง เจอร์รี บรักไฮเมอร์ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Black Sea Black Sea กัปตันโรบินสัน (จูด ลอว์) ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดทางทะเลเกือบสามสิบปี หลังจากถูกบริษัทเลิกจ้างอย่างกะทันหัน โรบินสันได้...อ่านต่อ»