วิจารณ์ Avatar

วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 15 เม.ย. 53 11:27

    สุดยอดมากให้ 10/10

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 14 เม.ย. 53 10:58

    ถ้าสำหรับผม ผมว่าไม่สนุกเลยนะ ไม่ชอบดู
    ผมว่า ไททานิก สนุกกว่า้เยอะ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 13 มี.ค. 53 11:22

    film 35 mm. > B+
    digital 3d > A

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 4 ก.พ. 53 14:16

    1 รอบที่ก็เต็มอิ่มจุใจ เพียงพอสำหรับการเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
    พร้อมกับไอเดียบางอย่างที่ได้กลับมาจากหนังด้วย คงไม่ต้องพูดอะไรมาก
    กับกราฟฟิกของหนังเรื่องนี้ เพราะฝีมือเจมส์ คาเมรอน แล้ว ไม่เนียนก็ให้มัน
    รู้ไป ผมชอบทุกองค์ประกอบของหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉากสงคราม
    ตอนท้ายเรื่องที่ึถึงจะไม่มันส์อย่าง Transformer แต่ก็ลงตััว เหมาะสมกับ
    Avatar แล้ว และความที่เจมส์เก็บหนังเรื่องนี้มาเป็น 10 ปี ยิ่งทำให้ผมรู้สึก
    อยากดูมากยิ่งขึ้น สิ่งที่่ผมรู้สึกยังไม่ได้รับเต็มอิ่มจริง ๆ มีแค่ บทหนังโบราณ
    ของเรื่องเท่านั้น แต่ถึงยังงั้นบทที่เป็นอยู่ก็ออกมามีมิติ เข้าถึงตัวละครหลาย ๆ
    ตัวได้ดี และยังแบ่งแยกแต่ละคนได้อย่างชัดเจน หากบทหนังมีพัฒนาการ
    สูงกว่านี้ มันจะทำให้หนังสมบูรณ์แบบ
    9/10

    ปล. บทหนังที่ดี ไม่ได้หมายความว่าต้องไปหาดูจากหนังฆาตกรรม หนัง
    สืบสวนสอบสวน หรือหนังที่หักมุม แต่หนังทุกเรื่องสามารถมีบทที่ดีมาก
    ได้ หากแต่ต้องศึกษา ทุ่มเท ตั้งใจ ให้กับส่วนประกอบนี้เยอะ ๆ เพราะบท
    หนังเป็นกระดูกสันหลังของหนังเลยก็ว่าได้ แค่มีคนคิดเห็นไม่ตรงกันก็ไป
    เหมารวมว่าคนที่เห็นต่างทุกคนแยกแยะอะไรไม่เป็น มีหนังอีกหลายเรื่อง
    ที่มีบทที่ดีมาก (ซึ่งก็ไม่ได้มีเนื้อหาซีเรียสอะไรเลย) ไปดูหนังให้เยอะ ๆ
    กว่านี้ก่อนนะ ก่อนจะตัดสินคนอื่นต้องมองดูตัวเองก่อนทุกครั้งด้วย

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 18 ม.ค. 53 09:12

    เกริ่นนำกันก่อนนะครับว่าผมไม่ได้ต้องการพูดให้คนสองกลุ่มแตกแยกกันแต่ที่พูดมานี้ก็แค่ยกตัวอย่างหนังบางเรื่อง ที่คนทั่วโลกชอบมาถกเถียงกันด้วยเหตุผล หนังที่จะถกเถียงกัน แน่นอนว่า ก็คือ เรื่อง AVATARนั่นเอง

    จะว่าผมก็ได้นะว่าผมชอบ AVATAR (เนื้อเรื่องกับ CGI)องค์ประกอบทุกอย่างดนตรี ฯลฯ มากกว่า TRANSFORMERS ถ้าให้คะแนนความเนียลเต็ม 100 เปอร์เซ็น ผมให้ AVATARแต่TRANSFORMERS ผมให้แค่ 95 เปอร์เซ็น

    ถ้า เจมส์ คาเมรอน ไม่บอกพลอตเรื่องคงไม่มีใครรู้ แต่ เจมส์ เขียนเรื่อง เกือบทุกเรื่องที่เขียนและกำกับเอง 100 ละ99.9 จะดังทุกเรื่อง ยกเว้น ABYSSเรื่องเดียวที่ออกมาแล้วไม่ค่อยดีนักนอกนั้นดังหมด เขียนเนื้อเรื่องแสนธรรมดา แต่ดึงดูดคนดูหลาย ๆ รอบได้ ประทับใจสุด ๆ ได้ ผมก็ว่าไม่ธรรมดานะครับ

    AVATAR เขียนเรื่องไว้ ตั้งแต่ ปี 1995ก่อนที่ เจมส์ จะเขียน TITANIC อีก ที่เจมส์ พัก AVATAR ไว้เพราะเทคโนโลยีสมัยนั้นยังไม่สามารถทำให้จินตนาการของเจมส์ เป็นจริงได้ (สมจริงวิจิตรตระการและอลังการเหมือนจริงเป็นที่สุดไม่มีเรื่องไหนสมจริงเท่าเรื่องนี้)ในขณะนั้น จึงทำ TITANIC ก่อน

    ฉากเกือบทุกฉากที่อยู่ในป่าประทับใจทั้งหมด แต่ถ้าเอาติดตา ตอนพระเอกนั่งเครื่องบิน ของ ทรูดี้ ไปกับ นอร์ม และ ดร.เกรซ ออกัสตีน (เจ็ค กับ นอร์ม อยู่ในร่างอวตาร)ผ่านน่านน้ำและ น้ำตกหน้าผา แสงสี อย่างสวย มันใช้ CGI สร้างจริงหรือนี่ แทบไม่อยากจะเชื่อผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติการสร้าง AVATAR ทุกเล่มที่ออกมา ซื้อเก็บไว้เลยหนังสือเขียนว่า ใบไม้ทุกใบ ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหมด สุดยอด !!!!!

    ฉากตอนที่หนี THANATOR ทานาทอร์ สัตว์หกขาตัวสีดำยาว 24ฟุต (7.2เมตร)ตอนที่มันวิ่งตามแล้วเจคหนี กล้องจับไว้ว่ามันตามเกือบตลอดเวลาแทบไม่เห็นว่าตัดไปตัดมา ตอนไปแบนซีที่ HALLELUJAH MOUNTAINS (เกาะลอยฟ้า)เจคขึ้นไปที่เกาะเพราะถึงเวลาที่เจคจะเป็นอาร์รอนยูนักล่า ต้องผ่านพิธีแบนซี คือ ต้องจับ MOUNTIAN BANSHEE (อีกราน) และพอเข้าไปในฝูง อีกราน ถ่ายยังไงของเค้า มันช่างมีตัวตนอยู่จริง ๆช่างถ่ายได้เหมือนแท้ อีกรานหลายตัวอยู่แถวหน้าผา และอีก หลายร้อยตัวบ้างก็บิน บ้างก็เกาะอยู่ช่างเหมือนเหมือนจริง ๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงต้องดูเอง ส่วนตอนขี่ อีกรานบินไปมา แล้วก็ตอนเด็ดอีกตอนคือ ตอน GREAT LEONOPTERYX(เกรท ลีโอนอฟเทอร์ริค)หรือโทรุค มัคโตไล่ล่าอีกรานจากด้านบน เท่ซ้า

    ส่วนตอนเนย์ทิรีขี่เจ้า THANATORทานาทอร์ แล้วไปสู้กับหุ่นยนต์ในป่า (หุ่นตัวที่ผู้พันคอริทซ์บังคับอยู่ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะครับ)และฉากดวลตัวต่อตัวระหว่างเจคกับหุ่นยนต์(คอริทซ์) พลิกไปพลิกมาว่าใครจะโดนฆ่า ลุ้นมากเลยครับสมจริงที่สุดแล้วล่ะครับคงจะไม่มีเรื่องไหนสมจริงกว่าเรื่องนี้ไปอีกนานมันสุดยอดมาก ๆ ตั้งแต่เกิดมา ก็มีเรื่องนี้แหละครับทำให้ผมแทบจะลืม Terminator1-2 ไปได้ในบางครั้งอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

    จริง ๆ ประทับใจAVATARทั้งเรื่องล่ะครับ แต่จะเล่าทั้งหมดที่ติดตาและติดใจก็จะดูไม่ดี (จริงๆก็ดูไม่ดีแล้วล่ะที่พูดตอนที่หนังยังอยู่ในโรง)แต่มันเป็นความประทับใจครับถ้ายังไงก็ต้องขอโทษด้วยสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู

    นิ้ว AVATAR ทำไมมี 5 นิ้ว ก็มี DNAมนุษย์ผสมอยู่ด้วยนิครับ ไม่ใช่ ชาวนาวี 100% (มนุษย์มี 5นิ้ว) แต่ชาว นาวี มี 4นิ้ว ก็เพราะ ชนพื้นเมือง (ชาวนาวี)ไม่มี DNA ของมนุษย์ นั่นเอง

    แล้วทำไมเจคต้องทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเองไปเข้าฝ่ายเดียวกับชาวนาวีด้วยทั้งที่รู้จักพวกเค้าแค่ไม่นาน(ประมาณ3เดือนกว่า)ไม่ได้ผูกพันด้วยชาติกำเนิดคำตอบไม่ยากครับ เพราะเจครู้ว่ามนุษย์พวกนี้ทำลายโลกของตัวเอง ประโยคในหนังกล่าวไว้ว่า "หากเกรซอยู่กับพระองค์ โปรดดูจากความจำของนาง ดูโลกที่เราสองคนจากมา มันไม่มีสีเขียวที่นั่น พวกเค้าฆ่าแม่ตัวเอง" แค่นี้ก็เข้าใจแล้วครับ แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ จะอธิบายใจความว่า มนุษย์นำทรัพยากรณ์บนโลกตนเองมาใช้จนมันหมดสิ้นไปไม่มีเหลือแล้ว ต้นไม้ทุกต้นบนโลกก็ไม่มี โลกก็เหลือแต่เปลือกไม่มีพลังงานใช้

    หมายเหตุ ถ้าคุณคิดว่าหนังเรื่องนี้ห่วย ก็ไม่ต้องดู (ห่วยในการแต่งเรื่อง เนื้อเรื่องเดาทางได้ง่ายเกินไป)ให้ไปดูหนังนักสืบ หนังฆาตกรรม หนังจิตวิทยา หนังเกี่ยวกับการหักมุมต่าง ๆ หรือให้ดูหนังที่คุณคิดว่าคุณชอบครับไม่ต้องดูเรื่องนี้ครับ

    และถ้าคุณคิดว่าหนังเรื่องนี้ขาย CGIคุณคิดผิด ถ้าพลอตเรื่องโดนแล้ว คุณจะแทบไม่ได้รู้ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าเค้าใช้คอมพิวเตอร์สร้างเพราะคอมจะดูเหมือนกลืนไปกับหนังโดยอัตโนมัติ (เพืยงแต่โอ้ลึก ๆ มองภาพแล้วมันวิจิตรตระการตาอย่างแรง)จึงสามารถทำให้คน คิดจะเสียเงินกลับไปดูซ้ำอีกหลาย ๆ รอบได้ซึ่งน้อยเรื่อง มากๆ ที่จะกลับไปดูซ้ำในโรงหนังถ้ามันไม่ประทับใจ จุดสำคัญมันน่าจะอยู่ตรงคนกลับไปดูหลายรอบจึงทำให้หนังได้เงินทั่วโลกเยอะก็เป็นได้ (ก็คล้ายๆ TITANICครับดูแล้วดูอีกจน 1842ล้านเหรียญดอลลาสหรัฐอเมริกาได้ทั่วโลกเป็นอันอับ1ของโลก) ตอนนี้ AVATARก็เป็นที่ 2ของโลก(1445ล้านเหรียญดอลลาสหรัฐอเมริกา)ในส่วนของหนังทำเงินทั่วโลกเป็นรองก็แค่ TITANICเท่านั้น

    หนังเรื่องนี้ถ้า เจมส์ คาเมรอน ไม่ได้กำกับลำดับภาพมุมมองมันจะต้องเปลี่ยนไป แล้วหนัง AVATARน่าจะดูไม่ซึ้งใจแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่นอนครับในขณะที่กล่าวนี้AVATARเพิ่ง ฉายไปแค่ 1เดือนเท่านั้นยังเก็บได้อีกยาวครับ ส่วน TITANICนั่นฉายไปประมาณ 95วัน หรือประมาณ 3เดือนครับ "ปล AVATAR ครบ 1 เดือนพอดี วันที่ 18มกราคม 53 นี้ครับ"

    สุดท้ายนี้อยากจะกล่าวทิ้งท้ายว่า คุณจะรู้สึกเหมือนฝันทั้งๆ ที่คุณกำลังลืมตาอยู่ (เจมส์ คาเมรอน)ขอให้ดูหนังให้สนุกนะครับ

    I SEE YOU

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 17 ม.ค. 53 06:00

    ในส่วนของเหตุผลที่มนุษย์มาแพนดอรา ผมว่าอันที่จริงตัวภาพยนตร์เองก็ได้แทรกให้รู้เป็นระยะๆ นะครับ เช่น การทำลายต้นไม้ใหญ่ในเรื่องก็เพื่อทำลายถิ่นที่อยู่ของชาวแพนดอรา (เพราะชาวแพนดอราอาศัยอยู่บนแหล่งหินแร่, การทำลายเอวาก็เพื่อทำลายคลื่นรบกวนระบบ และยังเป็นการทำลายศูนย์รวมจิตใจของชาวแพนดอรา ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็เพื่อเป็นการกรุยทางเพื่อที่จะไล่ชาวแพนดอรา แล้วก็จะได้ทำการขุดเจาะหินแร่ยังไงล่ะครับ ไอ้ครั้นจะไปบอกว่า "จะขุดแร่ๆ" ซะ 4-5 รอบ ผมก็ไม่รู้ว่าจะย้ำกันไปทำไม? ดังนั้นชาวแพนดอราจึงต้องลุกขึ้นสู้.....ตรงนี้แหละครับคือเหตุผลของภาพยนตร์เรื่องนี้~

    ส่วนเรื่องที่ว่าพระเอกไปคลุกคลีกับชาวแพนดอราไม่นานก็กลับคิดทรยศชาวโลกเลย?.....ตรงนี้ผมคิดว่าจะอยู่ฝ่ายไหนไม่สำคัญครับ เพียงแต่ขอให้ "ทำในสิ่งที่ถูกต้อง" ซึ่งผมคิดว่าภาพยนตร์สอนในเรื่องนี้เต็มๆ เลยครับ~ และผมก็ชอบคำๆ นึงที่พระเอกพูดออกมาก็คือ "พวกเขาทำกันอย่างนี้หรือ?....ถ้ามีคนไปนั่งทับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ก็มองว่าคนๆ นั้นเป็นศัตรู!?" นี่แหละครับคือคำพูดที่แสดงอุดมการณ์ของพระเอก
    อีกอย่าง ผมคิดว่าที่พระเอกชอบแพนดอรา ก็เพราะการอยู่ในร่าง AVATAR นั้นทำให้เขาสามารถใช้ขาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำไม่ได้ในร่างมนุษย์ครับ~

    การบุกดาวแพนดอร่าแล้วฆ่าสิ่งมีชีวิตในเรื่องนี้ ไม่ใช่ทำไปเพื่อ "ให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอด" นะครับ~.....มนุษย์ในเรื่องไม่ได้ถูกคุกคาม แต่ผู้ที่ถูกคุกคามคือชาวแพนดอร่า (ที่ดันไปสร้างบ้านอยู่บนแหล่งหินแร่)

    การที่พระเอกฆ่าทหารที่ทำตามคำสั่ง ไม่ได้แสดงถึงจิตพิสุทธิ์?...ตรงนี้ต้องบอกว่าจิตพิสุทธิ์ไม่ใช่ศีล 8 นะครับ! หนังไม่ได้บอกว่าคนมีจิตพิสุทธิ์คือนักบวช ฆ่าใครไม่ได้นะครับ!....นางเอกเองตอนที่ฆ่าหมาป่า (มั้ง) แล้วแสดงอาการเสียใจนั่นก็เพราะเขาฆ่าเพื่อปกป้องพระเอก เป็นการฆ่าโดยไม่จำเป็น (คือไม่ได้กินเนื้อ....หรือฆ่าเปล่านั่นเอง) ก็เลยแสดงอาการส่งสู่สุขคติ แต่จากการดูภาพรวมๆ แล้ว ผลแปลคำว่า "จิตพิสุทธิ์" ได้ว่าหมายถึง "จิตใจที่ไม่วางเฉยต่อการกระทำอันชั่วร้ายเลวทราม โดยไม่คำนึงถึงชาติกำเนิด เผ่าพันธุ์ เพศ หรือวัฒนธรรมประเพณีที่ตนเป็นอยู่" ครับ
    อันที่จริงตัวพระเอกเองก็ใช้วิธีทางการทูตหลายครั้งแล้วครับ ในหนังก็ได้แสดงไว้ คือใช้การเจรจา พูดคุย เตือน ห้ามปราม...พี่หัวหน้ากล้ามโตก็ไม่ฟัง! เอาแต่สั่งบุกลูกเดียว ในเมื่อผูกเรื่องมาอย่างนี้ มันก็ต้องจบด้วยการฆ่าอยู่แล้วล่ะครับ~

    สรุปแล้ว: ประเด็นหลักที่หนังเรื่องนี้จะสื่อก็คือ "ไม่ว่าคุณจะเกิดเป็นอะไร จงทำในสิ่งที่ถูกต้อง" แล้วไม่ต้องแคร์ผลที่จะตามมาครับ~

  • เมื่อ 15 ม.ค. 53 08:21

    เราชอบนะ
    ตื่นเต้น
    สามมิตินี่เจ๋งมากมายย

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 12 ม.ค. 53 14:40

    อลังการงานสร้างมากกกกก ดูแล้วขนลุกเลยคับ
    มันส์ดีนะ แต่ความตื่นเต้นชอบTF2มากกว่านะ

  • เมื่อ 6 ม.ค. 53 20:51

    เนื้อเรื่อง - ก็ดูทั่วไปนะคะ แต่ชอบที่แอบแฝงข้อคิดอะไรหลายๆอย่าง เวลาดูก็ได้คิดตามไปด้วยค่ะ
    เอฟเฟกต์ - EXCELLENT ค่ะ
    เพลง , ประกอบฉาก - เข้ากับหนังมากๆ
    การดำเนินเรื่อง - กระชับ เข้าใจง่าย : ) และสนุกมาก
    สรุป :: ให้ 10 / 10 เลยค่ะ *

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 6 ม.ค. 53 12:26

    เพิ่งดูมากเมื่อวาน... หลังจากอ่านคำวิจารณ์มาพักนึงว่าภาพดี แต่เนื้อเรื่อง ธรรมดา.... ส่วนตัวแล้วผมคิดเห็นดังนี้...
    -ภาพและการผลิต .. สุดยอดมากๆ มันเลยหนัง cg เรื่องใดๆที่เคยทำได้ และคงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ไปอย่างแน่นอน
    .... ((แต่แว่นหนักมาก แม้จะเล็กกว่ารุ่น imax แล้วก็ตาม โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นอยู่แล้ว จะหนักและปวดหัวมากกับการใส่แว่นเกือบ3ชม.))

    ++++ ส่วนต่อไปนี้ใครยังไม่ได้ดูหนังก็ข้ามไปครับ++++
    -เนื้อเรื่อง ได้อ่านตาม web ต่างๆหลายคนวิจารณ์ว่าธรรมดา เดาได้.... ก็ถ้าเดามันก็เดาได้อ่ะครับ หนัง action เกือบทุกเรื่องก็เดาได้
    เว้นแต่ตั้งใจสร้างให้หักมุมกันอย่างชัดเจน ซึ่งหนังเรื่องนี้ ก็ชัดเจนว่าไม่ได้สร้างมาเพื่อจุดประสงค์แบบนั้น .... ตรงกันข้ามผมว่าสร้างได้ดีมากๆ แต่สิ่งที่วิจารณ์คือตัวร้ายโดยเฉพาะหัวหน้าทหารรับจ้าง ขาดมิติไปนิด ออกแนวร้ายกันโต้งๆ....

    สรุปรวมๆ ถือว่าประทับใจมากๆ

มีทั้งหมด 113 วิจารณ์ หน้าที่ 2 [ก่อนหน้า] 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • ภูเก็ต - ฉายพร้อมภาพยนตร์สั้นอีก 2 เรื่องของผู้กำกับ อาทิตย์ อัสสรัตน์ เช่นเดียวกัน นั่นคือ บอย จีเนียส และ เดอะ ไซห์ อ่านต่อ»
  • Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame - นักสืบ ตี๋เหรินเจี๋ย เป็นบุคคลที่มีจริงในประวัติศาสตร์ เขาเป็นที่รู้จักหลังจาก โรเบิร์ต แวน กูลิก นักการทูตที่ประจำอยู่ในจีนและญี่ปุ่น นำชีวิตของเขามาเขียนเป็นนวนิยายอาชญากรรมจำนวน 25 เล่ม เรื่องราวในหนังสือครอบคลุมชีวิตการเป็นผู้พิพากษาของ ตี๋เหรินเจี๋ย ในปี 663-681 ส่วนภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องในช่วง 8-9 ปีหลังจากนวนิยายชุดดังกล่าวจบ นั่นคือช่วงที่ ตี๋เหรินเจี๋ย ซึ่งรับบทโดย หลิวเต๋อหัว กลับไปรับตำแหน่งในพระราชวัง หลังจากถูกจองจำเพราะวิจารณ์การขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดินี บูเช็กเทียน อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Freaks of Nature Freaks of Nature ในโลกที่มนุษย์ แวมไพร์ และ ผีดิบ อยู่ร่วมกันอย่างไม่ค่อยสบายตัวสบายใจ จู่ๆ มนุษย์ต่างดาวก็เดินทางมารุกรานโลกทำให้สามเผ่...อ่านต่อ»