เกร็ดน่ารู้จาก Ip Man 2

เกร็ดน่ารู้
  • เป็นภาคต่อของ Ip Man (2008) ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ โดยภาพยนตร์ทำเงินในประเทศจีนมากกว่า 100 ล้านหยวน พร้อมได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและการออกแบบการต่อสู้ยอดเยี่ยมจาก ฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ และสถาบันรางวัลอื่นๆ
  • ผู้กำกับ วิลสัน ยิป อธิบายว่าในภาษาจีน คำว่า ศิลปะการต่อสู้ ประกอบไปด้วยตัวหนังสือ 2 ตัว คือคำว่า หยุด และ สงคราม จิตวิญญาณของศิลปะการต่อสู้ของประเทศจีนคือการหยุดสงคราม การต่อสู้เพื่อความสงบสุข การกำจัดความรุนแรงและความเข้าใจผิดในตัวเองและผู้อื่น ไปจนถึงการแบ่งปันและเคารพกัน และชัยชนะสูงสุดในการต่อสู้คือการชนะโดยไม่ต้องสู้นั่นเอง
  • เอ็ดมอนด์ หว่อง ซึ่งเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งแต่ภาคแรก Ip Man (2008) ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยรู้จัก ยิปมัน เท่าไรนัก เขาจึงเขียนบทตัวละคร ยิปมัน ที่รับบทโดย เจินจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน โดยใส่ความคิดสร้างสรรค์และค่านิยมของตัวเองเข้าไปมากมาย
  • ผู้เขียนบท เอ็ดมอนด์ หว่อง อธิบายว่าใน Ip Man (2008) ภาคแรก ภาพยนตร์แนะนำให้ผู้ชมรู้จักว่าตัวละคร ยิปมัน ที่รับบทโดย เจินจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน คือใคร ส่วนในภาค 2 นี้ ภาพยนตร์จะเล่าถึงเรื่องราวที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง ไม่กั๋วเฉียง สร้างฉากชุมชนซงเจียง ซึ่งเป็นชุมชนฮ่องกงในยุค 50 ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด รวมถึงป้ายโฆษณาแบบยุค 50 โดยป้ายที่ใหญ่ที่สุดกว้างถึง 20 เมตรและสูงกว่า 10 เมตร
  • ผู้กำกับ วิลสัน ยิป ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกในบางฉาก เช่น ฉากที่มองลงมาเห็นชุมชนซงเจียงทั้งหมด และฉากที่ ยิปมัน ที่รับบทโดย เจินจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน และครอบครัวเดินทางมาถึงเกาะฮ่องกงเป็นครั้งแรก
  • สงไต้หลิน รับบทเป็น ชุงหย่งชุน ซึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์ 6 เดือน เธอจึงนำท้องปลอมกลับบ้านไปฝึกการแสดงด้วย
  • หวงเสี่ยวหมิง ไม่มีประสบการณ์ในการแสดงฉากต่อสู้มาก่อน แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขารับบทเป็น หวังหลุง ซึ่งมีฉากที่ต้องตกลงไปในบ่อปลาและเปียกตั้งแต่หัวจดเท้า แต่ก็ยังสามารถแสดงลีลาการต่อสู้แบบกังฟูได้ หวงเสี่ยวหมิง จึงต้องฝึกซ้อมทุกครั้งเมื่อมีโอกาส จนสามารถแสดงฉากนี้ไปได้ด้วยดี
  • ผู้สร้างจัดฉากการประลองฝีมือภายในระยะเวลาธูปหนึ่งดอก โดยให้เกิดการต่อสู้บนโต๊ะกลมขนาด 12 ที่นั่งกลางร้านอาหาร และมีเก้าอี้นับร้อยตัวกองเอาไว้ตามมุมห้อง
  • ผู้สร้างสร้างฉากสังเวียนการต่อสู้ขนาดเล็กขึ้นในคลับของชาวตะวันตก โดยนำโปสเตอร์นักมวยและรูปถ่ายกว่าพันรูปมาติดรอบผนัง เมื่อถ่ายทำ พวกเขาหรี่แสงไฟรอบๆ และส่องไฟดวงใหญ่ไปที่สังเวียนตรงกลาง ส่วนฉากสังเวียนขนาดใหญ่นั้น เดิมพวกเขาตั้งใจจะถ่ายทำในโรงยิมหรือโรงละคร แต่เกาะฮ่องกงในยุคนั้นยังไม่มีสถานที่เช่นนั้น พวกเขาจึงเปลี่ยนไปใช้ห้องเต้นรำของชาวตะวันตก โดยตกแต่งอย่างโอ่โถงด้วยโคมไฟ นาฬิกา รูปภาพ และกระจก
  • เจินจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน ที่รับบท ยิปมัน และ ดาร์เรน ชาห์ลาวี ที่รับบท ทวิสเตอร์ เคยทำงานร่วมกันมาก่อนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดย ดาร์เรน มีรูปถ่ายเป็นที่ระลึกถึงช่วงเวลานั้นด้วย แต่ เจินจื่อตัน จำ ดาร์เรน ไม่ได้ จนกระทั่งเห็นรูปดังกล่าว
  • ในวันสุดท้ายของการถ่ายทำ พวกเขาถ่ายทำตั้งแต่รุ่งสางถึงเที่ยงคืน ระหว่างนั้น หงจินเป่า ผู้ออกแบบฉากต่อสู้และผู้รับบท อาจารย์หงชุนนาม ได้แผลที่ปากจนต้องเย็บแผล และเมื่อถึงการถ่ายทำในฉากสุดท้ายเสร็จสิ้น ทุกคนในกองถ่ายก็ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันด้วย
  • ผู้สร้างใช้เงินกว่า 1 ล้านเหรียญฮ่องกงเนรมิตฉากสำหรับการต่อสู้ระหว่าง ยิปมัน ที่รับบทโดย เจินจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน กับ อาจารย์หงชุนนาม ที่รับบทโดย หงจินเป่า จากนั้นถ่ายทำฉากนี้แบบต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 นาที
  • ในภาพยนตร์กล่าวถึง บรูซ ลี ในวัยเด็ก ซึ่งเติบโตมาเป็นศิษย์เอกของ ยิปมัน ที่รับบทโดย เจินจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน จนกระทั่งกลายเป็นนักแสดงกังฟูชื่อดังในอนาคต ผู้สร้างคัดเลือกเด็กกว่า 1,300 คนทั่วประเทศจีน และในที่สุดก็เลือกนักแสดงเด็กหน้าใหม่ เจียงไต้เหยียน มารับบท บรูซ ลี ในเรื่องนี้

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • The Hangover Part II - เรื่องนี้ปักหลักถ่ายทำในประเทศไทย ที่กรุงเทพฯ และจังหวัดกระบี่ อ่านต่อ»
  • เพื่อนไม่เก่า - เป็นภาพยนตร์เต็มตัวเรื่องแรกของกลุ่มนักดนตรีวัยรุ่นในนาม ออกัส โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยผ่านงานภาพยนตร์มาก่อนในเรื่อง รักแห่งสยาม (2007) และ ฝัน หนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง ฝัน-หวาน-อาย-จูบ (2008) อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

The Graduation The Graduation เรื่องราวของกระบวนการคัดเลือก นักศึกษาของโรงเรียนภาพยนตร์ของปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ไม่ว่าใครจะเคยผ่านการศึกษาอะไร ได้เ...อ่านต่อ»