วิจารณ์ StreetDance 3D

วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 21 มิ.ย. 53 16:50

    ก้อสนุกดีนะ แต่ผสมบัลเลต์เข้าไปกับสตรีทแดนซ์ ทำให้มันดูไม่หนักแน่น เท่ากับ street dance อย่างเดียว
    ถือว่าเปนการผสมกลมกลืน ระหว่างการเต้น ทั้ง 2 แบบ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 21 มิ.ย. 53 00:34

    แต่ละคนเต้นเก่งมากๆ เลย
    แบบว่าอยากเต้นได้แบบนี้มั่งอะ

    อืม เรื่อ่งนี้แนะนำให้ไปดูคะ
    สำหรับคนที่ยังตัดสินใจอยู่

  • เมื่อ 18 มิ.ย. 53 21:19

    .........ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนัง 3 มิติ จากประเทศอังกฤษครับ และน่าจะเป็นหนัง 3 D เกี่ยวกับการเต้นเรื่องแรกๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องแรกในโลกอย่างที่ฝ่ายโฆษณาเขาคุยไว้หรือเปล่า เพราะคุ้นๆว่าเหมือนฝั่งอเมริกาเคยทำมาก่อนอยู่นะ ? เนื้อหาของหนังก็ .. เอ่อ ไม่มีอะไรแปลกใหม่นะครับ หนังเล่าเรื่องราวของทีมเต้น Dance Street ทีมนึงที่กำลังจะลงแข่งชิงแชมป์ประเทศอ่ะครับ ออกแนวไขว่คว้าตามหาความฝันอันสูงสุด อะไรทำนองนั้น ซึ่งก็มีหนังแนวนี้ออกมาให้ชมกันเป็นหมื่นเรื่องแล้วมั้ง ผมเดาว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปดูหนังเรื่องนี้ก็คงไม่ได้สนใจกับเนื้อหาเท่าไหร่หรอก ก็นี่มันหนังสามมิติ นี่หว่า เค้าไปดูว่าท่าเต้นมันจะวิลิศมาหรามากน้อยแค่ใหน แล้วหนังเต้นสามมิติ นี่มันจะมันส์ทะลุจอ กันเลยหรือเปล่า ? ซึ่งก็ต้องบอกว่า การใส่แว่นตา 3 มิติ เข้าไปดูหนังเกี่ยวกับนักเต้นเท้าไฟ โดด ตีลังกา เต้นแบบมันส์สุดขีดในจอ 3 D นี่มันก็ให้อารมณ์เพลิดเพลินใจได้มากทีเดียว เหมือนดูนักเต้นเขาเต้นสดๆให้ชมกันตรงหน้าเลยแหละครับ .. บางฉากนี่เหมือนจะกระโดดมาอยู่ข้างๆที่นั่งเราเลยอ่ะ ~

    .........Steet Dance 3 D อาจจะทำได้ไม่ดีนัก ในแง่ของหนังเล่าเรื่อง แต่ก็ถือว่า หนังเชื่อมต่อซีน และดีไซน์ฉากเต้นได้น่าตื่นตาเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญ บทหนังก็ถือว่าโอเคเลยครับ เพราะวางสถานการณ์ แบบต่อเนื่องได้อย่างลื่นไหล จาก 1 - 2 - 3 - 4 ไปถึง 10 ได้ค่อนข้างลงตัว อย่างเช่นทำไมทีมนางเอกถึงแตก และนางเอกเข้าไปร่วมก๊วนกับพวกเต้นรำแบบบัลเล่ท์ได้อย่างไร และเกิดจุดพลิกผันอย่างไร สุดท้ายหนังจะลงเอยอย่างใหน คือแม้ว่าจะเป็นสูตรสำเร็จที่ธรรมดาๆ แต่จัดวางให้ดี ก็ช่วยให้หนังดูมีระดับขึ้นอีก แต่จุดที่สำคัญที่สุด เพลงเพราะ และ ท่าเต้นเริด เจิดมากๆ !! คือจริงๆหนังเรื่องนี้ ถ้าให้พูดตรงๆ ก็คงเหมือนหนังของ จา พนม นั่นแหละครับ คือมีท่าเต้น มีนักเต้น ทีนี้จะผูกเรื่องยังไงให้มันเข้ากับท่าเต้นต่างๆที่ดีไซน์เอาไว้แล้ว ? คือคนดูส่วนใหญ่เขาก็ไม่ซีเรียสใช่ใหม แต่ถ้าได้เนื้อหาที่มันลงตัว มันก็ยิ่งสนุกขึ้นไปอีกขั้นนึง ซึ่งหนังเรื่องนี้ถือว่าทำได้สำเร็จ ที่สำคัญตัวละครหลายๆคน นอกจากจะเต้นดี ยังมีรูปลักษณ์ที่ชวนมอง และมีการแสดงที่ถือว่าทำได้น่าพอใจ

    .........สำหรับคนที่คาดหวังสิ่งอื่นๆที่นอกเหนือจากท่าเต้นๆโยกๆ หลุดโลกกันแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ยังมีจุดที่น่าสนใจมากๆอีกสองจุด 1 . การได้นักแสดงระดับตัวแม่อย่าง ชาร์ล็อต แรมปลิ้ง มาเล่นสมทบในบทเด่น เป็นครูบัลเล่ท์ ( นึกถึง จูลี่ วอลเตอร์ ใน Billy Elliot มะ ) 2. รายละเอียดของหนังที่ว่าด้วยการสอนให้คนเรารู้จักแหกกฏ และเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความแตกต่างของคนอื่น !! โดยเฉพาะข้อหลังนี้ หนังสอนใจอะไรคนดูแบบไม่ยัดเยียดได้ดี ด้วยซีนสั้นๆไม่กี่นาที ทำให้เราเข้าใจภาพรวมของมนุษย์อันซับซ้อนได้แจ่มชัดขึ้น ... โลกของบัลเล่ท์ และ โลกของ สตรีทแด๊นส์ ช่างดูเหมือนสองโลกที่ไม่น่าจะบรรจบเข้าหากันได้ แต่ แท้จริงแล้วหัวใจของมันก็คือ การเต้นเหมือนกัน เต้นให้คนดูเหมือนกัน แล้วคุณจะบอกว่าไม่เหมือนกันได้อย่างไร ? นางเอกสอนให้คนอื่นรู้จักเปิดใจ แต่ตัวเองล่ะ ได้เปิดใจแล้วหรือยัง ? แล้วพอเรารู้จักมองคนอื่น เหมือนอย่างที่เราอยากให้คนอื่นเค้ามอง .. มันไม่ใช่เรื่องของใครสอนใครนะครับ แต่เป็นเรื่องของการเรียนรู้แก่กันและกันต่างหาก !!

    .........โลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ก็เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ยอมที่จะเปิดใจ และเรียนรู้ที่จะเข้าใจในความแตกต่างของคนอื่นๆนั่นเอง แทนที่จะสร้างความเกลียดชังระหว่างกัน มันจะยากมากแค่ใหนเชียวเหรอครับ ที่เราจะเข้าใกล้กัน แล้วพยายามที่จะทำความเข้าใจในคนอื่นที่คิดเห็นแตกต่างจากเรา ? ในเมื่อเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และโดยเฉพาะที่พูดภาษาเดียวกับเราแท้ๆ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วนับประสาอะไรจะไปคุยกับคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ? เอาแคบๆลงอีก แค่คอหนังด้วยกัน บางทียังมาตีกันเพราะชอบหนังคนละเรื่อง หรือแม้แต่ คอหนังไทยด้วยกันเอง ยังตีกันเอง รังเกียจกันว่า เธอชอบหนังตลาด ชั้นชอบหนังอาร์ต ฯลฯ อ้าว นี่ขนาดหนังไทยเหมือนกันแท้ๆนะครับ .. โยกกลับมาที่หนังอีกรอบ ผมชอบฉากเต้นรำหลายๆฉากมาก โดยเฉพาะท่าเต้นรำที่ประยุกต์ระหว่างสตรีทแดนซ์ กับ บัลเล่ท์ ทำได้งามมาก ทั้งทีมคู่แข่ง เดอะ เสริช ที่เต้นแบบตามกฏเป๊ะๆ ก็เยี่ยม หรือท่าประยุกต์ของทีมนางเอกก็เลิศ ฉากไคลแมกซ์ เล่นเอาคนดูอึ้ง ตะลึง กันไปเลยทีเดียว .. อยากมันส์ก็ไปตีตั๋วดูกันเลย ~

    www.pandagroup.pantown.com

  • เมื่อ 16 มิ.ย. 53 11:25

    ชอบการออกแบบท่าเต้นมาก แปลก เป็นการผสมผสานของสองศิลปะค่อนข้างจะลงตัว และจากการชมเป็น 3 มิติ สามารถมองเห็นเป็น Dimension ของการเต้น แต่ละ Step ที่แตกต่างกันออกไป สามารถสื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึกของ Dancer ซึ่งไม่เหมือนกับภาพยนตร์ Dance แบบก่อนหน้า และถือว่าภาพยนตร์ 3 มิติ Dance เรื่องแรก ที่น่าจับตามอง สำหรับตัวบทถือว่าให้แง่คิดในการทำงานได้ดีเลยทีเดียว

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 16 มิ.ย. 53 11:09

    สนุกคะ ภาพสวย เพลงเพราะ
    ท่าเต้นสวย + สนุกทุกท่าเลย
    เนื้อเรื่องไม่ได้หวือหวา
    เต้น เต้น เต้น ** อิจฉาหุ่นนางเอก
    แต่ไม่ชอบ รอบ Final อ่ะ
    บางช่วงภาพไม่เหมือน 3D เลย

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 16 มิ.ย. 53 02:27

    ชอบ ครับ ใครชอบหนัง เต้น เต้น กันทั้งเรื่อง สนุกดี ใช้ได้เรยครับ 8/10 ครับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 15 มิ.ย. 53 00:25

    ว่าแล้วเชียว ว่ามันต้องคนละเรื่องกับ Step Up

    ดู trailer ทำได้ไม่ดึงดูดเท่า Step up เลย

    แต่ก็อยากดูนะ รอแผ่นครับ ^^

  • เมื่อ 11 มิ.ย. 53 08:17

    ไม่หนุกเลย ดูที่ออสเตรเลีย เลียนแบบStep upทั้งภาค1+2
    ภาพก้อไม่ค่อยโดด แล้วก้ไม่ทำให้อยากลุกขึ้นเต้นเลย
    อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ
    ปล. รอดู Step up 3D
    Moose จ๋าาาาา

  • เมื่อ 5 มิ.ย. 53 06:50

    โดยรวมแล้วสนุกดี เนื้อเรื่องกํไม่อะไรมาก ดูๆไปคล้าย step up ใจจิงอยากห้เดินเนื้อเรื่องยาวกว่านี้อีกหน่อย เพราะจบแล้วเหมือนมันดูไม่อิ่ม โอเค ท่าเต้นเยี่ยม แต่มันกํไม่ได้แปลกใหม่อ่ะไร แต่กํชอบบบบบบ อิอิ

    ตอนนี้ รอดู Step Up 3D ^^

    คะแนน : 9.5/10

    แจ้งลบ
มีทั้งหมด 9 วิจารณ์
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

advertisement

วันนี้ในอดีต

  • Die Hard 4.0Die Hard 4.0เข้าฉายปี 2007 แสดง Bruce Willis, Justin Long, Maggie Q
  • Abraham Lincoln: Vampire HunterAbraham Lincoln: Vampire Hunterเข้าฉายปี 2012 แสดง Benjamin Walker, Dominic Cooper, Rufus Sewell
  • La BelleLa Belleเข้าฉายปี 2002 แสดง Lee Ji-hyun, Oh Ji-ho, Cho Kyeong-hwan

เกร็ดภาพยนตร์

  • Legend of the Fist: The Return of Chen Zhen - ใช้ทุนสร้าง 600 ล้านบาท อ่านต่อ»
  • Wall Street: Money Never Sleeps - เป็นภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องแรกของผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน และเป็นภาคต่อที่ทิ้งระยะห่างจากภาคแรก Wall Street (1987) นานถึง 23 ปี อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

เพื่อนขีดเส้นใต้ เพื่อนขีดเส้นใต้ เรื่องราวความรักของ เพื่อนคู่ชีวิต เพื่อนแท้ เพื่อนตาย ที่ต่างมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ ต่อต้...อ่านต่อ»