เกร็ดน่ารู้จาก The Karate Kid

เกร็ดน่ารู้
  • เป็นภาพยนตร์ที่ เจเดน สมิธ ได้แสดงนำเป็นครั้งแรกในบท เดร ปาร์กเกอร์ โดยมีคุณพ่อ วิล สมิธ และคุณแม่ จาด้า พินเกตต์ สมิธ รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้าง ก่อนหน้านี้ เจเดน เคยแสดงบทสมทบมาแล้วใน The Day the Earth Stood Still (2008) และ The Pursuit of Happyness (2006) ที่คุณพ่อของเขารับบทนำ
  • เป็นการนำภาพยนตร์ The Karate Kid (1984) มาสร้างใหม่ ฉบับเก่านำแสดงโดย ราล์ฟ มักชิโอ และ แพต โมริตะ ซึ่ง แพต ในบทอาจารย์ มิยางิ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมด้วย ในฉบับใหม่นี้ ฉากของเรื่องถูกเปลี่ยนเป็นประเทศจีน และการต่อสู้เปลี่ยนจากคาราเต้เป็นกังฟู แต่ชื่อภาพยนตร์ยังคงเดิม เพื่อเป็นการให้เกียรติต้นฉบับ นอกจากนี้ฉากที่ คุณฮัน ที่รับบทโดย เฉินหลง ให้ เดร ปาร์กเกอร์ ที่รับบทโดย เจเดน สมิธ ใส่ๆ ถอดๆ เสื้อนอกของเขาหลายครั้ง เป็นฉากที่ดัดแปลงมาจากฉากหนึ่งในภาพยนตร์ต้นฉบับ
  • เจเดน สมิธ ผู้รับบท เดร ปาร์กเกอร์ เรียนศิลปะการต่อสู้วูชู ซึ่งเป็นกังฟูที่หนักหน่วงจาก อู๋กัง ผู้ประสานงานฉากผาดโผนจากคณะนักแสดงผาดโผนที่ เฉินหลง ผู้รับบท คุณฮัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 อู๋กัง ฝึกฝน เจเดน เป็นเวลา 3 เดือนในลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นยังฝึกฝนเขาอย่างต่อเนื่องตลอดการถ่ายทำนาน 4 เดือนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จนเมื่อปิดกล้องแล้ว เจเดน ยังขอให้ อู๋กัง ช่วยฝึกฝนเขาต่อไปอีก
  • เจเดน สมิธ ผู้รับบท เดร ปาร์กเกอร์ เล่าว่าเขาชมภาพยนตร์ของ เฉินหลง ผู้รับบท คุณฮัน หลายเรื่อง และลอกเลียนท่าบางท่าของเขามาใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉากที่ เดร และ คุณฮัน ฝึกฝนการต่อสู้โดยใช้กิ่งไม้ เป็นการอ้างอิงถึงหนึ่งในท่าต่อสู้ในภาพยนตร์ยุคแรกๆ ของ เฉินหลง นั่นเอง
  • นอกจาก เฉินหลง จะรับหน้าที่ันักแสดงในบท คุณฮัน แล้ว เขายังคอยช่วยเหลืองานส่วนอื่นๆ ของกองถ่ายด้วย เช่น ช่วยสื่อสารกับนักแสดงประกอบชาวจีนเพื่อทำลายกำแพงภาษา และขณะถ่ายทำที่กำแพงเมืองจีน เฉินหลง ช่วยทีมงานแบกอุปกรณ์ขึ้นไปบนกำแพง และช่วยทำให้ถนนเรียบอีกด้วย
  • เด็กๆ ที่รับบทเป็นนักเรียนวูชูในเรื่องนี้มีสามารถด้านการต่อสู้จริง แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านการแสดง ผู้ประสานงานฉากผาดโผน อู๋กัง จึงต้องใช้เวลาวันละ 5-8 ชั่วโมงในการฝึกพวกเขา ให้สามารถกะจังหวะในการแสดงปฏิกิริยาเวลาโดนต่อยได้
  • ถ่ายทำฉากท้องถนนในดีทรอยต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อาคารสำหรับพนักงานหมายเลข 3 ที่มหาวิทยาลัยเบจิง ฟอเรสต์ ในปักกิ่ง ประเทศจีน
  • มีการถ่ายทำที่โรงเรียนเบจิง เส้าหลิน วูชู สคูล โดยมีนักเรียน 400 คนแต่งตัวในชุดกีดั้งเดิมสีแดง แสดงฉากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในช่วงเช้า โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1991 เปิดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาวูชูตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยมปลาย ที่นี่ เจเดน สมิธ ผู้รับบท เดร ปาร์กเกอร์ ได้เรียนรู้วิชากังฟูจากเพื่อนๆ ชาวจีน ขณะเดียวกัน เจเดน ก็สอนภาษาอังกฤษให้พวกเขา โดยสอนวิธีทักทายอย่าง โย่ ไงเพื่อน เป็นวลีแรก
  • เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในรอบ 20 ปี ที่ได้ถ่ายทำที่เทียนอันเหมินและภายในพระราชวังต้องห้ามของประเทศจีน ถัดจากภาพยนตร์เรื่อง The Last Emperor (1987) สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้มีอาณาบริเวณ 7.8 ล้านตารางฟุต มีสิ่งปลูกสร้าง 960 หลัง และถือเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1987 ผู้สร้างต้องถ่ายทำฉากนี้อย่างเร่งรีบภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทำที่วิหารพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งตั้งตระหง่านเหนือพระราชวังต้องห้ามบนยอดเขาสูงสุดในปักกิ่ง
  • ผู้สร้างไม่มีใบอนุญาตในการนำยานพาหนะขึ้นไปบนกำแพงเมืองจีน พวกเขาจึงต้องแบกอุปกรณ์หนักๆ ขึ้นไปด้วยตัวเอง ส่วนของกำแพงเมืองจีนที่ใช้ถ่ายทำคือมู่เทียนยู่ ในมณฑลหวยโหรว ประเทศจีน กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้นในราชวงศ์ฉีเหนือและบูรณะในราชวงศ์หมิง กำแพงทอดตัวยาวข้ามหุบเขาตอนเหนือของจีน คดเคี้ยวไปทางทิศเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่ง รวมความยาวประมาณ 5,500 ไมล์
  • ในฉากที่ เดร ปาร์กเกอร์ ที่รับบทโดย เจเดน สมิธ และ เหม่ยอิง ที่รับบทโดย ฮันเหวินเหวิน รับประทานแมงป่องทอดด้วยกันนั้น พวกเขาไม่ได้รับประทานแมงป่องจริง แต่เป็นแมงป่องที่แผนกอุปกรณ์ทำขึ้นจากแป้ง แล้วนำไปทอดด้วยน้ำมัน
  • ผู้กำกับ ฮารัลด์ ซวอร์ต ตัดสินใจถ่ายทำที่หุบเขาบู๊ตึ๊ง หรือ โกลเดน ซัมมิต หลังจากพบสถานที่นี้จากการใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาวัดสวยๆ ของประเทศจีน ทีมงานต้องแบกอุปกรณ์หนักอึ้งตะลุยผ่านป่าขึ้นไปบนสถานที่ที่เข้าถึงยากแห่งนี้ เนื่องจากไม่มียานพาหนะที่ขึ้นไปถึงที่นั่นได้ ส่วนฉากภายในและภายนอกขบวนรถไฟ ที่ตัวละครใช้เดินทางไปสู่หุบเขาบู๊ตึ๊งนั้น ถ่ายทำกันที่ตู้รถไฟในศูนย์ศิลปะ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  • ภาพยนตร์ถ่ายทอดบรรยากาศงานเทศกาลฉีซี่ หรือวันวาเลนไทน์ของจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจีน โดยถ่ายทำในตอนกลางคืนที่พื้นที่กลางแจ้ง เฟยเทง ของโรงถ่ายไชนา ฟิล์ม กรุ๊ป ฟิล์ม เบส ซึ่งถูกแปรสภาพให้เหมือนหมู่บ้านที่สว่างไสวไปด้วยตะเกียง มีร้านขายขนมดั้งเดิม ธูป และตะเกียง และมีโรงละครหุ่นเชิด ที่ซึ่งบอกเล่าตำนานฉีซี่ เกี่ยวกับนางฟ้าจี้นู่และเด็กหนุ่มเหน่ยหลางที่ต้องพรากจากกัน จนฝูงนกในท้องฟ้าช่วยกันก่อตัวเป็นสะพาน เพื่อให้ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง
  • ผู้สร้างต้องการให้ เจเดน สมิธ ผู้รับบท เดร ปาร์กเกอร์ และนักแสดงคนอื่นๆ ได้ฝึกฝนร่างกายให้มากที่สุด ก่อนจะแสดงฉากต่อสู้ในงานประลอง พวกเขาจึงวางตารางการถ่ายทำฉากนี้ในช่วง 8 วันสุดท้ายของการถ่ายทำ โดยถ่ายทำภายในสนามกีฬาเฟิงไต ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน แผนกนักแสดงผาดโผนทำหน้าที่ออกแบบท่าต่อสู้ พร้อมทั้งคัดตัวนักแสดงเด็กหลายร้อยคนมาจากโรงเรียนวูชูทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังต้องมีนักแสดงประกอบกว่า 800 คนแสดงเป็นฝูงชน และอีกหลายสิบคนแสดงเป็นช่างภาพและช่างวิดีโอ

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Sparrow - ชื่อเรื่อง Sparrow แปลว่า นกกระจอก หรือภาษากวางตุ้งเรียกว่า หมั่นเจิ๊ก เป็นศัพท์สแลงหมายถึงโจรล้วงกระเป๋า ซึ่งเป็นมิจฉาชีพที่พบได้ทั่วไปในเกาะฮ่องกงสมัยก่อน แต่ปัจจุบันมีน้อยลง เพราะต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวสูง และหากถูกจับได้จะโดนลงโทษสถานหนัก นอกจากนี้ผู้กำกับ ตู้ฉีฟง หรือ จอห์นนี ตู้ ยังนำลักษณะการอพยพของนกมาเปรียบกับตัวละครของ หลินซีเหลย หรือ เคลลี หลิน อย่าง จันเหล่ย สาวจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งใช้ฮ่องกงเป็นจุดแวะพัก ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่อื่น อ่านต่อ»
  • 14 Blades - ดัดแปลงจากภาพยนตร์เก่าของค่าย ชอว์บราเดอร์ เรื่อง Secet Service of the Imperial Court (1984) หรือ ยอดองค์รักษ์เสื้อแพร ที่มี เหลียงเจียเหยิน นำแสดง อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Everest Everest เรื่องราวของสองกลุ่มนักปีนเขาที่กำลังเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่างเอเวอเรสต์ แต่พวกเขาต้องพบกับพายุหิมะ...อ่านต่อ»