เกร็ดน่ารู้จาก Baaria
เกร็ดน่ารู้
- คำว่า Baaria ในชื่อเรื่อง ออกเสียงว่า บาอาเรีย มาจากภาษาอาหรับที่แปลว่า ประตูแห่งสายลม เป็นชื่อเมืองในแคว้นปาแลร์โม ประเทศอิตาลี ที่ผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร เกิดและเติบโตจนถึงอายุ 28 ปี
- ผู้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ เอนนิโอ มอร์ริโกเน เริ่มทำงานโดยศึกษาบทอย่างละเอียด เขาใส่ใจทุกตัวละคร ทุกจุดหักเหของเนื้อเรื่อง และทุกช่วงเวลาในหน้าประวัติศาสตร์ จากนั้นจึงแต่งเพลงหลักของภาพยนตร์ออกมา ก่อนที่จะได้ชมภาพยนตร์ฉบับสมบูรณ์เสียอีก
- เมื่อปลายปี 2006 ผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร ทาบทาม เมาริซิโอ ซาบาตินี มารับหน้าที่ออกแบบงานสร้างให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่ง เมาริซิโอ ก็ตอบรับทันที ก่อนจะไปค้นคว้าข้อมูลอยู่ 2 เดือน แล้วส่งผลงานไปให้ จูเซปเป อนุมัติ การเตรียมงานทั้งหมดกินเวลา 3 เดือนก่อนเปิดกล้อง เมาริซิโอ เล่าว่าความท้าทายของงานชิ้นนี้ คือการทำให้ทั้งฉากในยุค 20 และฉากในยุค 60 ดูน่าเชื่อถือทั้งหมด
- ผู้สร้างเลือกถ่ายทำที่ประเทศตูนีเซีย เพราะเดินทางสะดวก และมีสถานที่ที่สวยงามคล้ายกับเมือง บาอาเรีย ของประเทศอิตาลี ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นฉากหลังของเรื่อง
- เมื่อ ฟรานเชสโก ชานนา ได้ยินว่าตนได้รับเลือกให้รับบท เป็ปปิโน ในเรื่องนี้ เขารู้สึกไม่อยากเชื่อจนต้องออกไปเตะฟุตบอลเพื่อทำจิตใจให้สงบ ในขณะถ่ายทำ เขานอนดึกและตื่นเวลา 5 นาฬิกาทุกวัน เพราะมันเป็นเพียงวิธีเดียวที่ช่วยให้เขาลดความกังวล ไม่ให้ตื่นเต้นมากเกินไป
- ก่อนหน้านี้ มาร์กาเรธ มาเด ไปคัดเลือกนักแสดงมาแล้ว 3 เรื่อง แต่ล้มเหลวทุกครั้ง จนกระทั่งได้รับเลือกให้แสดงเป็นตัวละครนำลำดับ 2 อย่าง แมนนินา ในเรื่องนี้ มาร์กาเรธ ปลาบปลื้มกับโอกาสนี้ จนเธอร้องไห้ออกมาในวันสุดท้ายของการถ่ายทำ
- นิโกเล กริเมาโด ได้รับเลือกให้รับบทเป็น ซารินา ตอนเด็ก หลังจากการทดสอบบท เธอคิดว่าตนได้รับบทนี้เพราะเธอมีสายเลือดซิซิเลียนที่เข้มข้น และเธอรู้สึกภูมิใจที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ตีแผ่วิถีชีวิตของชาวซิซิเลียนอย่างเที่ยงตรง
- อันเจลา โมลินา เล่าว่าผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร โทรศัพท์มาทาบทามให้เธอรับบท ซารินา ตอนโต ในวันเกิดของเธอพอดี อันเจลา รู้สึกดีใจจนสัญญากับตัวเองว่าจะเลิกสูบบุหรี่
- ลินา ซาสตรี เคยสัญญากับกับผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร ว่าจะร่วมงานกันมาหลายปีแล้ว แล้วคำสัญญานั้นก็เป็นจริงเมื่อเธอได้รับบทเป็น ทานา ในเรื่องนี้ หลังจากได้รับโทรศัพท์เชิญจาก จูเซปเป เธอก็เดินทางไปยังแคว้นคาตาเนีย โดยมีจุดมุ่งหมายที่เมืองบาอาเรีย ประเทศอิตาลี ปัญหาเดียวที่ ลินา รู้สึกกังวลคือเธอมีสำเนียงนาโปลี แต่ต้องดัดให้เป็นสำเนียงซิซิเลียนสำหรับบทบาทนี้
- เมื่อ ลุยจิ โล กาสโช รู้ว่าตนได้รับบทเป็นขอทานในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาก็เดินทางออกไปยังโบสถ์ที่เขาแต่งงาน เพื่อขอบคุณพระเจ้า
- มิเกเล พลาชิโด ที่รับบทสมาชิกคอมมิวนิสต์ เคยร่วมงานกับผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร มาก่อนแล้วในเรื่อง The Unknown Woman (2006)
- ผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร โทรศัพท์หาทาบทาม อัลโด ให้มารับบทเป็นนายหน้า ตั้งแต่ตอนที่เขายังเขียนบทภาพยนตร์อยู่ อัลโด ตื่นเต้นกับการแสดงบทนี้มาก เพราะเขาคิดว่าคงเป็นบทผู้ร้ายบทเดียวในชีวิตของเขา
- การรับบทเป็น ดอน เจียชินโต ในเรื่องนี้ ทำให้ ลอลโล ฟรานโก ได้พบผู้กำกับ จูเซปเป ตอร์นาตอเร เป็นครั้งแรก
- ตัวเลขสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ เตรียมงานสร้างนาน 9 เดือน สร้างฉากนาน 12 เดือน ถ่ายทำนาน 25 สัปดาห์ในสถานที่จริง 122 แห่ง โดยถ่ายทำเป็น 2 ภาษา คือซิซิเลียนและอิตาลี ถ่ายทอดเนื้อเรื่องตั้งแต่ปี 1910 ถึงปัจจุบัน มีตัวละครทั้งหมด 210 คน รับบทโดยนักแสดงอาชีพ 63 คน นักแสดงสมัครเล่น 174 คน และตัวประกอบ 35,000 คน ทีมงานถ่ายทำมี 200 คน ทีมงานสร้างฉากมี 350 คน ใช้ฟิล์มไปทั้งหมด 300,000 เมตร ใช้เสื้อผ้า 2,800 ชุด ใช้ยานพาหนะ 250 คัน ใ้้ช้สัตว์ 1,500 ตัว มีเอฟเฟกต์ 1,107 ช็อต และใช้เพลงบรรเลงประกอบ 25 ชิ้น
- ประเทศอิตาลีส่งภาพยนตร์เรื่องนี้และภาพยนตร์อิตาลีอีก 4 เรื่อง คือ Fortapasc (2009) Il grande sogno (2009) Si puo fare (2008) และ Vincere (2009) เข้าชิงรางวัลสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ในงานออสการ์ครั้งที่ 82 แต่ไม่มีเรื่องใดเข้ารอบ
วันนี้ในอดีต
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่นเข้าฉายปี 2008
แสดง ชาลี ไตรรัตน์, ศิรชัช เจียรถาวร, โฟกัส จีระกุล
Divergentเข้าฉายปี 2014
แสดง Shailene Woodley, Theo James, Kate Winslet
คิดถึงวิทยาเข้าฉายปี 2014
แสดง สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
เกร็ดภาพยนตร์
- Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
- The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
It's a Flickering Life
เรื่องราวของ โก (มาซากิ สุดะ) ผู้ใช้ทุกวันเวลาไล่ตามความฝัน ซึ่งชีวิตของเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยนักแสดงและผู้กำกับชื่อดังใน...อ่านต่อ»