เกร็ดน่ารู้จาก The Extraordinary Adventures of Adele Blanc-Sec

เกร็ดน่ารู้
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง ชอบตัวละคร อะเดล บลอง-เซก ในหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec มาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่เมื่อติดต่อผู้เขียน ฌากส์ ตาร์ดี ก็พบว่าผู้กำกับคนอื่นกำลังจะนำเรื่องนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ทว่าภายหลังโครงการก็ยุบไป เพราะความเห็นของผู้กำกับคนนั้นไม่ลงรอยกับ ฌากส์ จากนั้น ลุก จึงติดต่อ ฌากส์ อีกครั้ง และใช้เวลาถึง 6 ปีในการโน้มน้าวใจให้เขายอมขายลิขสิทธิ์ให้
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง เขียนบทดัดแปลงร่างแรกโดยพยายามให้ซื่อสัตย์ต่อหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec แล้วจึงส่งบทไปให้ผู้เขียนหนังสือการ์ตูน ฌากส์ ตาร์ดี อ่าน ผลคือ ฌากส์ พอใจ และขอให้เปลี่ยนแปลงเพียงแค่ชื่อของตัวละครตัวหนึ่งเท่านั้น
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง ติดตามผลงานของ หลุยส์ บูร์กัวน์ มาตั้งแต่ตอนเธอเป็นสาวพยากรณ์อากาศในสถานีโทรทัศน์ กานาล พลูส์ จนถึงการแสดงบทนำใน The Girl from Monaco (2008) ลุก คิดว่าความสามารถในการแสดงบทบาทที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวของเธอ เหมาะกับบท อะเดล บลอง-เซก ซึ่งต้องแปลงโฉมถึง 15 แบบในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ลุก ยังคิดว่าเธอคล้าย อะเดล ตรงที่เป็นคนเปิดกว้าง ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็วเสมอ และเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็นได้ในพริบตา ต่างกันตรงที่ หลุยส์ ไม่บ้าหลุดโลกเท่า อะเดล เท่านั้นเอง
  • แมตธิว อมัลริก คือนักแสดงคนแรกที่ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง เลือกมาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในบท ดิเออเลอเวอต์ เนื่องจากชอบผลงานของเขาใน The Diving Bell and the Butterfly (2007) ตอนแรก แมตธิว ตั้งใจจะเว้นช่วงจากการแสดงเพื่อทุ่มเทให้งานกำกับ ลุก จึงหว่านล้อมเขาให้กลับไปถามลูกๆ ดูก่อน แล้วลูกชายของเขาที่ชื่นชอบหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ก็รบเร้าให้ แมตธิว แสดงได้สำเร็จ
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง รู้จัก ชิลส์ เลอล์ลูช จากภาพยนตร์สั้นที่ ชิลส์ กำกับและแสดงเรื่อง Pourkoi... passkeu (2003) แต่ ลุก ก็ไม่เคยหาบทให้เขาแสดงสักที จนกระทั่งบท เลองซ์ กาโปนี ในเรื่องนี้ ลุก คิดว่ารูปลักษณ์ภายนอกของ ชิลส์ ไม่ต่างจากตัวละครตัวนี้มากนัก เพียงแต่ต้องเพิ่มน้ำหนัก โดยหาอุปกรณ์มาเสริมร่างกายภายนอก
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง คิดว่ารูปลักษณ์ภายนอกของ ฌอง-ปอล รูฟ กับตัวละครที่เขารับบทอย่างนักล่าสัตว์ จุสแตง เดอ แซงต์-อูแบรต์ ในหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec คล้ายกันมาก เพียงเติมเคราแพะ แต่งตาให้ดำขลับ และเอาหมวกซาฟารีให้ ฌอง-ปอล สวม เขาก็จะดูเหมือน จุสแตง ทันที
  • นักแสดงชาย แจ็กกี แนร์เซสซิยง สวมบทยายเฒ่าสติแตก มารี-โจเซฟ เอสเปรองดิเยอ โดยสวมชุดกระโปรงและผมปลอม ในแต่ละวันที่ถ่ายทำ แจ็กกี ต้องแต่งตัวนานถึง 5 ชั่วโมง
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง ร่วมงานกับทีมงานที่คุ้นเคยดีหลายคน เช่น ผู้กำกับภาพ เธียร์รี อาร์โบกาต์ ที่เขาเคยร่วมงานด้วยใน La Femme Nikita (1990) ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย โอลิวิเยร์ เบริโยต์ ที่เขาเคยร่วมงานด้วยใน Arthur and the Two Worlds War (2010) Arthur and the Revenge of Maltazard (2009) และ Arthur and the Invisibles (2006) ส่วนผู้ออกแบบงานสร้าง อูเกส์ ทิสซองดิเยร์ นั้น ลุก เคยร่วมงานด้วยใน The Messenger: The Story of Joan of Arc (1999) และ Arthur ทั้ง 3 ภาคดังกล่าว
  • เดิมผู้กำกับ ลุก เบส์ซง มักใช้แบบจำลองฉากในการเลือกมุมกล้อง และตรวจสอบความสูงต่ำของเพดานและระยะห่างของกำแพง แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้ออกแบบงานสร้าง อูเกส์ ทิสซองดิเยร์ เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการออกแบบและสร้างฉากจำลอง ซึ่งช่วยให้เลือกมุมกล้องหรือเลนส์ได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังประหยัดเงิน ด้วยการสร้างแต่ฉากที่ใช้ถ่ายทำจริงๆ เท่านั้น
  • ผู้ออกแบบงานสร้าง อูเกส์ ทิสซองดิเยร์ หาข้อมูลสำหรับสร้างฉาก จากเอกสารเกี่ยวกับอียิปต์และหนังสือมากมายที่ ฌากส์ ตาร์ดี ผู้เขียนหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec สะสมเอาไว้ในห้องสมุดส่วนตัวภายในอพาร์ตเมนต์ของเขา
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง เล่าว่า ตอนที่ ฌากส์ ตาร์ดี ผู้เขียนหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec เห็นฉากอพาร์ตเมนต์ของ อะเดล บลอง-เซก ตัวละครนำที่รับบทโดย หลุยส์ บูร์กัวน์ เป็นครั้งแรก ฌากส์ มีท่าทีตื้นตันใจ จากนั้น หลุยส์ ที่แต่งตัวเป็น อะเดล ในชุดกระโปรงสีเขียวกับหมวกขนนก ก็เดินมายื่นหนังสือการ์ตูนที่มีลายเซ็นของเธอให้เขา
  • ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง ให้ความสำคัญกับการเตรียมงานก่อนถ่ายทำจริงเป็นอย่างมาก และนี่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ ลุก ไม่ได้อำนวยการสร้างเอง แต่ได้ภรรยาของเขา เวียร์จินี ซีล์ยา มาเป็นผู้อำนวยการสร้าง
  • แนวคิดดั้งเดิมในการเขียนการ์ตูนเรื่อง Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ของ ฌากส์ ตาร์ดี คือการใช้ตัวละครตัวเดียวเดินเรื่อง และในยุค 70 นั้น ตัวละครหลักมักเป็นผู้ชายที่เป็นนักแข่งรถซิ่ง นักบิน ทหาร คาวบอย และตำรวจ ตัวละครหญิงที่โดดเด่นนั้นมีเพียงสาวใช้ที่ไม่มีปากเสียงหรือผู้หญิงแนวอีโรติก ฌากส์ จึงออกแบบตัวละคร อะเดล บลอง-เซก ให้เป็นหญิงเก่งที่ไม่น้อยหน้าผู้ชาย และอยู่ในยุคร่วมสมัยกับ อาร์เซน ลูแปง ตัวละครชายในนิยายดังซึ่งเผยตัวครั้งแรกในปี 1910
  • นักเขียนการ์ตูน ฌากส์ ตาร์ดี เลือกใช้เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นฉากในหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec เพราะเป็นฉากที่เขาสะดวกใจที่จะวาด นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เป็นฉากสำคัญ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์เรือนกระจก ซึ่งมีชั้นวางและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ต่างๆ
  • ฌากส์ ตาร์ดี ผู้เขียนหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ต้องการชี้ให้เห็นว่าเรื่องราวของเขาอยู่ในยุคเก่าแก่กว่ายุค Jurassic Park และ Indiana Jones เขาจึงเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับไข่ดึกดำบรรพ์ 136 ล้านปีของนกยักษ์เทโรแดกทิล ซึ่งฟักเป็นตัวและสร้างความหวาดกลัวไปทั่วในช่วงทศวรรษที่ 1900
  • ฌากส์ ตาร์ดี เขียนหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec โดยได้รับแรงบันดาลใจด้านเหนือจินตนาการมาจากผู้กำกับ ฟริตซ์ แลง และได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีให้มีขึ้นจากนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ จูลส์ เวิร์น ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้มีทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ และเต็มไปด้วยสถานการณ์น่าตกใจที่หาคำอธิบายได้ยาก
  • ทันทีที่หนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ของ ฌากส์ ตาร์ดี เล่มแรกตีพิมพ์ ประเทศญี่ปุ่นก็ต้องการนำไปทำการ์ตูนชุด แต่ ฌากส์ ไม่เห็นด้วยกับจุดที่จะเปลี่ยนแปลง ส่วนสตูดิโอในอเมริกาก็สนใจเหมือนกัน แต่ ฌากส์ ไม่ต้องการดัดแปลงการ์ตูนให้เป็นอเมริกันมากขึ้น หลังจากนั้นมีงานโทรทัศน์อีกหลายเจ้าติดต่อเข้ามา แต่ก็ไม่ลงตัว กระทั่ง 10 ปีผ่านไป ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง ก็ติดต่อมาหาเขา เป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้
  • ฌากส์ ตาร์ดี เข้าใจดีที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จำต้องแตกต่างจากหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ของเขา เช่น ผู้อ่านการ์ตูนสามารถย้อนมาอ่านใหม่หรือเอ้อระเหยได้ แต่ในภาพยนตร์ ผู้กำกับเป็นคนควบคุมจังหวะเวลา และควบคุมสิ่งที่ต้องการเน้นโดยใ้ช้ภาพใกล้ หนังสือการ์ตูนมักดำเนินเรื่องสะเปะสะปะ และจบแบบเน้นให้ติดตามตอนต่อไป แต่ภาพยนตร์ต้องมีจุดจบที่ชัดเจน แม้จะเปิดโอกาสให้สร้างภาคต่อก็ตาม นอกจากนี้ ตัวละครประกอบในภาพยนตร์จะเด่นเกินหน้าตัวละครหลักในทันทีไม่ได้ แต่ในหนังสือการ์ตูนนั้นทำได้
  • ฌากส์ ตาร์ดี กำหนดให้เรื่องราวในหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ของเขาเกิดในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นยุคที่ทุกหนทุกแห่งมีข้าวของเต็มไปหมด เพราะเขาชื่นชอบการวาดรายละเอียดเยอะๆ เช่น เก้าอี้หรือโต๊ะโบราณที่ประดับขาทั้ง 4 ข้างอย่างวิจิตร หรืออาคารในศตวรรษที่ 19 ซึ่งตรงกันข้ามกับอาคารยุคใหม่ที่เป็นรูปทรงเรขาคณิต ฌากส์ ต้องการให้ของประกอบฉากของเขาเสริมการเล่าเรื่อง หรืออาจมีบทบาทในฐานะตัวละครด้วย เช่น มัมมี่
  • นักเขียนการ์ตูน ฌากส์ ตาร์ดี ยอมรับว่าเขาตั้งใจวาดตัวละครใน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ให้มีรูปลักษณ์ภายนอกสุดโต่ง เช่น โหนกแก้มสูง จมูกแหลม และสวมชุดดำ เพราะเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เยอรมันเอกซ์เพรสชันนิสม์ ดังนั้นเมื่อหนังสือการ์ตูนถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ นักแสดงจึงต้องแต่งหน้าเยอะมาก
  • ในหนังสือการ์ตูน พี่สาวของ อะเดล บลอง-เซก มีชื่อว่า มิเรลล์ บลอง-เซก แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอชื่อ อกาธ บลอง-เซก รับบทโดย ลอร์ เดอ แคลร์มองต์-ตอนร์ ผู้เขียนหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ฌากส์ ตาร์ดี ต้องการให้ตัวละครตัวนี้เป็นผู้หญิงที่ต่างจาก อะเดล แบบหน้ามือเป็นหลังมือ และยังใช้เธอสื่อให้เห็นว่า ครอบครัวทำให้ อะเดล เป็นคนหลักลอย แต่อาชีพการงานช่วยยึดเหนี่ยวเธอไว้กับความจริง
  • ฌากส์ ตาร์ดี ผู้เขียนหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ให้ตัวละคร อะเดล บลอง-เซก สวมเสื้อโค้ตสีเขียวตลอดเวลา เพื่อย้ำว่า อะเดล เป็นตัวละครที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ เบกาสซีน ซึ่งเป็นตัวละครหญิงในหนังสือการ์ตูนตัวแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ยังเป็นเพราะ อะเดล มีผมสีทองที่เข้ากับสีสดๆ ได้ดี
  • นักเขียนการ์ตูน ฌากส์ ตาร์ดี ประสบความสำเร็จจากหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ของเขาตั้งแต่เล่มแรก และได้รับการพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงเล่มที่ 9 เมื่อปี 2007 และเขากำลังจะเผยโฉมเล่มที่ 10 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายออกมาเร็วๆ นี้
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ ชื่นชอบหนังสือการ์ตูน Les Aventures extraordinaires d'Adele Blanc-Sec ของ ฌากส์ ตาร์ดี ก่อนที่ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง จะเสนอบท อะเดล บลอง-เซก ให้ เธอชอบ อะเดล ตรงที่เป็นนางเอกการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่ไม่โง่งี่เง่า ไม่ดัดจริต เข้มแข็ง และพูดจาเผ็ดร้อน นอกจากนี้เธอยังมองว่า ฌากส์ ชอบเล่าเรื่องที่หลุดโลกและแหวกแนว ไม่อาจคาดเดาตอนจบของแต่ละเล่มได้
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ เล่าว่า ผู้ช่วยของผู้กำกับ ลุก เบส์ซง โทรศัพท์มานัดพบเธอโดยยังไม่แจกแจงรายละเอียดมากนัก วันต่อมา ลุก เสนอบท อะเดล บลอง-เซก ให้เธอ โดยมอบบทให้นำกลับไปอ่านในเย็นวันนั้น เมื่ออ่านจบ หลุยส์ รีบโทรศัพท์ตอบกลับไปทันทีว่าอยากแสดงมาก วันถัดมาพวกเขาได้พบกันอีก แล้ว ลุก ก็พูดกับ หลุยส์ ว่า "คุณคืออะเดล!" ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ ผู้รับบท อะเดล บลอง-เซก เล่าว่า ผู้กำกับ ลุก เบส์ซง ทำงานเหมือนยอดมนุษย์ เขานอนแค่คืนละ 3 ชั่วโมง และใช้เวลาที่เหลือตัดต่อและถ่ายทำ พร้อมกับที่ยังมีเวลาให้ครอบครัว นักแสดง และลูกทีมอยู่เสมอ
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ เตรียมตัวรับบท อะเดล บลอง-เซก โดยฝึกเดินให้ดูแข็งแกร่งกระฉับกระเฉง พร้อมทั้งศึกษาบทอย่างละเอียดและซ้อมบทพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีผู้กำกับ ลุก เบส์ซง แกล้งมาเดินวนเวียนใกล้ๆ เพื่อรบกวนสมาธิ จนกว่าเธอจะพูดบทได้คล่องแม้ในยามที่ถูกรบกวน
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ ประทับใจรูปลักษณ์ภายนอกของตัวละคร อะเดล บลอง-เซก ที่เธอแสดง ตรงที่เป็นคนหน้าตาย จมูกแหงน ตกกระ และไม่แยแสเรื่องเสื้อผ้า สะท้อนให้เห็นว่าเป็นตัวละครหญิงที่ไม่น้อมรับมาตรฐานที่สังคมยึดถือ การแปลงโฉมตัวเองช่วยให้ หลุยส์ เข้าถึงตัวละครได้ดี อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ คุณแม่มักถ่ายรูปเธอเฉพาะตอนแปลงโฉมเป็นตัวละครต่างๆ เท่านั้น
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ ผู้รับบท อะเดล บลอง-เซก ได้เข้าฉากกับนักแสดงคนอื่นแค่ 2-3 วันต่อครั้งเท่านั้น เธอจึงหงุดหงิดเล็กน้อยที่ไม่มีโอกาสทำความรู้จักเพื่อนนักแสดงอย่างจริงจัง ยกเว้น ลอร์ เดอ แคลร์มองต์-ตอนร์ ที่แสดงเป็น อกาธ บลอง-เซก พี่สาวของ อะเดล ซึ่งนักแสดงทั้งสองเข้าขากันได้ดีทีเดียว
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ ผู้รับบท อะเดล บลอง-เซก รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมแสดงกับ แมตธิว อมัลริก ที่รับบท ดิเออเลอเวอต์ แต่ แมตธิว ต้องแต่งหน้าด้วยหน้ากากลาเทกซ์และสวมแว่นตากันแดด ทำให้ หลุยส์ รู้สึกเหมือนเขาไม่ใช่ แมตธิว และรู้สึกแสดงยากเนื่องจากมองไม่เห็นแววตาของเขา
  • หลุยส์ บูร์กัวน์ ผู้รับบท อะเดล บลอง-เซก ที่เคยเรียนศิลปะมาก่อน รู้สึกทึ่งกับฉากที่ผู้ออกแบบงานสร้าง อูเกส์ ทิสซองดิเยร์ สร้างขึ้น โดยเฉพาะฉากสุสานของรามเสสที่ 2 และภายในอพาร์ตเมนต์ของ อะเดล ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ หรือของตกแต่ง ซึ่งล้วนถอดแบบออกมาจากหนังสือการ์ตูนต้นฉบับทั้งสิ้น
  • ตอนอ่านบท หลุยส์ บูร์กัวน์ ผู้รับบท อะเดล บลอง-เซก ชอบฉากที่เธอต้องร่วมแสดงกับตำรวจติดอ่างในสถานีตำรวจที่สุด หลุยส์ ตั้งหน้าตั้งคอยฉากตลกนี้จนกลายเป็นการกดดันตัวเอง เมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง เธอต้องแสดงหลายเทกกว่าจะผ่านไปได้
  • สำหรับฉากเล่นเทนนิสอันสง่างามในปี 1912 นั้น หลุยส์ บูร์กัวน์ ผู้รับบท อะเดล บลอง-เซก ต้องหัดทำท่าโฟร์แฮนด์ แบ็กแฮนด์ ตบ และเสิร์ฟ ในท่วงท่าแบบบัลเลต์ เธอต้องตีลูกกลับไปพร้อมๆ กับเตะขาข้างหนึ่งไปข้างหลังสูงๆ และทรงตัวด้วยปลายเท้าอีกข้างหนึ่ง

advertisement

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Easy A - มือเขียนบท เบิร์ต วี. รอยัล ริเริ่มเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้โดยผสมผสานวรรณกรรมอมตะ 3 เรื่องเข้ากับเรื่องราวร่วมสมัยในบรรยากาศโรงเรียนมัธยม หนึ่งในนั้นคือ The Scarlet Letter ของ นาธาเนียล ฮอว์ธอร์น ซึ่งเกี่ยวกับทัณฑ์สังคมที่หญิงชาวบอสตันในยุคศตวรรษที่ 17 ที่ชื่อ เฮสเตอร์ พรินน์ ต้องเจอจากการคบชู้สู่ชาย อ่านต่อ»
  • Saw 3D - ช่วงต้นปี 2009 คณะผู้อำนวยการสร้างได้ชมภาพยนตร์ Saw (2004) ภาคดั้งเดิม ที่ถูกแปลงเป็นระบบ 3 มิติ แล้วรู้สึกประทับใจมาก จึงตัดสินใจให้ไฟเขียวในการสร้างภาพยนตร์ภาคนี้แบบ 3 มิติ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Lady of the Dynasty Lady of the Dynasty ผู้คนมากเหล่ามารวมตัวในงานเลี้ยง ลีลาท่ารำของสาวน้อย หยางยู่หวน (ฟั่นปิงปิง) ทำให้ ฮ่องเต้ (หลีหมิง) ตราตรึงใจ แต่แล้วส...อ่านต่อ»