วิจารณ์ The King's Speech

ไปที่หน้า
วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 21 ต.ค. 54 08:46

    ดูแล้ว จะติดอ่างไปด้วย ซะงั้น!

    สมค่าราคาของ ออสการ์ ?

    ในปีเดียวกันนั้น ผมเชียร์ The Social Network สุดใจดิ้น

    จนไม่อาจจะดูหนังเรื่องนี้ได้

    ในที่สุด มันกลายเป็นความอัดอั้น เอาว่ะ ยังไงมันก็ได้ ออสการ์ ตั้ง 4 ตัว แน่ะ คือรู้ว่าหนังดี แต่อยากรู้ว่ามันดียังไง?

    The King's Speech อย่างที่รู้กันว่าสร้างมาจากเรื่องจริงของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ผู้มีปัญหาทางการพูด ต้องขึ้นครองราชย์แทนเจ้าชายเอ๊ดเวิร์ด (กาย เพียร์ซ)ที่สละโอกาสครองราชบัลลังก์ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์จอร์จที่ 5 (ไมเคิล แกมบอน) ผู้เป็นพระบิดา

    หนังทำได้ดีในการลำดับ เรื่องราว ที่มา-ที่ไป ใส่ปมปัญหาเข้าไปให้กับตัวละคร ทั้งสิ่งที่เกิดจากปัญหาในตัวเอง และ สิ่งที่ต้องเผชิญหน้า ภาระอันหนักอึ้งจากการขึ้นครองราชย์ หนังก็ควรค่ากับการได้ ออสการ์

    แต่ถึงยังไง ผมก็ยังคงชอบ The Social Network มากกว่า แม้ว่า The King's Speech จะให้คนดู ได้มากกว่าก็ตาม

    10/10

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 2 มิ.ย. 54 15:31

    แนะนําเลยน่ะครับ ใครที่ดูหนังฝรั่งพากษ์ไทยอยู่เลิกซ่ะ

    มันต่างกันอย่างกับคนละเรื่องจริงๆ ผมให้ 10 จาก dialog ที่ผทชอบเป็นพิเศษ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 30 พ.ค. 54 15:14

    ผม เช่ามาสเตอน์cd มาดู ครับ

    เออ..เข้าท่านะ ชอบ
    ดูสนุกดี นะ
    ดูได้เลย ครับ
    ชอบ นะ เรื่อง นี้

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 8 มี.ค. 54 16:38

    อะไรกันคุณ joblovenuk หนังเรื่อง The King's Speech กับ ศพเด็ก 2002 ใด้คะแนน 3 ดาวเท่ากันหรอครับ หนังพี่พจน์ดีขนาดนั้นเลยหรอ คับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 8 มี.ค. 54 09:01

    King's Speech ( ประกาศก้องจอมราชา ) ..... 3 ดาว .....

    .........มนุษย์ทุกคนล้วนมีคำจำกัดความถึงความง่าย ความยาก ความล้มเหลว และการประสบความสำเร็จแตกต่างกัน สำหรับบางคนต้องยิ่งใหญ่ ต้องมีอำนาจ ต้องรวยล้นฟ้า ต้องอยู่ยงคงกระพัน หรือต้องได้รับการยอมรับจากทั่วหล้า เป็น 1 ในตองอู เค้าถึงจะพอใจ ถึงจะรู้สึกภาคภูมิใจ แต่กับคนบางคน การที่ขอให้ตัวเองเปล่งเสียงออกมาให้ดังฟังชัดฉะฉาน นั่นก็คือที่สุดในชีวิตของเค้าแล้ว ? เรื่องง่ายสำหรับเราอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนบางคน และเรื่องแสนยากสำหรับเราก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครอีกหลายคนก็เป็นได้ ? ในบางประเทศ กษัตรย์หรือพระราชาอาจจะยิ่งใหญ่เหมือนสมมุติเทพ ทำอะไรไม่เคยผิด ดำรงตนอยู่เหมือนไม่ใช่มนุษย์ ผมอยากตั้งคำถามว่า บนโลกนี้มีเทพเจ้าอยู่จริงแล้วล่ะหรือ ? หรือเพราะมนุษย์ไม่สามารถยอมรับในความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ถึงต้องพยายามปั้นภาพสมมุติเทพขึ้นมากันแน่ ?

    .........King's Speech หรือ พระราชดำรัสของพระมหากษัตริย์ เล่าเรื่องของพระเจ้า จอร์จที่ 6 ซึ่งเป็นคนติดอ่าง หมายถึงพูดตะกุกตะกักอ่ะนะครับ ไม่ใช่ติดน้องๆแถวอ่างคุณชูวิทย์ โปรดสังเกตุ หนังไม่ใช้คำว่า Based on true story นั่นแปลว่าทุกอย่างในหนังล้วนเกิดจากจินตนาการของคนเขียนบทและคนทำหนังแท้ๆ เพียงแต่หยิบเอาความจริง ตัวละครจริงที่ดำรงอยู่ในประวัติศาสตร์ มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความคิด และสิ่งที่ผู้กำกับอยากเล่า บรรยายออกมาเป็นภาพให้เราเห็น จะมีความจริงอยู่บ้าง ไม่จริงอยู่บ้างก็สุดแท้แต่ นั่นก็คือสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ของคนทำหนังบ้านเค้า ซึ่งบางประเทศไม่มีวันทำได้ ? ผมเป็นมนุษย์นิยมอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงชอบที่หนังเค้าถ่ายทอดให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของตัวละคร !!

    .........แม้ว่าผมจะไม่นิยมหนังจักรๆวงศ์ๆ แต่พอฝั่งอังกฤษมีหนังเกี่ยวกับราชวงศ์ออกมาทีไร ก็ไม่แคล้วที่ผมจะต้องไปตีตั๋วแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่สมัย The madness of king george ( คิงเป็นบ้า ) ไล่มาถึง Mrs.Brown ( ราชินีกิ๊กกับคนเลี้ยงม้า ) มาถึง The queen ( เล่าเรื่องควีนอังกฤษองค์ปัจจุบันนี้เลย ) ล่าสุดเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องของ พระราชบิดาของ พระราชินีอังกฤษองค์ปัจจุบันนี้แหละ ซึ่งทรงติดอ่าง พูดอะๆๆๆอ่าง หนังพวกนี้เค้าเอาเรื่องราวของเชื้อพระวงศ์อังกฤษจริงๆในประวัติศาสตร์ออกมาทำเป็นหนังเลยนะครับ ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องบอกว่า " แร๊วงง " ผมดูแล้วก็พอเข้าใจเลยว่า ทำไมมือเขียนบทรางวัลออสการ์ปีล่าสุดถึงได้บอกว่า ยอมรอจนควีนมัมสวรรคต ถึงได้เขียนบทหนังเรื่องนี้ออกมา เพื่อเป็นการคารวะ เชื้อพระวงศ์ใกล้ชิดที่ตัวเองยังเคารพอยู่

    .........ภาพยนตร์ถ่ายทอดความเป็นมาเป็นไปของตัวละครได้ดี บทหนังถือว่ายอดเยี่ยมสมควรแก่รางวัล องค์ประกอบและการเล่าเรื่องถือว่าถ่ายทอดได้ดี ส่วนตัวผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ดี และเหมาะกับออสการ์แล้ว แม้ตัวเองจะชอบ inception มากกว่าก็ตาม !! หนังมันพูดถึงการที่มนุษย์คนนึงพยายามที่จะต่อสู้เพื่อจะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเองไปให้ได้ โดยการเชื่อมปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เปิดใจตัวเอง ลดช่องว่างของชนชั้นลง และพยายามทำความเข้าใจ ยอมรับอดีตที่ผ่านมา เพื่อที่ตัวเองจะได้ก้าวข้ามผ่านพ้นมันไป มันคือชัยชนะของมนุษย์คนนึง ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพเทพเจ้ามาให้เราบูชา แต่มนุษย์ทุกคนสามารถยกย่องมนุษย์ด้วยกัน ที่รู้รับผิดชอบ มีข้อบกพร่อง แต่พร้อมที่จะขัดเกลาและปรับปรุง เพราะนั้นล่ะคือวิถีแห่งมนุษย์ มิใช่หรือ ?

    ป.ล. โคลิน เพิร์ธ และ เจฟฟรีย์ รัช แสดงได้พระเจ้าจอร์จมากๆ

    http://www.facebook.com/ayuwat.angkhawut

  • เมื่อ 13 ก.พ. 54 21:01

    เป็นหนังเกรด A สมคำร่ำลือ บทหนังและการกำกับมันสมจริง และเหมือนกับเป็นเรื่องจริงๆ ไม่ได้กำลังแสดงกันอยู่ อารมณ์คล้ายตอนที่ดู The Fighter และก็เหมาะสมแล้วล่ะกับทีมนักแสดงรางวัล SAG Awards เล่นกันเนียนจริง อะไรจริง โคลิน เฟิร์ธ เนี่ยเอาไปเถอะออสการ์นำชายปีนี้น่ะนะ แต่ว่าเจฟรีย์ รัช ปีนี้ขอนะ เคยได้ไปแล้วนี่ ให้พี่เบลแห่งเดอะ ไฟต์เตอร์ไปเถอะ ของเขาแรงจริงๆ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 6 ก.พ. 54 22:43

    หนังเรื่องนี้ถ้าตั้งใจดูให้ดีจะรู้เลยว่ามันเป็นหนังดราม่าผสมตลกคมคาย โดยเฉพาะการเฉือดเฉือนคำพูดกันระหว่างเบอร์ตี้กับโล้ค คอลิน เฟิร์ธ แสดงได้สมบทบาทมากๆ ไม่ใช่แค่อาการติดอ่างที่ต้องเล่นให้เนียนไม่ดูตลกจนเกินไปแต่ยังรวมไปถึงการแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าที่ทำออกมาได้ยอดมาก! โอ้จอร์จ! มันยอดมาก.....ส่วนเจฟฟรีย์ รัช ก็ยียวนได้เยี่ยมจริงๆ ทั้งสองเข้าคู่กันได้ดีมากๆ หนังเรื่องนี้ต้องใช้คำว่า "MUST SEE!" สมควรแก่การดูอย่างยิ่ง :)

  • เมื่อ 6 ก.พ. 54 21:17

    ผมว่า ออสการ์ ปีนี้ คงไม่หนี โคลิน เฟิร์ธไปไหนซะแล้วล่ะ เล่นดีขนาดนี้ นึกว่า ติดอ่างจริงๆซะอีกแน่ะ ^^

    สงสัย เจสซี่ ไอเซนเบิร์ค คนโปรดของผม คงจะเชียร์ไม่ขึ้นซะละ -*-

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 3 ก.พ. 54 18:57

    โคลิน เฟลิร์ธ แสดงได้ดีจริงๆ เสียดายที่ฉายแค่โรงเดียว

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 3 ก.พ. 54 14:35

    ดูสนุก และมีพลัง โคลิน เฟลิร์ธ แสดงเป็นคนติดอ่างได้เนียน จนทำให้ผู้ชมต้องเอาใจช่วยจนถึงช่วงท้ายของเรื่อง เจฟฟรี รัช ก็ได้รับบทที่เด่นรองลงมา เป็นหนังดีดีที่ไม่น่าพลาดอีกเรื่องนะครับ

    9/10

มีทั้งหมด 13 วิจารณ์ หน้าที่ 1 [ก่อนหน้า] 1 2 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

วันนี้ในอดีต

  • จันดารา ปัจฉิมบทจันดารา ปัจฉิมบทเข้าฉายปี 2013 แสดง มาริโอ้ เมาเร่อ, ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์
  • So CloseSo Closeเข้าฉายปี 2003 แสดง Karen Mok, Shu Qi, Vicki Zhao
  • MamaMamaเข้าฉายปี 2013 แสดง Jessica Chastain, Nikolaj Coster-Waldau, Megan Charpentier

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Escape Room 2: No Way Out Escape Room 2: No Way Out คนหกคนมาพบว่าตัวเองโดนขังอยู่ในห้องเกมโหด ค่อยๆ พบว่าพวกเขามีอะไรบางอย่างเหมือนกันเพื่อที่จะรอดชีวิต ร่วมกับผู้รอดชีวิต...อ่านต่อ»