วิจารณ์ ทวิภพ
-
pp
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 11 มี.ค. 47 12:15
บางฉากดูแล้วขนลุก แต่ไม่ชัดเจนในส่วนของการ ย้อนเวลากลับไปกลับมา
-
Kyo
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 10 มี.ค. 47 17:38
เป็นหนังที่สร้างได้ดีจริง ๆ ครับ เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะนำไปประกาศให้ชาวต่างชาติเห็นว่าหนังไทยก็เจ๋งเหมือนกัน ความละเอียดในการสร้างนี่ขอยกนิ้วให้เลยครับ แค่ฉากที่เด็กจุกหาวก็เกินคำบรรยายแล้วครับ ฉากทุกฉากทำได้งามจนตะลึงเลยครับ ภาพสวยดูมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้เลยล่ะครับ สื่อด้วยภาพก็ยอดเยี่ยมแล้ว ทั้งยังคำพูดหลาย ๆ ประโยคในบทยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้งดงามขึ้นอีกเป็นหลายเท่า อย่างตอนที่มณีจันทร์พูดว่า "มันไม่ยากที่จะเล่า แต่มันยากที่จะเชื่อ" คำนี้ทำให้ผมอึ้งไปหลายวินาที แล้วก็ใช้คำธรรมดาหลาย ๆ คำให้ดูลึกซึ้งกว่าที่มันเป็นอยู่ แบบที่ต้องคิดเอาเองต่ออีกหน่อย หลายสิ่งครับที่ทำให้ประทับใจ บรรยายไม่หมดฮะ เสียดายที่มีโอกาสไปดูช้าไปหน่อย เพราะติดธุระ ถ้ามีโอกาสจะไปดูอีกครับ เป็นหนังไทยที่ดีจริง ๆ ครับ ไม่มีได้หนังไทยดี ๆ อย่างนี้บ่อย ๆ ครับ อยากให้ทุกคนไปดูครับ ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ ไปอุดหนุนหนังไทย"ที่ดี"กันด้วยนะครับ (ส่วนหนังไทยห่วย ๆ ก็ปล่อยเค้าไป เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติครับ)
-
115
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 10 มี.ค. 47 10:09
ok มาก ดีอ่ะ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่ส่วนตัวแล้วชอบมาก
-
แม่มณี
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 9 มี.ค. 47 19:28
เพลานี้ข้าไม่รู้จะใช้คำพูดใด มาเอื้อนเอ่ยถึงหนังเรื่องนี้ เพราะมันดูไม่รู้เรื่องเลย นี่หรือท่านพ่อเทพที่เค้าใช้ชื่อว่า การเดินทางครั้งใหม่ของมณีจันทร์ ข้าว่า ท่านผู้กำกับเปลี่ยนเรื่องไปเลยดีกว่ามั้ยเจ้าคะ ถ้ามันเป็นอย่างนี้จะใช้ชื่อทวิภพไปทำไม คนที่เขียนเค้าจะเสียอารมณ์เปล่าๆ อุตส่าห์เขียนมาให้เข้าไปในกระจก แต่นี่ข้าว่า มันชักจะเหมือนเรื่อง บ่วงบรรจถร ไปแล้วนะเจ้าคะ ไม่แน่ใจว่า นางเอกไปในอดีตทางไหนกันแน่ หรือจะหายตัวไปก็มิทราบได้ อันนี้ผู้กำกับควรออกมาชี้แจงนะคะ ส่วนเรื่องโปรโมตหนังขอยกนิ้วให้เลยว่า ทำให้คนอยากไปดูมาก แล้วเป็นไง พอไปดู โดนหลอกกลับมา โหเสียดายตัง อยากให้ผู้กำกับนำคำวิจารณ์หนังเหล่านี้ไปปรับปรุงพัฒนาการทำหนังด้วยนะคะ หนังไทยจะได้ดูอินเตอร์เสียที ขอบคุณที่ให้วิจารณ์
-
Ngong
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 9 มี.ค. 47 15:53
เป็นเรื่องยากที่จะดู ทวิภพ ฝีมือคุณสุรพงษ์ พินิจค้า ได้โดยไม่คิดถึง ทวิภพ ของคุณเชิด ทรงศรี ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2533 แม้จะรู้ว่าเป็นการตีความใหม่ โดยเน้นแนวคิดการเดินทางครั้งใหม่ของ มณีจันทร์ ก็ตาม
มุมมองใหม่ของ ทวิภพ เพิ่มเติมเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ในช่วงเดียวกันเข้าไปอยู่พอสมควร อาทิ เรื่องราวของหมอบรัดเลย์ หรือเซอร์จอห์น บาวริ่ง และยังมีอีกบางฉากที่ถูกตัดออกไปไม่เห็นในภาพยนตร์ จึงทำให้เรื่องราวความรักของ มณีจันทร์ และ หลวงอัครเทพวรการ ถูกลดทอนลงด้วยเวลาอันจำกัด ค่อนข้างล้างภาพเดิมๆ ของ ทวิภพ ที่เน้นเรื่องราวความรักข้ามเวลา
การเดินทางผ่านเวลาของเรื่องนี้ก็ดูแปลก กระจกมิใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้มณีจันทร์ต้องกลับไปในอดีต? การนอนหลับคือการเชื่อมสองภพเข้าด้วยกันอย่างนั้นหรือ? แถมยังเลือกช่วงเวลาที่ย้อนกลับไปได้อย่างแม่นยำเหลือเชื่อ
การร้อยเรื่องราวจากบทประพันธ์และเนื้อหาที่เสริมเข้ามาใหม่ ยังทำได้ไม่ลงตัวนัก อย่างเช่น เมื่อไม่มีกระจกที่จะทวีรอยร้าวทุกครั้งที่มีการเดินทางผ่านเวลา มณีจันทร์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกที่จะอยู่แค่เพียงภพใดภพหนึ่ง และไม่เป็นการสมควรที่คุณแม่ของมณีจันทร์จะทำการกรวดน้ำให้
บทสนทนาที่พาดพิงถึงคนไทยในอนาคตของอดีต ฟังแล้วรู้สึกเจ็บๆ คันๆ อยู่ไม่น้อย เพราะสะท้อนสภาพสังคมได้เป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าการให้มณีจันทร์ที่มีใบหน้ากึ่งตะวันตกเป็นคนพูดประโยคเหล่านี้ จะเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่สะท้อนถึงค่านิยมดังกล่าวด้วยหรือเปล่า
ในส่วนของงานสร้าง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะทำได้ยิ่งใหญ่ ทั้งฉาก เสื้อผ้า เทคนิคพิเศษ และการคัดเลือกนักแสดงมารับบทบุคคลสำคัญต่างๆ เรียกได้ว่าพิถีพิถันสุดๆ น่าเสียดายที่ดนตรีประกอบยังทำได้ไม่อลังการนัก มิฉะนั้นคงจะเสริมให้ภาพยนตร์ดูน่าตื่นตาตื่นใจได้มากกว่านี้
แม้จะมีแนวคิดดีที่ต้องการแทรกเนื้อหารักษ์ความเป็นไทยก็ตาม การนำเค้าโครงเรื่องจากบทประพันธ์แค่เพียงบางส่วนมาถ่ายทอด และใช้คำว่า "ได้รับแรงบันดาลใจ" มากกว่าที่จะใช้คำว่า "สร้างจาก" บทประพันธ์เลื่องชื่อของ ทมยันตี อาจทำให้หลายๆ คนผิดหวัง สำหรับคนที่เคยมีภาพของทวิภพอยู่ในใจมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือ ภาพยนตร์ หรือละคร ก็คงต้องเผื่อใจในความไม่เหมือนเดิมเอาไว้บ้าง -
น้องหน
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 7 มี.ค. 47 14:38
น่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องนะคะ เพราะการนำบทประพันธ์มาทำก็น่าจะทำให้คนที่อยู่ในจินตนาการออกมาโลดแล่นบนแผ่นฟิลม์สมกับคนที่อ่านเค้าจินตนาการ แต่นี้มันเปลี่ยนไปเกือบทั้งหมด มีก็เพียงแต่กลิ่นของเรื่องนี้อยู่จางๆ ถ้าเปลี่ยนชื่อเรืองแล้วบอกว่าดัดแปลงจากทวิภพคงดี เพราะจินตนาการของผู้สร้างก็เยี่ยมเลยทีเดียวล่ะคะ
-
คนแดนใต้
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 5 มี.ค. 47 11:14
ภาพสวยจริงๆค่ะ บทละครก็เยี่ยมด้วย แต่ว่าการลำดับเหตุการณ์ยังสับสนนิดหน่อยนะค่ะ แต่ว่าตอนจบก็รู้เรื่องค่ะ แต่อยากให้มีจุดประทับใจซักฉาก แบบว่าประทับใจมากๆเลยอ่าค่ะ
-
fr
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 4 มี.ค. 47 22:08
ฝากถึงคนที่ยังไม่ได้ดู ขอบอกว่าน่าจะไปดู อย่าเพิ่งประเมินค่าหนังไปก่อนชม สำหรับตัวเองแล้วถ้าไม่ได้ชมคงจะเสียดายมาก เพราะหนังดีมากจริงๆ
-
คนชื่นชอบ
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 4 มี.ค. 47 22:06
เป็นหนังที่ดีมากๆๆๆๆ เรื่องหนึ่ง ซึ่งก็แน่นอนว่าหนังทุกเรื่องคงไม่มีอะไรที่ดีไปหมด แต่เรื่องนี้ก็ทำได้ดี การดำเนินเรื่องน่าสนใจดีนะ ภาพ แสง สีสวยมาก มีความคลาสสิคลงตัว มีความร่วมสมัย มีความน่าสนใจของเนื้อหาทางประวัติศาสตร์บางอย่างที่คนเราก็คงไม่รู้ ดนตรีประกอบดีทำให้ผู้ชมคล้อยตามและมีอารมณ์ร่วมได้มาก แต่ก็อาจจะงงนิดๆ เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง หลังจากชมแล้วรู้สึกว่าประทับใจและรู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งมีหนังไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้รู้สึกได้อย่างนี้ สรุปแล้วเป็นหนังที่ดีมาก น่าจะส่งเข้าชิงออสการ์ และแน่นอนว่าน่าจะมีไว้เป็นเจ้าของ...
-
ABC..
(ไม่ได้เป็นสมาชิก)
เมื่อ 4 มี.ค. 47 12:25
ไม่เห็นมีตอนเดินเข้าไปในกระจกเลย
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
วันนี้ในอดีต
The Cabin in the Woodsเข้าฉายปี 2012
แสดง Chris Hemsworth, Anna Hutchison, Kristen Connolly
ชุมทางรถไฟผีเข้าฉายปี 2007
แสดง เขตต์ ฐานทัพ, สาวิกา ไชยเดช, สุระ ธีระกล
Dark Shadowsเข้าฉายปี 2012
แสดง Johnny Depp, Eva Green, Michelle Pfeiffer
เกร็ดภาพยนตร์
- Underworld: Blood Wars - ตอนแรกมีข่าวออกมาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ เคต เบกคินเซล ในบท เซลีน แต่ผู้ควบคุมงานสร้างและผู้เขียนบท เลน ไวส์แมน ยืนยันแล้วว่าภาพยนตร์ภาค 6 กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และ เคต จะกลับมารับบทเดิม อ่านต่อ»
- A Street Cat Named Bob - แม้จะมีการคัดเลือกแมวหลายตัวให้มารับบท บ๊อบ แต่สุดท้าย แมวบ๊อบ ตัวจริงก็แสดงบท บ๊อบ เองซะส่วนใหญ่ในภาพยนตร์ อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
No Time to Die
เรื่องราวของ เจมส์ บอนด์ (แดเนียล เคร็ก) ที่กำลังสนุกไปกับชีวิตอันเงียบสงบในจาไมกา แต่ช่วงเวลาพักผ่อนนั้นก็เป็นเพียงช่ว...อ่านต่อ»