รูปแบบขององค์การธุรกิจ มีกี่รูปแบบ พร้อมอธิบายและยกตัวอย่างธุรกิจที่มีในประเทศ

29 พ.ค. 61 12:28 น. / ดู 13,844 ครั้ง / 1 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
รูปแบบขององค์การธุรกิจ มีกี่รูปแบบ พร้อมอธิบายและยกตัวอย่างธุรกิจที่มีในประเทศ
ตอบ
1.กิจการเจ้าของคนเดียว ( Single Proprietorship) กิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของหรือลงทุนคนเดียว ควบคุมการดำเนินเองทั้งหมด เมื่อกิจการประสบผลสำเร็จมีผลกำไร ก็จะได้รับผลประโยชน์เพียงคนเดียว ในขณะเดียวกันก็ยอมรับการเสี่ยงภัยจากการขาดทุนเพียงคนเดียวเช่นกัน กิจการประเภทนี้มีอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก ได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุด การดำเนินงานไม่สลับซับซ้อน มีความคล่องตัวสูงในการตัดสินใจดำเนินงาน กิจการมีขนาดเล็กกว่า ธุรกิจ ประเภทอื่น
ตัวอย่างเช่น ร้านค้าส่ง ร้านเสริมสวย ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า การทำไร่ การทำนา
2.กิจการห้างหุ้นส่วน ( Partnership) ห้างหุ้นส่วน เป็นรูปแบบของการประกอบธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และสามารถทำนิติกรรมตามกฎหมายได้ โดยการทำสัญญาด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรที่จะเข้าเป็นหุ้นส่วนกัน ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องลงทุนร่วมกันด้วยเงินหรือแรงกาย เพื่อวัตถุประสงค์ในการแบ่งกำไรที่จะได้รับจากการดำเนินกิจการร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น ห้างหุ้นส่วน ไทยออเร็นจ์ ผลิตและจำหน่าย น้ำผลไม้ปั่นเกล็ดหิมะ น้ำส้ม น้ำมะพร้าว น้ำโกโก้ น้ำบลูเบอรี่ น้ำบลูฮาวาย น้ำลำใย ฯลฯ

3.กิจการบริษัทจำกัด (Limited Company) คือ บริษัทประเภทที่จัดตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้น มีมูลค่าเท่าๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดชอบจำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนส่งใช้ให้ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ
ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า

4. กิจการร่วมค้า (joint venture) เป็นการลงทุนประกอบธุรกิจระหว่างบริษัทกับบริษัท หรือบริษัทกับห้างหุ้นส่วน อาจเป็นบริษัทต่างประเทศมาลงทุนร่วมกับบริษัทภายในประเทศ การค่าร่วมจะมีการทำสัญญาของการเข้าร่วม และผู้เข้าร่วมทุกคนรับผิดชอบในหนี้ที่เกิดขึ้นโดยไม่จำกัด และมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจในระยะสั้น
ตัวอย่างเช่น บริษัท สมหวังก่อสร้าง จำกัด ร่วมกับ บริษัท ฮ.คอนสรัคชั่น จำกัด เข้าทำสัญญารับจ้างทำถนนแก่กรมทางหลวง มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท กำหนดระยะเวลา 3 ปี 6 เดือน






อธิบายข้อดีและข้อเสียของรูปแบบขององค์การธุรกิจ
1.กิจการเจ้าของคนเดียว ( Single Proprietorship)
ข้อดีของธุรกิจประเภทเจ้าของคนเดียว
การดำเนินงานกระทำได้รวดเร็ว เป็นอิสระ ทันต่อเหตุการณ์ สามารถสร้างความคุ้นเคยและความเป็นกันเองกับลูกค้าได้ดี เจ้าของกิจการมีความสนใจที่จะปรับปรุงกิจการของตนเองเป็นพิเศษเพราะผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจะตกเป็นของตนทั้งหมด
ข้อเสียของธุรกิจประเภทเจ้าของคนเดียว
เจ้าของกิจการมักมีทุนจำกัด การขยายกิจการทำได้ยาก เพราะขาดหลักประกันในการกู้ยืม ความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เป็นเจ้าของกิจการเป็นหลัก หากเจ้าของกิจการขาดความสามารถธุรกิจก็อาจตั้งอยู่ได้ไม่นาน นอกจากนี้ หากเจ้าของกิจการเจ็บป่วยล้มตายกิจการมักล้มเลิกตามไปด้วย เพราะขาดผู้รับช่วงดำเนินงานต่อไป

2.กิจการห้างหุ้นส่วน ( Partnership)
ข้อดีของห้างหุ้นส่วน
มีแหล่งเงินทุนมากกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว สามารถใช้ความสามารถในการบริหารโดยระดมสมองร่วมกันตัดสินใจบริหารงาน การเสี่ยงน้อยลง เพราะมีผู้ร่วมเฉลี่ยภาระการเสี่ยง การจัดตั้งไม่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกิจการต่ำ เลิกกิจการได้ง่าย
ข้อเสียของห้างหุ้นส่วน
มีการระดมทุนในวงจำกัดเฉพาะจากผู้เป็นหุ้นส่วนเท่านั้น กำไรถูกแบ่งเฉพาะหุ้นส่วน การตัดสินใจอาจล่าช้า เพราะความคิดเห็นขัดแย้งกันในบางกรณี มีอายุจำกัด ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของห้างหุ้นส่วนแต่ละแห่ง ถ้ามิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ความเป็นห้างจะสิ้นสุดลงเมื่อหุ้นส่วนถอนตัว หรือมีหุ้นส่วนคนใดเสียชีวิตลง การไม่จำกัดความรับผิดชอบของหุ้นส่วน ทำให้อาจไม่กล้าเสี่ยงขยายกิจการ










3.กิจการบริษัทจำกัด (Limited Company)
ข้อดีของบริษัทจำกัด
1. สามารถจัดหาเงินทุนได้จำนวนมากตามที่ต้องการ โดยการออกหุ้นจำหน่ายเพิ่ม หรือจัดหาโดยกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า กิจการประเภทอื่น
2. การดำเนินกิจการบริษัทไม่จำกัดระยะเวลาตามอายุของผู้ถือหุ้น ดังนั้นระยะเวลาในการดำเนินกิจการจึงยาวกว่าการดำเนินกิจการประเภทอื่น
3. ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบเฉพาะมูลค่าหุ้นส่วนที่ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบเท่านั้น โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินใด ๆ ของบริษัท
4. การบริหารงานสามารถหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์จัดการแทนได้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงาน
5. ผู้ถือหุ้นของบริษัทสามารถโอนหรือขายหุ้นให้ผู้ใดก็ได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากบริษัทก่อน
ข้อเสียของบริษัทจำกัด
1. การจัดตั้งบริษัทมีขั้นตอนตามกฎหมายที่ยุ่งยาก
2. กิจการบริษัทเนื่องจากต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกทราบจึงไม่อาจรักษาความลับได้
3. เนื่องจากในการดำเนินการของบริษัทจำกัด มีผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ บริษัทและพนักงาน ดังนั้นในการปฏิบัติงานอาจจะมีบางส่วน ที่ขาดความตั้งใจใน การทำงานเพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเอง
4. การเสียภาษีของกิจการประเภทบริษัทจะเสียภาษีค่อนข้างสูงและซ้ำซ้อนคือบริษัทจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากเจ้าของกิจการ ดังนั้น จะต้องเสียภาษีนิติบุคคลเมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ในฐานะผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาอีกด้วย

4. กิจการร่วมค้า (joint venture)
ข้อดีของกิจการร่วมค้า
ของการตั้งเป็นกิจการร่วมค้าคือ ถ้าโครงการของกิจการร่วมค้าขาดทุน ก็ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล และได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีเงินปันผลของกิจการร่วมค้า
ข้อเสียของกิจการร่วมค้า
ผู้ร่วมค้าแต่ละรายไม่สามารถนำผลขาดทุน ของกิจการร่วมค้าดังกล่าวไปขอหักเป็นค่าใช้จ่ายในการยื่นแบบ ภงด.50 ของโครงการปกติอื่นๆ เช่นกัน





3. หากนำ Digital Transformation มาพัฒนาในประเทศไทย นักศึกษาจะนำมาปรับใช้ด้านใดบ้างจงอธิบาย
หากนำ Digital Transformation มาพัฒนาในประเทศไทย ควรนำมาปรับใช้ในด้านของการศึกษา เพื่อทำให้การศึกษาไทยก้าวหน้าและปรับตัวให้ทันการศึกษาจากประเทศที่ก้าวหน้าไปมากกว่าเราแล้วตอนนี้ อาจจะนำ Digital Transformation มาใช้ในส่วนของการส่งงาน การเรียนการสอนที่ไม่ต้องมาเรียนในห้องเรียน การที่ให้นักศึกษาทำกิจกรรมกลุ่มโดยที่นักศึกษาแต่ละคนนั่งอยู่ที่บ้าน แต่สามารถทำกิจกรรมกลุ่มได้เหมือนกับนึกศึกษาที่มาเรียนในห้องเรียน เป็นต้น
เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 8.1

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google