มรสุมชีวิตหนักหนา ปุ๊กลุก ลดสถานะ ไมค์ เป็นเพียงเพื่อน

18 ส.ค. 64 12:22 น. / ดู 1,047 ครั้ง / 2 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
"ปุ๊กลุก - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล" เปิดใจพูดครั้งแรกหลังจากเจอมรสุมชีวิต พร้อมทั้งประกาศลดสถานะความสัมพันธ์ "ไมค์ - ภัทรเดช สงวนความดี" เหลือเพียงแค่ความเป็นเพื่อน ผ่านรายการ Woody Show
ช่วงที่ผ่านมาน่าจะหนักที่สุดในชีวิต
"หนักที่สุดค่ะ เหมือนกับโลกถล่ม เป็นเหมือนเรื่องที่รู้สึกว่าไกลตัวด้วย คือไม่ได้มีภาพว่าพ่อกับแม่ที่ไม่สบายเลย ภาพคุณพ่อคุณแม่ในความรู้สึกเรา คือเขาแข็งแรงมากๆ ไม่รู้ว่าลูกคนอื่นเป็นยังไง แต่สำหรับตัวเราพ่อกับแม่เป็นกำลังใจสำคัญที่สุดในชีวิต คือมีแฟนกี่คนต้องคุยกับแฟนว่าเราจะไม่มีลูก เพราะอยากเอาเวลาทั้งชีวิตให้กับพ่อและแม่ในช่วงบั้นปลายของเขา อยากเอาเงินทั้งหมดที่มีให้กับคนที่เขาเลี้ยงเรามาทั้งชีวิต อยากให้เขามีความสุขที่สุดในช่วงที่เขาเหนื่อยมามากที่สุดแล้ว"

เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่
"คุณแม่มีโรคประจำตัวคือเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ว่าไปหาคุณหมอเป็นประจำตลอด แล้วก็ไม่เคยมีอะไรที่เป็นสัญญาณเตือนเลยว่าแย่ คืนวันนั้นเราก็กำลังจะนอนได้ยินเสียงเหมือนของหนักตก ในใจเลยคิดว่าหรือคนในบ้านล้ม ก็ตะโกนเรียกแม่พ่อ วิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว เห็นภาพคุณแม่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบันไดเลย คือมันเป็นภาพที่เราเคยเห็นในละครเยอะมาก แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ จะเป็นยังไง ตกใจมาก รับมือกับมันไม่ได้เลย พอเรากรี๊ด พี่สาวก็ลงมาเลยหยิบกุญแจรถ ถามกันว่าจะรอรถพยาบาลหรือจะไปส่งแม่ แต่สภาพคุณแม่ไม่มีทางเลือกอื่นคือยังไงจะต้องขับรถไปเลย ก็เลยช่วยกันอุ้มคุณแม่กับแม่บ้าน ต้องเอาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ไม่มีเวลาที่จะขาดสติได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ดีใจที่วันนั้นเราไม่ได้กลับบ้านดึก ดีใจที่วันนั้นเราอยู่ที่บ้าน ดีใจที่ไม่ได้นอนเร็วเหมือนทุกครั้ง รู้สึกว่ามันมีความโชคร้ายแต่มันก็มีความโชคดีอยู่ในนั้น ที่เป็นวันที่ทุกคนในบ้านอยู่พร้อมกันหมดเลยที่จะช่วยกัน"

ทุกคนพอได้ทราบก็เป็นห่วง
"เห็นคุณพ่อกับคุณแม่ลำบาก เราอยากมีเงินเพื่อให้เขาสุขสบาย แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าเหมือนกับเราจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ เพื่อที่จะแลกกับการรักษาที่เราไม่รู้ว่าจุดจบคือเมื่อไร วันแรกที่เจอคุณหมอก็แจ้งเลยว่าคือโอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม หรือโอกาสที่จะฟื้น หรือโอกาสที่จะรอด เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ เหมือนคุณแม่ขาดนานเกินไป คือตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าคุณแม่หมดลมหายใจไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เราทำดีที่สุดแล้ว คุณหมอก็ถามว่าลูกสาวมีวิธีการคิดยังไงหลังจากนี้ ถ้าเกิดว่าตัวคุณแม่ไม่เหมือนเดิม เราก็ตอบว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่ปล่อยมือแม่ ให้คุณหมอรักษาเท่าที่คุณหมอจะทำได้ โดยที่ไม่ต้องคำนึงเรื่องค่าใช้จ่าย คือรู้ว่ามันหนักสำหรับเรา หนูก็จะทำสุดเท่าที่หนูจะทำได้ จะจับมือแม่จนกว่าแม่จะปล่อยมือหนู"

ถ้าวันหนึ่งคุณแม่ตื่นขึ้นมา อยากจะบอกอะไรกับคุณแม่ 
"อยากให้แม่รับรู้จริงๆ ว่ามันไม่มีอะไรมาแทนที่แม่ได้เลย ไม่มีวันไหนที่หนูนอนหลับได้โดยไม่ตื่นมากลางดึก ไม่ว่าจะนอนที่บ้านหรือที่ห้อง ICU ไม่มีวันไหนเลยหลังจากที่ไม่มีแม่เป็นปกติ แล้วเราจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปแบบปกติได้ รู้สึกว่ามันเร็วเกินไปที่หนูหรือแม่ต้องเจอ คุณแม่อายุ 60 เอง สำหรับหนูคิดว่ามันเร็วเกินไป เป็นช่วงที่เราเพิ่งเก็บเงินที่จะพาเขาไปใช้ชีวิตได้ อยากให้แม่รู้ว่าทั้งชีวิตของหนูก็มีแค่พ่อกับแม่ อยากใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะดูแลคนที่ดูแลเรามาทั้งชีวิต"

ทราบมาว่าตอนนี้อยากดูแลคุณแม่เต็มเวลา
"ถ้าวันหนึ่งมีถ่ายละครได้ก็คงต้องทำ เพราะว่าเงินก็เป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้มากๆ เลยในการที่เราจะนำไปรักษาคุณแม่ให้ได้นานที่สุด ตามกำลังที่เรามี บางรายการที่มันบันเทิงมากๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาความรู้สึกบันเทิงมาจากไหน ก็ไม่ได้รับ แต่ถ้าในด้านการแสดงก็เป็นจิตวิญญาณของเรา ยังไงเราก็ต้องทำแลกกับเงิน ส่วนการเรียนพยาบาล เพราะเราอยู่ในห้อง ICU ทุกวัน เห็นการทำงานทุกอย่างของพี่พยาบาลรวมถึงคุณหมอ ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าวันหนึ่งเรารู้จักว่าอะไร ทำไปเพื่ออะไร วิธีการทำแบบไหน อันไหนอันตราย ในกรณีที่วันหนึ่งเราต้องไปดูแลคุณแม่เองที่บ้าน เราจะได้รู้ว่าสมมติเราจ้างคนมาดูแลคุณแม่ ถูกต้องไหม เพราะแม่เราไม่สามารถพูดได้ ไม่สามารถบอกความรู้สึกได้ มันอุ่นใจที่เราเห็นด้วยตาเราเองว่าถูกหรือผิด"

ตอนนี้สถานะระหว่าง ไมค์ และ ปุ๊กลุก เปลี่ยนไป
"เป็นความรู้สึกของเราเอง รู้สึกว่าตัวเราเองไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต หรือว่าภาวะอารมณ์ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรที่ขำแค่ไหน เราก็เหมือนไม่ได้ยิน คิดเรื่องอื่น ทีนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือเวลาที่คุยกับไมค์ ก็จะรู้สึกว่าเหมือนเราดึงเขาเข้ามาอยู่ในภาวะนี้เสมอ เพราะว่าตัวเราก็ไปภาวะอื่นไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรที่พยายามให้เรามีความสุข บางทีก็รู้สึกว่าเราไม่ได้อยากฟัง เป็นความผิดของเราเอง เลยมีความรู้สึกว่าไม่อยากให้เขามาอยู่ในภาวะที่ต้องทุกข์แบบเดียวกับเรา ก็เลยคิดว่าเราถอยดีไหม เป็นเพื่อนที่ให้กำลังใจกันไปตลอดโดยที่ไม่ต้องพยายาม เขาก็ไม่ต้องพยายามทำอะไรให้เราอีกแล้ว คือเขาก็ทุกข์ใจนะคะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันที่แม่ล้มคือไมค์ขับรถมาถึงที่โรงพยาบาลคือใช้เวลาเร็วมากๆ เลย เห็นถึงความรักที่เขามีให้กับครอบครัวเรา แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาที่เขาไม่สามารถยิ้มได้เพราะว่าเรายิ้มไม่ได้ ก็เลยคิดว่าการที่เรามีสเตตัสที่มันเว้นระยะ เขาก็จะได้มีความสุขในแบบที่เขาควรจะเป็น"

ไมค์ ตกลงเหรอ
"เหมือนเขาอยู่ในภาวะที่อะไรก็ได้สำหรับเรา แล้วแต่ที่ปุ๊กสบายใจ แต่เขาก็จะยืนอยู่ที่เดิมที่เคยยืน เราหันไปกี่ครั้งก็มั่นใจว่าจะเห็นเพื่อนคนนี้ไม่เคยปล่อยมือเราเลยแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าเราเป็นแฟนคือตอนนี้เราไม่พร้อมเสียใครเลย ไม่อยากทะเลาะ คือจิตใจเราไม่ได้พร้อมที่จะปรับความเข้าใจในเรื่องอะไรเลย คือมันแย่มากอยู่แล้ว ชีวิตเราถ้ายังเป็นคนที่สนิทกันมากๆ เหมือนแต่ก่อน เราไปผูกเขาไว้กับสิ่งที่เป็นคอนดิชันใหม่ขึ้นมา ตราบใดที่แม่ยังต้องใช้การช่วยเหลือเยอะแยะมากมายแบบนี้อยู่ การที่มีสเตตัสแบบนี้ก็อาจจะทำให้เขาได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องทุกข์ไปกับเรา"

#ปุ๊กลุกฝนทิพย์
แก้ไขล่าสุด 19 ส.ค. 64 00:01 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

#1 | babala | 18 ส.ค. 64 17:12 น.

   

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

#2 | lovemessi | 20 ส.ค. 64 16:36 น.

   

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google