ฟาดพร้อมข้อมูล! มิว มีน ตุลย์ มาดิสคัสประเด็นสังคม การเมือง ให้ได้ฉุกคิดตาม

2 ก.ย. 64 03:07 น. / ดู 872 ครั้ง / 0 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
เป็นไลฟ์ที่ปังมากเมื่อได้เห็น มิว ศุภศิษฐ์, มีน พีรวิชญ์ และ ตุลย์ ภากร  3 หนุ่มขวัญใจสาววาย
ที่นอกจากจะมอบความสุขความฟินผ่านผลงานต่างๆ แล้ว พวกเขายังได้ใช้พื้นที่ของตัวเองส่งเสียงวิพากษ์
วิจารณ์ปัญหาสังคมในปัจจุบันให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ทาง THE STANDARD POP เลยไม่พลาดชวนพวกเขา
มาพูดคุยใน POP Live Special: POP Powerful Voices in Crisis ว่าเสียงของพวกเขาจะสร้างอิมแพ็ค
เปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างไร
คอมเมนต์มาบอกให้ ฟาดให้ปังปุริเย่ไปเลย ตุลย์บอก วันนี้ไม่มีใครยั้งใครมีแต่ดันหลัง
เอาล่ะเตรียมหลังแอ่นได้เลย XD




และเปิดมาตุลย์คือโดนทักจากพิธีกรเลยนะว่า เหมือนซีรีส์ พฤติการณ์ที่ตาย ที่เขาเล่นและจบไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว
ยังเหมือนฉายในไม่กี่วันก่อนหน้านี้อยู่เลย ในประเด็นที่สะท้อนถึงระบบราชการไทยที่จะไม่มีตัวร้าย
ซึ่งมิวก็ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในสังคมของประเทศไทยจัดกรอบว่าอาชีพนี้เป็นคนดีคนร้ายอยู่ ทำไมเขาถึงไม่คิดว่า
การทำดีของเขามันเป็นหน้าที่ที่ได้เงินภาษีของประชาชนไป
ฟากของมีนก็ฟาดเพิ่ม
ผมไม่ได้แคร์ความดีขนาดนั้น เราไม่ได้ต้องการคนดีในระบบของเรา แต่เราต้องการระบบที่ดี เพราะถ้าระบบมันดี เดี๋ยวคนดีมันมาเอง





พูดถึงระบบราชการแล้ว ต้องอัญเชิญโอวาทจากหมอบรรณหน่อย
"นี่ต้องรอให้มันระบาดทั่วก่อนใช่ป่ะ พวกคุณถึงจะเริ่มทำงานกันอะ แม่-งเปลืองภาษีว่-ะ"

https://twitter.com/safeyourpain/status/1431229718007730181


ก่อนทั้ง 3 จะโดนถามว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าผิดปกติจนต้องออกมา take action
มิว: ผมเอ๊ะตอนเลือกตั้ง การนำเสนอโพลล์ต่างๆ มันได้ข้อมูลที่แปลกมาก แล้วไม่บอกว่ากลุ่มตัวอย่างมาจากไหน ทำให้บางคนรับข้อมูลที่เป็นเฟกนิวส์บางคนเขาไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติมก็พร้อมจะเชื่อเลย การปล่อยโพลล์ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปออกมาทำให้หลายๆ คนเชื่อในทางที่ผิด

ตุลย์: เลือกตั้งปี 62 ใช้งบประมาณจัดตั้งเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย 5,800 ล้าน
แต่คนเลือกตั้งยังไม่สามารถเชื่อเลยว่าผลจะออกมาน่าเชื่อถือ หรือเหตุการณ์ วันเฉลิม ช่วงมิถุนาผมรู้สึกต้องลุกขึ้นมาละ เรารู้สึกว่าจะทำให้การละเมิดสิทธิมนุษยชน การบังคับหายให้เป็นเรื่องปกติไม่ได้ เรื่องบางกลอยก็จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ได้รับการทรีตอย่างเท่าเทียมถูกบังคับให้ออกมาจากพื้นที่ที่เคยใช้ชีวิต และสู้กับราชการแต่ผู้นำในกลุ่มกลับถูกอุ้มหาย เขาโดนปฏิบัติขนาดนั้นไม่ต้องพูดถึงโอกาสในการศึกษาหรือเติบโตในโลกทุนนิยมเลย ข้าวจะกรอกปากเขายังไม่มี ผมเลยรู้สึกต้องพูด
เป็นหน้าที่ของเรา


มีน: จุดเริ่มต้นผมมันเล็กมากๆ ตอนอายุไม่ถึง 10 ขวบผมนั่งกินข้าวอยู่กับญาติ
และจุดประเด็นกันว่าข้าวที่กินเนี่ยทำไมมันแข็งจังเป็นข้าวที่สนับสนุนทีวีช่องนึง พอคุยกันเรื่องนี้โต๊ะกินข้าวก็กระจัดกระจาย เลยรู้สึกว่าทุกเรื่องคุยกันได้หมดทำไมประเด็นทางสังคมมันคุยกันไม่ได้ เราก็เลยพยายามศึกษา
แล้วก็พูดถึงประเด็นเรื่องนี้มาโดยตลอดเพราะเราเชื่อว่าทุกคนพูดได้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด แค่สถาบันครอบครัวยังคุยกันไม่ได้ ก็ไม่ต้องหวังถึงสถาบันอื่น





และชอบที่หนุ่มๆ เขาดิสคัสกันจากตอนแรกที่พิธีกรถามเรื่องการศึกษาหาข้อมูลก่อนมาเคลื่อนไหวบนโซเชียล
ในประเด็นต่างๆ อย่างมิวเปิดมาว่า การศึกษาข้อมูล สารที่เราได้รับมามันเป็นยังไง แต่ละคนจะมี ref ต่างกัน มันมีข้อมูลต่างกัน และอยากให้โฟกัสเนื้อหาที่จะสื่อมากกว่า พอถูกคนมาคอมเมนต์หรือใช้ hate speech ก็จะทำให้หลงประเด็นที่ต้องการจะสื่อไป แต่มีนก็แสดงความเห็นว่า บางคนเขาเสนอว่าเราไม่ควรไปลดทอนความโกรธที่สั่งสมมาจากคนๆ นั้น ทีนี้เราจะหาจุดร่วมยังไง มิวก็ขอเสริมในประเด็นนี้ว่า ถ้ามันเป็นการใส่อารมณ์ แต่ไม่ได้เข้าข่าย Hate Speech ที่ลดทอนคุณค่าของเขา ผมรู้สึกว่าทำได้ แต่ถ้าเกินเลยถึงขั้นผิดกฎหมาย ด่าพ่อแม่ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งตุลย์ก็มองว่า การโต้แย้งที่ใส่ความโกรธเข้าไป
มันก็มีเหตุผลได้ เราเลือกไม่ฟังด้วยการที่บอกว่าเขาเป็นคนแบบนั้น ผมว่าเราสามารถฟังคนที่เขามีอารณ์โกรธได้และใช้ตรรกะมองว่ามันเป็นเรื่องจริงรึเปล่าใช่ข้อความที่เราควรต้องศึกษาเพิ่มรึเปล่า ก็ควรจะรับฟัง





Call out น่ากลัวไหม พอได้ออกมาแล้วเป็นยังไง?
ตุลย์: ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็น Big matter อะไร รู้สึกว่าเป็นปกติของระบอบประชาธิปไตย ถ้าพูดไม่ได้สิแปลก ถ้าเราไม่ได้ offend ใครก็ควรพูดได้ ครั้งแรกที่แสดงออกทางการเมืองคือโพสต์ปี 62 ที่เอาปากกาไปคูหาเลือกตั้ง
มีน: ผู้ใหญ่ก็แสดงความเป็นห่วงมาเยอะเราก็เข้าใจเขามากๆ แต่สุดท้ายสังคมที่จะพัฒนาไปได้มันต้องมีการพูดและการฟัง การ Call out ควรเป็นเรื่องปกติแต่หลายๆ ครั้งเราเห็นในทวิตเตอร์คนที่ออกมาพูดแรงๆ จะได้รับแสงยิ่งบาร์สูง อันนี้เราไม่ค่อยเห็นด้วย ควรมองที่เนื้อหามากกว่า
มิว: น่ากลัวครับ จากที่ทั้งสองคนพูดมาทำให้รู้ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยมันผิดปกติ กลัวผู้ใหญ่จะมองเรายังไง แฟนๆ คนรอบตัวประเทศจะเป็นยังไง แต่พอมองย้อนมามันต้องกลัวเหรอ เราควรมีสิทธิในการพูด  พอได้ออกมาพูดก็สบายใจขึ้น ก็ยังมีคนที่ยังซัปพอร์ตเราอยู่ ที่ออกมาแบบจริงจัง เห็นว่าสถานการณ์ในประเทศมันแย่ แล้วแฟนคลับเราตายจากเหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบัน เราไม่โอเคมากๆ




สัญญาณตอนมีนพูดเริ่มขาดหายๆ ก็มีแซวกันแล้วว่า ใครยิงสัญญาณ XD
มีนยังมีเสริมเรื่องที่ทุกคนอาจไม่ได้มีความคิดเหมือนตอนนี้ว่า ทุกคนมีความคิดที่ผิดได้ เหมือนเมื่อก่อนเราก็เข้าใจว่ามีแค่เพศหญิงกับเพศชาย ขอโยงเข้า LGBTQ ทุกวันนี้มันก็มี LGBTQIA+, Androgynous ไม่มีเพศไปเลย เหมือนว่าคนเรามันเปลี่ยนได้ตลอด วันนี้ผมอาจเป็นผู้ชายพรุ่งนี้ผมอาจเปลี่ยนไปชอบผู้ชายก็ไม่ได้หมายความความเป็นชายของผมตลอด 23 ปีมันผิด อดีตมันก็ผ่านไปและเราก็ยอมรับแก้ไขเท่านั้นเอง ตุลย์เลยมอง
บทสนทนาของศตวรรษที่ 21 คือเรากำลังเข้าใจสิทธิมนุษยชนมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านโซเชียล คนที่เข้าใจ Human Rights จริงๆ แล้วออกมาพูด ผมบอกเลยว่าไม่มีทางบ้ง มันเป็นบทสนทนาที่หลังจากนี้เราจะต้องคุยกันอีกยาวว่า เราโดนลดทอนสิทธิมนุษยชนอะไรไปแล้วบ้าง




ยังมีพูดถึงเรื่องชุดความคิด Generation gap กันอีก
มิว: ตอนนี้ชุดความคิดของแต่ละ gen มันไม่เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีใครมาศึกษาชุดความคิดต่าง gen อยากลองศึกษาชุดความคิดของแต่ละยุค การสื่อสาร สื่อ การรับสื่อ เมื่อก่อนจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก ถ้ามัวแต่ยึดว่าฉันคิดแบบนี้ๆ มันก็ไม่มีการ compromise ที่แท้จริง
มีน: ผมมีคำหนึ่งอยู่ในหัวตลอด ผมจะไม่ยอมแก่หลุดซึ่งข่าวสารไป
ถ้าวันนึงผมอายุ 60 ผมขอคุยกับคนอายุ 10 ขวบรู้เรื่อง หรืออย่างการที่คนรุ่นพ่อแม่จะเชื่อสุดหัวใจ
เลยว่าข่าวที่เสนอผ่านทีวีคือเรื่องจริง
ปัญหานี้เชื่อว่าน่าจะเป็นกันหลายครอบครัว
ตุลย์: ฝากไปถึงผู้ใหญ่ คนที่คุณใช้คำว่าเด็กสมัยนี้ เขาคือผลผลิตที่คุณพยายามส่งเรียนหนังสือ คุณจะไม่ฟังเขาหน่อยเหรอ อย่าให้เขาเริ่มรู้สึกหมดหวังกับประเทศ เราเป็นพลังสำคัญเช่นเดียวกันในวัยที่กำลังเบ่งบาน เราถูกตัดโอกาสไปมากมาย ได้โปรดรับฟังพวกเรานะครับ




และไปสุดมากมีนเลือกอ่านคอมเมนต์ที่มีคนถามว่า compromise แปลว่าอะไร
ตุลย์: แปลว่ากระสุนยางป่ะครับ หรือแก๊สน้ำตาอะไรงี้
มีน: ถ้าแปลด้วย dictionary แปลว่าประนีประนอมครับ
แต่ละคนมันต๊าชชชช เปรี้ยวไม่ไหวแล้ว!




เป็นไลฟ์คุณภาพ ที่ได้รู้เบื้องหลังของการออกมาพูดถึงประเด็นต่างๆ ของพวกเขา
ซึ่งเป็นคนบันเทิงรุ่นใหม่ที่ได้ส่งเสียงแทนประชาชนให้สังคมได้รับรู้ถึงความบิดเบี้ยวหลายๆ อย่างในสังคมนี้



#มิวศุภศิษฏ์ #มีนพีรวิชญ์ #ตุลย์ภากร

ขอบคุณภาพและคลิปจาก
YT: THE STANDARD POP
@safeyourpain
แก้ไขล่าสุด 3 ก.ย. 64 18:59 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google