โหมดคนเคร่งขรึม?! มิว เยือน เถื่อน Talk โดนแซวเรื่องบท หมอนที ว่าเป็นคนไม่น่าคบ พูดไรก็ไม่พูดด้วย

6 ก.ย. 64 02:42 น. / ดู 776 ครั้ง / 0 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
นอกจากปล่อยผลงานมาเป็นสิ่งฮีลใจมอบความสุขให้กับแฟนๆ แล้ว ในเรื่องของการขับเคลื่อนสังคม
ออกมาพูดถึงประเด็นต่างๆ ที่เป็นปัญหานั้นหนุ่ม มิว ศุภศิษฏ์ ก็ได้แสดงจุดยืนอยู่เรื่อยๆ อย่างล่าสุด
ก็ได้ไปนั่งพูดคุยใน เถื่อน Talk ที่ดำเนินรายการโดย สิงห์ วรรณสิงห์ ซึ่งแน่นอนเราจะได้รู้จักผู้ชาย
ที่ชื่อศุภศิษฏ์มากขึ้นผ่านการสนทนากันของพวกเขา
เปิดมาคุณสิงห์พอรู้ว่ามิวนอกจากจะเป็นนักดนตรี นักแสดง ยังเป็นเจ้าของบริษัทที่ทำทั้งเพลงและละครของตัวเอง
เลยถามว่าอายุเท่าไร มีคนตอบเสียงแผ่วเบาว่าอายุ 30 แต่สิงห์ 37 รายการนี้หนุ่มเจนวายเขามานั่งคุยกันแหละ XD




และการที่อยู่ในวงการบันเทิงมาร่วม 11 ปี มิวมองว่าบรรยากาศในตอนนี้ต่างจากแต่ก่อนตรงที่
พูดได้หลายมิติเลยตั้งแต่เรื่องจำนวน คนในวงการเยอะขึ้น คนเข้ามาง่ายขึ้น ทุกแพลตฟอร์มใครหลายๆ คนถ้ามีความสามารถ ก็มาเป็น influencer ได้เลย ด้านดนตรี ศิลปะ การลงทุน การเมือง มีคนที่พร้อมจะเชื่อ ซึ่งมิวก็มองว่า
เขาก็เป็น influencer ในด้านศิลปะทั้งมุมมองด้านการแสดงและตัวเพลง แล้วเดี๋ยวนี้มี entertainer ด้วย เหมือนนักร้องในสมัยก่อนรู้สึกไกลตัวมากๆ ต้องไปเจอตามงานคอนเสิร์ต หรือ เสพงานด้วยเทป ในปัจจุบันสามารถเสพจากการ entertain ผ่านไลฟ์ แฟนมีต คอลไซน์ เกิดความสัมพันธ์กับผู้ชมเหมือนครอบครัวมากขึ้น





เป็นธรรมเนียมของรายการที่จะหาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟแขกรับเชิญ มิวมิวเลือกเป็นชาเขียว
ที่กินชาเขียวเพราะ ไม่ชอบกินกาแฟมันขม แล้วพอเวลากินก็จะดีดๆ หน่อย แต่ชาเขียวรู้สึกว่ากินแล้วสุขภาพดี
ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า





พูดถึงเรื่องการเรียนหนุ่มผู้เป็นว่าที่ด็อกเตอร์คนนี้ เรียนเพราะครอบครัวนะเพราะที่บ้านอยากให้เรียนพวกหมอจริงๆ ชอบชีวะมากเรื่องร่างกาย แต่เห็นคนเรียนหมอ 6 ปีดูเหนื่อยมากเลย เรายังอยากทำงานในวงการเลยเรียนวิศวะละกันเท่ๆ ดี พอพี่สิงห์รู้ว่าเรียนป.เอกอยู่ถึงกับแซวเลยว่า ทำไมนายต้องกลัวเก่งน้อยกว่าชาวบ้าน 55555555




ก่อนจะเล่าเรื่องบรรยากาศในการเติบโตมาในครอบครัว
มิว: เป็นครอบครัวจีนเวลากินข้าวต้องเป็นโต๊ะกลม เรื่องเวลาจะเข้มงวด วันอาทิตย์ต้อง
ไปหาอาม่า เป็นลูกชายคนโตจะมีความคาดหวัง แต่มีน้องสาวได้เรียนนิเทศ เรื่องงานในวงการก็ให้ทำ แต่ไม่อยากให้ทิ้งการเรียน และสิ่งที่ทำให้อยากตื่นมาทำทุกวันคือ การทำเพลงทำหนังทำซีรีส์ เพราะผมก็เป็นเนิร์ดคนนึง ชอบดูหนังฟังเพลง เพราะเราอยู่ในจุดที่ทำได้จริง มันก็เอ็นจอยสนุกมากๆ ในการทำงาน





และจากการเล่นซีรีส์วายมา มิวก็ถูกถามถึงรสนิยมทางเพศด้วย แต่ไม่วายโดนแซวก่อนแล้ว 1
สิงห์: ได้ข่าวว่าจีบสาวเก่ง?
มิว: เป็นคนเรียบร้อยครับ
สิงห์: คือชอบผู้หญิง?
มิว:   มีแฟนเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด พอได้เข้ามาเล่นซีรีส์วาย เราได้เห็นความหลากหลายทางสังคมมากขึ้น รู้สึกว่าความชอบทางเพศมันมีความหลากหลายไม่ต้องใส่ใจแล้วอะ และที่อาจมีการจับจิ้นนอกจอก็มองว่า เดี๋ยวนี้  การเล่นซีรีส์คู่กันที่เป็นพระเอกนางเอกทั้งคู่ชาย คู่หญิง ที่พอละครจบ แล้วจะมีงานคู่ก็เป็นบทบาทของ entertainer




มาเรื่องสังคมกันบ้าง สิงห์จุดประเด็นที่ช่วงนี้คนดังถูกคาดหวังจากสังคมให้ออกมาพูด
และมิวเคยออกมาพูดเรื่องที่ว่า ทำไมประชาชนต้องบริจาคช่วยกันเองด้วย ทำไมถึงออกมาพูด?
มิว: เราเป็นคนปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ บ่อยมากแล้วเราเห็นเขาลำบากจากเรื่องนี้
บางคนป่วยเป็นโควิด บางคนเสียชีวิต เราเคยออกงานพูดเรื่องการบริหารจัดการงานอยู่บ่อยๆ พอพูดเรื่องการบริจาครู้สึกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ใจดี มันมีไอเดียเรื่องการทำบุญที่ ถ้าเราทำอะไรพวกนี้มากๆ จะได้ขึ้นสวรรค์ หรือว่ามันต้องเกิดอะไรดีดีกับเราแน่นอน ทางไอเดียรู้สึกว่า มันอาจจะทำให้เกิดการเอาเปรียบบางอย่างจากคนบางคนได้แค่รู้สึกว่าเรื่องบางอย่างมันเป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐต้องเข้ามาควบคุมและจัดการ พอมีการเอาเงินบางส่วนจากประชนที่ช่วยเหลือกันเองไปใช้ แล้วเขาทำอะไร เขาไม่ต้องทำอะไรเลยนะ แต่เราจ่ายภาษีมาเพื่อให้เขาทำอะไรบางอย่าง เรื่องการเมืองการปกครอง เราเลือกตั้งมาเพื่อให้เขามาปกครองหรือว่าหรือให้เขามาจัดสรรเงินพวกนี้ เพื่อให้กระจายเข้าสู่ประชาชนทุกระดับ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ประชาชนช่วยกันเอง แล้วสิ่งที่เขาต้องทำอะไรตอนนี้

เป็นอีก interview ที่ฟาดร้าบานแบบนิ่มๆ แต่พยักหน้าเห็นด้วยทุกบรรทัดเลย!




วกมาเรื่องวงการบันเทิง ผู้กำกับในดวงใจของมิวคือ Christopher Nolan พส. = พี่สิงห์เองก็ชอบเหมือนกัน
ผลงานการกำกับที่มิวชอบคือเรื่อง The Dark Knight Rises แต่เรื่องล่าสุดอย่าง Tenet มิวก็ชอบการเกลี่ยสี
เพลงประกอบ ตัวเนื้อเรื่องก็ล้ำตามสไตล์ และการดูหนังของมิวรอบแรกดูในฐานะของผู้ชมก่อนว่าสนุกรึเปล่าได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง รอบอื่นๆ จะดูเรื่องเพลง เรื่องงานภาพ การถ่ายภาพส่วนผลงานที่อยากผลิตออกมา ด้วยความที่เราดูหนังในหลายประเภทมากๆ เช่น หนังเพื่อความบันเทิง หนังที่เพื่อสะท้อนอะไรบางอย่างของสังคม เราเลยรู้สึกอยากทำซีรีส์ที่ผนวกเรื่องพวกนี้ได้ แล้วก็อยากให้คนดูได้ mindset อะไรบางอย่าไปเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตได้





พูดเรื่องการเสพสื่อในมุมมองคนเบื้องหลังแล้ว คุณสิงห์ไม่พลาดถามถึงซีรีส์ The Ocean Eyes ที่เขาได้ร่วมแสดงด้วย
ผ่านการติดต่อของผู้จัดป้ายแดง และชอบที่มิวพูดถึงคอนเซ็ปต์ในซีรีส์เรื่องนี้ที่บอก The Ocean Eyes จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตวแพทย์ทางทะเล ในเอเชียเหมือนจะเป็นเรื่องแรก พอเป็นทางทะเลมันสามารถสะท้อนเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ง่าย เพราะพื้นที่ทางทะเลในโลกมันเยอะสุดเลยและมันเชื่อมต่อกับทุกคนอยู่แล้วมันเป็นไอเดียที่ดี เราสามารถสอดแทรกแนวคิดบางอย่างไปในเรื่องนี้ได้




คุยไปคุยมามีแอบหลุดสปอยล์บทกันด้วย
มิว: รับบทเป็น หมอนที หมอน้ำที่เข้ามาในหน่วยงาน The Ocean Eyes
สิงห์: วันก่อนนั่งอ่านสคริปต์ในออนไลน์ หมอนทีดูเป็นคนไม่น่าคบ พูดไรก็ไม่พูดด้วย
ซึ่งบทผมก็ไม่น่าคบอีกคนนึงเช่นกัน

บทนิ่งๆ คูลๆ เย็นชาแน่ๆ งานนี้




ความเอ็นดูของผู้จัดคือ การรีเสิร์ชก่อนถ่ายซีรีส์เรื่องนี้ ต้องติดต่อสัตวแพทย์ท็อปของไทยไปเลยถามเรื่องความรู้การทำงาน
แล้วแฟนคลับเรา เรียนจบสูงๆ มาทั้งนั้น อัยการก็มี หมอเต็มไปหมด
XD




แล้วในฐานะผู้จัดกว่าจะประกอบทุกอย่างเข้าสู่เซ็ตกองถ่ายได้ มิวก็ยอมรับว่า ยากมาก พอเราอยู่ในฐานะผู้จัด เราต้องดูทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นยันจบ ตั้งแต่ก่อนเริ่ม ทุนที่เราได้ต้องจัดสรรยังไงบ้างจนจบแล้วขายได้เท่าไรบ้าง ในระหว่างนั้น
ขั้นพรีโปรดักชั่น การทำบท การแคสต์นักแสดง ทุกอย่างใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไร เลือกใครมาดีนะ ตัวบทต้องเป็นยังไงบ้าง ต้องนำเสนออะไรบ้าง คอยดูแลว่าใช้กี่คิว ใช้โลเคชั่นงบเท่าไหร่บ้าง นักแสดงแต่ละคนคิวลงได้รึป่าว ในแต่ละวันต้องเรียงซีนยังไง และที่ติดต่อพี่สิงห์มาแสดงด้วยนั้นเพราะ เห็นพี่สิงห์ในมุมมองของนักสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด พอพี่มาในเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่ามันจะอิมแพ็คกับคนดูมากๆ





พูดถึงเรื่องมุมมองสิ่งแวดล้อม โอกาสในการใกล้ชิดธรรมชาติในเมืองไทยของมิว ก็โอกาสไม่ได้เยอะเท่าไร
แต่ไปทีนึงเทียบกับสิ่งที่เราเคยเที่ยวในอดีตคือต่างกันเยอะมาก ถ้าใครรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมมันไกลตัว ให้แยกคำว่า สิ่ง-แวดล้อม คำว่า แวดล้อม ก็อยู่รอบตัว สิ่ง ตามชื่อเลยทุกคน สิ่งแวดล้อมก็คืออะไรก็ตามที่อยู่รอบตัวเรา คือสิ่งแวดล้อมเเล้ว ผมรู้สึกเรื่องนี้ ควรจะสอนตั้งแต่เด็ก เพื่อเป็นการ default เรื่องวินัยการแยกขยะ มันควรจะเป็นสิ่งที่เราทำเหมือนแปรงฟัน
และพี่สิงห์ถามเรื่องที่มิวเอาความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมาผนวกกับงานที่อยากทำ มีเรื่องอื่นในฝันอีกไหมที่อยากทำ? เจ้าตัวบอก มีครับ ตอนนี้มีโปรเจ็ต์ที่ค่อนข้างจะชัวร์อยู่ประมาณ 2-3 อัน ที่กำลังทำบทอยู่
ไม่หยุดนิ่งที่แท้ทรู ถ้าไม่มีโควิดคงได้ดูไปหลายเรื่องแล้วววว




ความนั่งแท่นเป็นผู้จัดที่ดูงานทุกขั้นตอนออกไอเดียเองทุกอย่าง ทำให้คุณสิงห์สงสัยว่า
ในเรื่องการทำงานต่างๆ ทำไมไม่ไปออกกับค่ายอื่นๆ ทำไมถึงทำค่ายเอง น่าจะมีคนอยากได้ตัวเยอะ?
มิว:   เรามีเพื่อนๆในวงการ เห็นบางครั้งเขา suffer กับการออกไอเดียได้ไม่เต็มที่ การเป็นค่ายใหญ่ต้องผ่านการคิดจากหลายๆ คน แต่ผมรู้สึกว่าเอาแต่ใจ อยากให้ตัวผลงานของเราเป็นไอเดียของเราจริงๆ เราเลยทำค่ายเองมันนี่ล่ะ พอมีสตูของตัวเองก็ออกไอเดียได้อย่างอิสระเต็มที่เลย รอเสพผลงานของคุณ CEO อยู่นะ 



#มิวศุภศิษฏ์


ขอบคุณภาพและคลิปจาก
YT: เถื่อนChannel
@Msuppasitstudio
แก้ไขล่าสุด 6 ก.ย. 64 11:26 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google