Jackson Wang มีความสุข วู้ดดี้ มอบทุเรียนแบบจุกๆ นานาชนิด

11 ส.ค. 65 23:55 น. / ดู 1,670 ครั้ง / 0 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
hashtag: #jacksonwang
"วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา" จัดให้แบบจุกๆ เผยมุมลับๆ แบบเข้าถึงตัวตน "Jackson Wang" ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ เช่น ความกดดันในการทำงาน การรวมตัวของ "GOT7" ผลงานเพลงล่าสุด พร้อมเผยความรู้สึกที่มีต่อแฟนชาวไทย ในรายการ WOODY FM 
ไม่ได้เจอกันหลายปีเลย 7 ปีแล้วมั้ง
"โอ้ สวัสดีครับ"

เราควรสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เพราะคุณรู้ภาษาไทย
"ผมไม่รู้ภาษาไทย ผมรู้แค่  สวัสดีครับ พี่ Jackson รักครับ, สวัสดีครับ ผม Jackson Wang ครับ, สวัสดีครับ พวกเราคือ GOT7, ใน GOT7 Jackson นะครับ, ทำไม, คุณชื่ออะไร, 1 2 3, รักนะจุ๊บๆ, ขอบคุณครับ (หัวเราะ)"

คนมักจะเรียกคุณว่า พี่ Jack เพราะอะไรเหรอ
"จริงๆ แล้วผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ ผมหมายถึง ผมเป็นเหมือนพี่ชายคนโต ผมก็ถามนะว่าผมอยากมีชื่อเล่นอื่นนอกจาก Jackson Wang เขาก็บอกว่าเรียกพี่ Jack แต่ผมเคยได้ยินคนเรียกน้อง Jack ด้วย ผมสงสัยว่ามันต่างกันยังไง เขาบอกว่า พี่ เรียกคนที่โตกว่า น้อง เรียกคนที่เด็กกว่า เหมือนน้องชายคนเล็ก แต่ผมอยากเป็นพี่คนโต ดังนั้นผมเลยอยากให้คนเรียกพี่ Jack คุณสามารถเรียกผมพี่ Jack ได้แต่เรียกน้อง Jack ไม่ได้"

เหตุการณ์ช่วงที่อยู่ในไทยที่คุณจำได้ดี
"ฝนตกแต่ผู้คนมากมายยังแสดงความรักและสนับสนุนผม ผมรู้สึกแย่มาก ทุกครั้งที่งานจบ ผมแค่คิดว่าพวกเขาจะกลับบ้านยังไง ผมไม่สามารถ ผมแค่หวังว่าผมจะพาเขากลับบ้านได้ เพราะฝนตกหนักหลายคนไม่มีร่ม มันทำให้ผมรู้สึกแย่มาก" 

คุณรู้สึกอย่างไรกับคนไทย
"มีความมุ่งมั่นสูงมาก มุ่งมั่นสุดๆ ถ้าใครสักคนยังมาหาคุณในวันที่อากาศแย่ ไม่ว่าฝนตกหรืออะไรก็ตาม ถ้านี่คือความรัก ผมว่านั่นคือรักแท้นะ เหมือนที่ผมพูดไปผมรู้สึกแย่มาก ผมรู้สึกว่าผมไม่สมควรได้รับสิ่งนี้ โอ้พระเจ้า ผมพูดไม่ออกเลย นี่คือสิ่งที่ผมอยากคุยกับคุณเหมือนกัน การมีชื่อเสียงโด่งดังสำหรับผมรู้สึกว่ามันไม่ตลอดไปสำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันเหมือนฟองสบู่ ตอนที่ผมยังมีสิ่งนี้อยู่ผมควรเห็นคุณค่าของมัน แล้วก็ฝึกฝนและทำให้แน่ใจว่าผมทำมันดีที่สุดทำให้คุ้มค่าที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ผมคิด แต่ผมไม่เคยรู้สึกพอใจ"

สิ่งแรกที่คุณทำตอนตื่นนอน
"ผมตรงดิ่งไปอาบน้ำทันที"

อะไรคือสิ่งที่คุณกลัวมากที่สุดในชีวิต ในทางจิตใจ
"ความผิดหวัง"

หน้าจอโทรศัพท์ของคุณตอนนี้เป็นรูปอะไร
"รูปของผม แม่ของผม และน้องชายของผม"


สีผมที่คุณอยากทำแต่ไม่เคยทำมาก่อน
"สีม่วง"

ถ้านึกถึงประเทศไทย สิ่งแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร
"ความรัก"

ผลไม้ไทยที่คุณชอบที่สุดคืออะไร
"ทุเรียน" 

คุณชอบอะไรในทุเรียน 
"ชอบรสชาติ ความครีมมี่ ชอบแบบนุ่มแต่ข้างนอกมันต้องแข็งหน่อย แล้วตอนคุณกัดทุเรียน ความนุ่มรสชาติจากข้างในมันแบบท่วมในปาก ในปากของคุณมันเหมือนผ้าห่ม ห่มความเป็นชีสและครีมมี่ แบบดีอ่ะ ความแข็งจากผิวทุเรียน แล้วเมื่อคุณกัดมันจะแตก โอ้พระเจ้า ผมชอบของหวานทุเรียน มันคือทุเรียนแล้วก็มีไอศกรีมตรงกลางแล้วก็วิปครีม มันเข้ากันได้ดีมาก ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลกใบนี้"

เล่าให้ผมฟังหน่อย ตอนอยู่ที่บ้านเป็นอย่างไร
"ปกติผมจะใส่เลกกิ้ง แต่ถ้าอยู่บ้านจริงๆ ผมจะไม่ใส่อะไรเลย ผมไม่อยากให้อะไรมาฉุดรั้งเราไว้ เรานอนอยู่บนหมอนสบาย เราคงไม่หาอะไรมาครอบให้อึดอัด เราก็ปล่อยให้ร่างกายสบายๆ ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นอิสระไป"

คุณรู้สึกผิดหวัง
"ใช่ เหมือนเมื่อไม่นานนี้เอง ผมแค่อยากทำอะไรก็ได้ที่ผมอยากทำ ผมเหนื่อยที่ผมต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมมีความฝันของผม ผมแค่อยากทำมันถ้าผมล้มผมได้ลองแล้ว ถ้าผมประสบความสำเร็จหรือผมล้มเหลว ผมก็ล้มเพราะตัวเอง เหตุผลที่ผมอยากเลือกทำในสิ่งที่ใจผมบอกให้ทำ แต่นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรอบตัวหรือทีมของผมอาจจะไม่เห็นด้วย ผมก็เข้าใจว่าทำไม แต่ความรู้สึกจริงๆ ของผมคือมีคนที่เป็นห่วงคุณแต่ไม่ได้สนใจความฝันของคุณ เพราะวิธีการทำงานของอุตสาหกรรม คือทั้งเชิงพาณิชย์และมีคุณภาพไปด้วยกัน เหมือนศิลปะและโฆษณาต้องผสมผสานกันแล้วจะลงตัว แต่สำหรับถ้าผมต้องยอมตัดด้านศิลปะของตัวเองเพื่อการโฆษณา แล้วผมรู้สึกไม่โอเค ผมก็ไม่อยากได้เหมือนกัน มันไม่ใช่ผลงานของผมตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว เหตุผลที่เลือกความผิดหวังเพราะผมอยากเลือกทางเดินของตัวเอง"

อะไรคือสิ่งที่รบกวนจิตใจคุณที่สุด 
"ยังเลยครับ ผมยังอยู่ในขั้นตอนการพยายามกำจัดมันออกไปอยู่ หลายๆ ครั้งผมไม่มีความสุข มันเหมือนผมกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ และมีบางคนที่เขาใส่ใจความฝันของผม แล้วก็มีบางคนที่สนใจแค่ตัวเลข บางคนสนแค่ว่าเราจะได้มาอย่างไร อันนี้เท่าไร อันนั้นเท่าไร แต่ถ้าถามผมจริงๆ ใช่มันสำคัญ แต่ผมไม่สนใจหรอก ผมอยากจะทำในสิ่งที่อยากทำ คุณเข้าใจผมใช่ไหม สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มันทำให้ผมติดอยู่ในหัวมาตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผมแค่ต้องการคนที่มีพลังบวกรอบๆ ตัวผม ไม่ต้องชมผมตลอดเวลา พูดความจริงกับผมสิ ทำสิ่งนี้นี่คือผลลัพธ์ นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมา 1 2 3  คุณก็แค่บอกผมมาทำไมต้องปิดบัง แบบนี้มันไม่ได้ทำให้ผมเป็นศิลปินที่ดีขึ้นได้ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ ถ้าผมเชื่อในความฝันนั้น ก็ให้เชื่อไปกับผม ถ้าไม่เชื่อผม ผมคิดว่าเราไม่สามารถไปด้วยกันได้ มันง่ายๆ แค่นั้นเลย"

พูดถึงเพลง Cruel
"ผมมีความสุขที่ได้กำกับมิวสิกวิดีโอนี้ แน่นอนว่ากับผู้กำกับคนอื่นๆ นักออกแบบท่าเต้นด้วย เราทำมันด้วยกันภายใน 3 อาทิตย์ และเหตุผลที่ผมมักจะกำกับงานของตัวเองอยู่เสมอคือเมื่อ 4 ปีที่แล้วผมถูกผลักไปที่มุม ที่ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ เหมือนคุณไล่ดูสิ่งที่ต้องทำ บรีฟงาน ประชุมกับผู้กำกับต่างๆ คือผมพอละ ไม่ไหวละ ที่ต้องมาหาทีมที่เหมาะสม ไหนจะต้องประชุมอีก แต่เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ ผมจะมาเสียเวลาแบบนี้ไม่ได้แล้ว ตอนนั้นก็เลยแบบ ช่างมัน ผมทำเองเลยดีกว่า แล้วผมก็เริ่มเรียนรู้ เรียนรู้ ตอนนี้ผมผลิตผลงานของตัวเอง และมันเป็น 100% ของสิ่งที่ผมอยากเป็น ผมมีความสุขกับมัน นั่นทำให้ผมมีความสุข"


ระหว่างที่ร้องเพลงที่ราชมังคลากีฬาสถาน คุณคิดถึงปัญหาทางเทคนิคต่างๆ ด้วยไหม
"ผมร้องเพลงแล้วอยู่ๆ ฝนตก บอกตรงๆ ว่าไม่พอใจกับโชว์เท่าไร ผมไม่พอใจกับมันมากเลยผมรู้สึกเสียใจมากหลังจากนั้น จริงๆครับ ผมควรทำมันได้ดีกว่านี้ ผมน่าจะเอนเตอร์เทนคนดูได้ดีกว่านี้ อย่างที่ 2 ผมควรคิดถึงแผนสำรองต่างๆ เช่น มีรองเท้าที่ใส่แล้วไม่ลื่น ผมควรเตรียมตัวดีกว่านี้ ให้มัน 100% ผมรู้สึกหดหู่เหลือเกินหลังจากงานนั้น"

ไม่อยากให้คุณกดดันตัวเองมากเกินไป
"ผมไม่ได้กดดันตัวเองนะ ผมแค่อยากทำมันให้ดีที่สุด ผมมักว่าจะถามตัวเองเสมอว่าทำไมผมถึงไม่ดีที่สุด ซึ่งพอมองลึกๆ เข้าไป มันเป็นเพราะโน่นนี่นั่น เป็นเพราะทุกอย่างที่ผมทำออกมา ดนตรีหรือไม่ว่าอะไรก็ตาม มันก็ยังไม่ดีที่สุด เพราะเตรียมตัวไม่พอ เพราะคนที่ไม่เข้าใจดนตรี เขารู้ว่ามีข้อผิดพลาด อาจจะเรื่องร้อง เรื่องเต้น เรื่องโชว์ เรื่องต่างๆ นั่นคือเหตุผลซึ่งผมรู้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ผมปล่อยผ่านมันไปได้ เพราะนี่คือความจริง ผมเลยพยายามหาจุดบกพร่องเหล่านั้น ผมรักที่คนมากมายที่คอยสนับสนุนผม เช่น คุณช่างน่ารัก สุภาพ แต่ผมคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ควรยกย่องเลย มันคือสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว มันคือเรื่องสามัญสำนึกนะ มันไม่ใช่เรื่องน่าชมเชย หลายครั้งที่ผมรู้สึกขอโทษแฟนๆ ถ้าผมทำมันได้ดีกว่านี้ พวกเขาคงจะภูมิใจมากกว่านี้ สมัยก่อนผมปล่อยเพลงเยอะหรือแม้แต่หลายๆ เรื่องที่เคยทำมันออกมาไม่ดี แต่พวกเขายังสนับสนุนผม ในส่วนลึกของหัวใจผมรู้ว่ามันห่วย พวกเขาก็รู้ว่ามันห่วย แต่เขาเลือกที่จะสนับสนุนผม นั่นทำให้ผมรู้สึกแย่ ผมต้องทำมันให้ดีขึ้นกว่าเดิมแค่นั้น"

เมื่อไรที่คุณจะรู้สึกว่า คุณทำได้ดีที่สุด
"ในจุดที่ผมสามารถปล่อยวางและพอใจได้ ผมยังไม่เคยพอใจเลย ผมอยากให้คนทั่วโลก หรือคนที่ไม่รู้จักผม เวลาที่พวกเขาพูดถึงศิลปินจากตะวันออก ศิลปิน เอเชีย หรือว่าจีน จะบอกว่าศิลปินคนนี้ผลงานโคตรเจ๋ง ผมคงรู้สึกว่าพวกเขาเข้าใจศิลปะที่ผมจะสื่อออกไป ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าผมได้ทิ้งอะไรไว้ ก่อนที่ผมจะจากไป ผมพูดลึกเกินไปใช่ไหม ต้องขออภัยนะครับ" 

มาพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า ยินดีกับการกลับมาของ GOT7
"ใช่ครับ เรากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง มันคือความวุ่นวายแต่สนุก สนุกมาก พวกเราเหมือนกับครอบครัว เราผ่านช่วงเวลาที่ดีและแย่ไปด้วยกัน เราเคยตีกันแต่ก็กลับมารักกันเหมือนครอบครัวแหละ ใช่ มันสนุกมากสำหรับผม มันเป็นมากกว่าธุรกิจ"

เมื่อถ่ายทำรายการ WOODY FM เสร็จเรียบร้อย วู้ดดี้ จึงชวน Jackson Wang เดินชมรอบๆ และขอให้ปิดตาเพื่อมอบความพิเศษให้ และเมื่อเปิดตาขึ้นมาศิลปินหนุ่มถึงกับตกตะลึงและร้องว้าว เพราะสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือทุเรียนกองอยู่เป็น 100 กิโลกรัม พร้อมกับทุเรียนแปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ทุเรียนที่แกะเปลือกไว้แล้ว ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน ข้าวเหนียวทุเรียน กะหรี่พัฟทุเรียนคัสตาร์ด และเค้กทุเรียน ชนิดที่แบบจัดหนักจัดเต็ม Jackson ไม่รอช้าตรงปรี่เข้าไปชิมรสชาติทุเรียนที่โหยหา แบบจุกๆ กันไปเลย








#jacksonwang
เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google