ชาวนาไทยกระดูกสันหลังที่ถูกลืม

25 ม.ค. 66 17:22 น. / ดู 273 ครั้ง / 1 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
dFQROr7oWzulq5Fa5x5djojqHX4ebbsJh5LY2FV38KMDdcId7WZAWEac9h77AHEg7t6.png
ข้าวนับว่าเป็นอาหารหลักของคนทั่วทุกภาคของประเทศไทยและของโลก เพราะประชากรเกินครึ่งโลกรับประทานข้าวเป็นอาหารและประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่เคยเป็นแชมป์ส่งข้าวเป็นอันดับ  1 ของโลกด้วยคุณภาพของพันธุ์ข้าวที่เรียกได้ว่า ดีที่สุด อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศนิยมทำเกษตรกรรมด้วยการทำนาจนมีทั้งพันธุ์ข้าวที่เป็นพันธุ์ของพื้นที่ กับมีสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับการพัฒนาในภายหลัง
วันนี้ผู้เขียนจะพาไปย้อนดูปัญหาของชาวนาไทยที่ปลูกข้าวมาตั้งแต่ยุคโบราณว่าทำไมปลูกข้าวแล้วยังไม่รวยทั้งๆที่ตลาดข้าวในโลกนี้เป็นตลาดที่เติบโตอย่างยาวนาน และข้าวก็ถือเป็นสินค้าที่มีความสำคัญ อันดับต้นๆในปัจจัย 4 ของมนุษย์ทั้งโลก

ในปัจจุบัน ประเทศไทยของเรามีการส่งเสริมชาวนาในการปลูกข้าวทุกปีโดย
เฉพาะอย่างยิ่งการแจกเมล็ดพันธ์ุข้าวจากรัฐบาลในวโรกาสสำคัญอย่างเช่นงานวันพืชมงคล หรือการลงทะเบียนทั่วไปในทุกๆปี โดยพันธุ์ข้าวที่ได้แจกจ่ายแก่เกษตรกรอาทิเช่น 1. ขาวดอกมะลิ 105 2. ปทุมธานี 1 3. กข43 4. กข6 5. กข876. กข85 ที่นับได้ว่าเป็นพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและได้รับการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์อย่าวต่อเนื่องแต่พันธุ์ข้าวเหล่านี้มีข้อจำกัดเพราะเป็นพันธุ์ข้าวที่เก็บไว้ได้ไม่นาน เพราะต้องป้องกันปัญหาเสื่อมคุณภาพของพันธุ์ข้าว

ถ้าย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนมีประเด็นเรื่องของ การเข้าร่วมเป็นภาคี CPTPP คือการยอมรับข้อตกลงที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ หรือ UPOV 1991 ซึ่งตัดสิทธิพื้นฐานของเกษตรกรในการเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อในฤดูกาลถัดไป เพียงแค่เก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อไปปลูกต่อก็จะมีโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท
แปเอื้อผลประโยชน์ให้นายทุนทางอ้อมอีกด้วยเพราะเกษตรกรไม่มีสิทธิ์ถือครองพันธุ์ข้าวต้องซื้อเฉพาะกับนายทุนเพียงเท่านั้น และแน่นอนว่าในเมื่อการทำนามีอุปสรรค และการปลูกข้าวมีต้นทุนที่สูงและมีเงื่อนไขมากมาย และกลไกการตลาดที่บีบให้ราคาข้าวตกต่ำ ส่งผลให้อาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่ยากจนที่สุดจนทำให้หลายคนหันไปทำอาชีพอื่นแทนการทำนา บวกกับค่านิยมและการดูแคลนจากสังคมที่แย่ส่งผลให้ชาวนาถูกยกย่องแค่ในหนังสือเรียนเพียงเท่านั้น

หลายปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นโดยส่วนตัวมองว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนและสร้างความต้องการและแรงจูงใจให้ชาวนามีผลประกอบการจากการทำนาที่อยู่ได้และมั่นคง อาทิเช่น การประกันรายได้ การรับจำนำข้าวที่รัดกุมและโปร่งใส อีกทั้งการแปรรูปข้าวให้มีมูลค่ามากขึ้นหรือการสร้างการตลาดแปลกแยก แยกเป็นตลาดใหม่ที่เป็นตัวของตัวเอง อาทิเช่น ตลาดเหล้าสาเกของญี่ปุ่น หรือตลาดเหล้า
Tequila (เตกิลา)ที่ทำจากต้นกระบองเพชร ที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่นมาแปรรูปโดยเฉพาะ

แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี ซึ่งเรานอกเหนือจากปลายทางที่มีการรับซื้อจากรัฐบาลจากโรงสี การมีเมล็ดข้าวที่ดีและต้นทุนต่ำ ถือว่าเป็นปัจจัยต้นๆในการลดการผลิตข้าวให้มีกำไรและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร ณ ตอนนี้ทางผู้เขียนเห็นนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา ในการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว จากนโยบายใหม่ที่ชื่อ WOW THAILAND เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยส่วนตัวมองว่า ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเมื่อเทียบกับการซื้อเลย ตอบโจทย์เกษตรกรในการตัดต้นทุนการผลิตด้วย

ถามว่า ณ เวลานี้เราอาจเสียอันดับไปเนื่องจากกลไกการตลาด และการผูกขาดจากนายทุนบางกลุ่มซึ่งลำพังตัวเกษตรกรเองไม่สามารถเรียกร้องได้มากมายนัก ต้องฝากถึงทางภาครัฐต้องเล็งเห็นความสำคัญอย่างมากจากตรงนี้ด้วยไม่ใช่เห็นแค่มองว่านายทุนทำอะไรเห็นผลไวกว่าเกษตรกร เพราะชาวนาเอง
คือผู้ที่ต้องแบกรับปัญหาทุกด้าน และเป็นตัวขับเคลื่อนให้การปลูกข้าวให้ไทยขึ้นอันดับประเทศส่งออกข้าวอันดับต้นๆในอดีตและหล่อเลี้ยงคนทั่วโลกอีกด้วย
เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย MacOS

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

#1 | Yvonne | 26 ม.ค. 66 00:07 น.

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google