1. สยามโซน
  2. ละคร
  3. ละครช่อง 7

ละคร นางกรี๊ด

ละครออกอากาศ วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์
ช่องที่ออกอากาศ ช่อง 7
เริ่มออกอากาศ 2 ตุลาคม 2552
เวลาออกอากาศ 20:30 - 22:30 น.
  
กำกับโดย ธงชัย ประสงค์สันติ
ประพันธ์โดย บทประพันธ์ เพ็ญศิริ, บทโทรทัศน์ ทองเอก
นำแสดงโดย
ธนา สุทธิกมล ... ปัญธร
วรัทยา นิลคูหา ... จิระวาตี
ธาวิน เยาวพลกุล ... ปรีติ
ปัณฑิตา เคาวเวลล์ ... โยษิตา
เจมี่ บูเฮอร์ ... ศยามล
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ ... คมเดช
ชมพูนุช ปิยะธรรมชัย ... ปุ๊กกี้
ผู้สร้าง บริษัท คำพอดี จำกัด

ภาพนิ่งจากละคร

เรื่องย่อ นางกรี๊ด

จิระวาตี หรือ แจ๋ม เด็กสาวที่อยู่ในสลัมแห่งหนึ่ง เธออาศัยอยู่กับ จันทรา แม่บุญธรรมตาบอดและ จิราภา หรือ จุ๋ม ลูกสาวจันทราที่เป็นใบ้ จิระวาตีรักจันทรากับจิราภามาก ตั้งแต่จันทราตาบอด นางก็ติดเหล้าและมักด่าทอจิระวาตีเป็นประจำ ส่วนจิราภารักจิระวาตีเหมือนพี่สาวแท้ๆ จิระวาตีหาเงินเลี้ยงดูทั้งสอง โดยการอยู่ในคณะรวมดาวชาวกรี๊ด ของ จรัญ และ ขวัญจิต ซึ่งรับจ้างกรี๊ดทุกงาน จิระวาตีมีเพื่อนในคณะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แม็กซ์ สาวประเภทสองชาวเหนือ นุ่ม ทอมบอยจากอีสาน ปุ๊กกี้ อ้น โดยจิระวาตีเป็นหัวหน้ากลุ่ม

วันนี้ จิระวาตีและเพื่อนต้องไปกรี๊ดที่คอนเสิร์ตนักร้องสาวคนดัง หลังจากนั้น ทั้งหมดก็ไปรับจ้างร้องไห้คร่ำครวญในงานศพเจ้าสัวเจ้าของร้านเพชร สามีของ กิมลั้ง จิระวาตีได้เจอ ปัญธร ลูกชายคนเล็กของ ทัศวรรณ และ ชัยวัฒน์ ซึ่งมางานศพแทนพ่อแม่ด้วย ปัญธรเข้าใจว่าจิระวาตีเป็นญาติเจ้าสัว ปัญธรจึงเดินเข้าไปปลอบใจจิระวาตี จนจิระวาตีไม่ได้บอกความจริง

ปัญธรเป็นเพลย์บอย ไม่ยอมทำงาน เอาแต่เที่ยว กิ๊กของเขาคือ ศยามล หรือ หม่อน สาวเปรี้ยวที่คิดจะจับปัญธร เพราะความรวยของปัญธร แต่ที่ทำให้ชัยวัฒน์กับทัศวรรณหนักใจก็คือการที่ปัญธรยืนยันว่าจะไม่ยอมสืบทอดกิจการผลิตยาดมของครอบครัว แต่เลือกที่จะเข้าวงการบันเทิงเป็นนักร้อง ชัยวัฒน์โกรธ แต่ก็ยอมให้เวลาปัญธรสามเดือนเพื่อทำตามฝัน แต่หลังจากนั้น ถ้าไม่สำเร็จปัญธรจะต้องกลับมาสืบทอดกิจการ ปัญธรตอบตกลง ชัยวัฒน์จึงต้องให้ ปรีติ น้องชายปัญธรที่เป็นคนทำงานเก่ง ช่วยครอบครัวแบ่งเบาภาระที่บริษัท ปัญธรมักไปเที่ยวกับศยามลเสมอ และหลงคารมหวานของศยามลจนถอนตัวไม่ขึ้น ศยามลจึงยิ่งได้ใจ ทำให้ทัศวรรณยิ่งไม่ถูกชะตาในตัวศยามลมากขึ้น

วันหนึ่งทัศวรรณไปเยี่ยม สะอิ้งทิพย์ เจ้าแม่แห่งวงการนางงาม และได้เจอกับโยษิตา หลานสาวของสะอิ้งทิพย์ โยษิตาเป็นคนเรียบร้อย ใจเย็น แต่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ทำให้ไม่ค่อยแข็งแรง ทัศวรรณคิดจะให้ปัญธรแต่งงานกับโยษิตา ดังนั้น ในช่วงที่สะอิ้งทิพย์กับโยษิตายุ่งกับการประกวดนางงาม “หนึ่งในสี่ภาค” นี้ ทัศวรรณจึงตัดสินใจส่งปัญธรมาเป็นผู้ช่วยโยษิตา ซึ่งปัญธรตอนแรกก็ปฏิเสธ แต่พอได้พบกับโยษิตา ก็รู้สึกชอบ จึงรีบตอบตกลง

ปัญธรพาศยามลไปดูคอนเสิร์ต บี ยาง ชาง ซึ่งพวกจิระวาตีต้องไปกรี๊ดในงานนี้ด้วย ศยามลไม่พอใจที่พวกจิระวาตียืนกรี๊ดอยู่หน้าเวที จึงขอให้ปัญธรไปต่อว่า แต่ปัญธรกลับไปคุยกับจิระวาตี ศยามลไปพูดเอง จิระวาตีไม่อยากมีเรื่องจึงพาเพื่อนถอยออกมา แต่สุดท้ายก็มีคนอื่นมายืนหน้าเวทีเหมือนเดิม หลังเลิกงานจิระวาตีซื้อกับข้าวไปฝากแม่กับน้อง แต่จันทราก็โวยวายหาว่าจิระวาตีใช้เงินสิ้นเปลือง จิราภามาห้าม แม่จันทราก็ไม่ฟัง จิระวาตีได้แต่ทน

ในคอนเสิร์ต ปัญธรถูกศิลปินเกาหลีเรียกขึ้นบนเวที แล้วขอให้สอนตนร้องเพลงไทยซักประโยคหนึ่งเพื่ออ้อนแฟนๆ ชาวไทย ปัญธรเลยร้องซะเต็มที่ และมี พี่โต้ ยืนปะปนกับคณะชาวกรี๊ด พี่โต้ เป็นอดีตนักร้องขวัญใจวัยรุ่นเมื่อ 20 ปีก่อน ที่สภาพตอนนี้ค่อนข้างตกอับ แต่ยังมีความหวังจะหวนคืนสู่วงการอย่างสง่าผ่าเผย โดยการปั้นใครซักคนขึ้นมาด้วยผลงานการแต่งเพลงและโปรดิวซ์ของตน ในความคิดเขา เขาเชื่อมั่นว่าเขาไม่แพ้ บอยด์ โกสิยพงศ์ เหมือนกัน

พี่โต้จึงรีบแนะนำตัว พร้อมทาบทามปัญธรให้เป็นศิลปินคนแรกที่ตนจะปั้นให้ดังสุดๆ แต่เมื่อพี่โต้พาไปสตูดิโอ หรือห้องอัด ปัญธรก็ได้รู้ว่าสภาพของห้องอัดที่ว่าเป็นบ้านในสลัมรูหนู อุปกรณ์กันเสียงก็เป็นรังไข่ ร้องๆ มีมอเตอร์ไซค์มาบิด มีเด็กร้องไห้ข้างหน้า ดูยากจนมากๆ แต่พี่โต้ก็ตื๊อจนปัญธรใจอ่อน ด้วยการเปิดเพลงที่ตนแต่งไว้ จนปัญธรที่เดินออกไปแล้ว ต้องย้อนกลับมา ใจอ่อนเซ็นสัญญากับพี่โต้

ที่สลัม จิระวาตีมีเพื่อนขาพิการ คือ บูม ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่ยอมขวนขวายหางานทำ อ้างแต่ว่าเพราะตนพิการ จิระวาตีจึงต้องอดทนพูดปลุกปลอบให้กำลังใจ แต่ก็พูดแบบแรงๆ แสบๆ คันๆ ให้บูมได้คิดว่าเกิดมาทั้งที ก็ต้องสู้กับชีวิตให้ดีที่สุด อย่ายอมจำนนกับชะตากรรมหรือความพิการ และเพื่อนที่เรียนจบปวช.มาด้วยกันคือ ปุ๊กกี้ ที่เรียบร้อยขี้อาย และยังหางานทำไม่ได้ จิระวาตีจึงชวนปุ๊กกี้มาอยู่คณะชาวกรี๊ดด้วย และนอกจากนี้ยังทำงานรับจ้างสารพัด ทั้งซัก รีด ส่งของ ต่อทะเบียนรถยนต์ก็ทำ เรียกว่าอะไรที่เป็นเงิน จิระวาตีเอาด้วยทุกอย่าง

กิมลั้งโทรหาจิระวาตีให้ช่วยมาทำความสะอาดที่บ้าน ทำให้จิระวาตีเจอปัญธรกับโยษิตาที่มาติดต่อเรื่องเครื่องเพชรสำหรับใช้ในการประกวด โยษิตาถูกชะตากับจิระวาตีผิดกับปัญธรที่ตั้งท่ารังเกียจจิระวาตี เพรารู้ความจริงที่รู้ว่าจิระวาตีเป็นเด็กสลัม จึงคิดว่าจิระวาตีโกหกและหาเงินไปเที่ยว จิระวาตีไม่ชอบปัญธรเช่นกัน ทั้งคู่เริ่มเป็นคู่กัดและมีปากเสียงกัน ยิ่งเมื่อจิระวาตีรู้ว่าปัญธรกำลังจะออกอัลบั้ม ก็หัวเราะเยาะ ดูถูกสารพัด จนปัญธรประกาศก้องว่าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตนสามารถเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์ได้

ปัญธรเข้ามาช่วยโยษิตาดูแล น้องเอ๋ ผู้เข้าประกวดในนามภาคใต้ซึ่งสะอิ้งทิพย์ไปเจอที่ร้านส้มตำในสลัม โดยน้องเอ๋อยู่กับ นุ่ม เพื่อนทอมบอยที่ขายส้มตำอยู่ด้วยกัน สะอิ้งทิพย์ชอบใจ เสนอตัวเป็นผู้ส่งน้องเอ๋เข้าประกวด ปัญธรเห็นความแปลกในตัวน้องเอ๋ แต่ไม่ได้พูดมันออกมา สะอิ้งทิพย์กังวลว่า น้องเอ๋จะไม่ได้ตำแหน่ง จึงปรึกษาโยษิตา โยษิตาเสนอให้จ้างหน้าม้ามาเชียร์น้องเอ๋ สะอิ้งทิพย์เห็นด้วย โยษิตาจึงติดต่อ จรัญกับขวัญจิต พวกของจิระวาตีจึงรับงานนี้ โยษิตาดีใจมากที่ได้ทำงานกับจิระวาตี แต่ปัญธรไม่ชอบใจ

ปรีติก็ติดสอยห้อยตามทัศวรรณมา ทำให้ได้พบโยษิตา ปรีติปิ๊ง แต่ไม่กล้าทำอะไรตามประสาผู้ชายที่ไม่ประสาเรื่องผู้หญิงอย่างตน ต่อมาพอทราบว่าทัศวรรณผู้เป็นเป็นแม่ พยายามจับคู่โยษิตา กับปัญธรพี่ชายตน ปรีติจึงต้องแอบซ่อนความรู้สึก โดยคุยกับโยษิตาเป็นเพื่อน ไม่สามารถคิดเกินเลยกว่านั้นกับว่าที่พี่สะใภ้ในอนาคตได้

ในการทำงานครั้งนี้ พวกจิระวาตีต้องมาซ้อมเชียร์ที่บ้านสะอิ้งทิพย์ก่อน ซึ่งทุกคนจะได้เบี้ยเลี้ยงในวันซ้อมด้วย ปัญธรเป็นคนขับรถรับส่งพวกจิระวาตีตามที่โยษิตาขอร้อง ปัญธรเข้าไปเหยียบสลัมเป็นครั้งแรกด้วยความขยะแขยง บูมอาละวาดเมื่อรู้ว่า จิระวาตีต้องไปสุราษฎร์ แม้จิระวาตีจะใช้เหตุผล แต่บูมก็ไม่ฟัง เพื่อนๆ จึงพาจิระวาตีไปทันที

เพลงของปัญธรทำเสร็จออกมา และจะประเดิมร้องครั้งแรกบนเวทีประกวดนางงามนั่นเอง พี่โต้พาปัญธรไปขอสปอนเซอร์เพื่อหาทุนโปรโมตอัลบั้ม จาก เสี่ยดิเรก ซึ่งเสี่ยดิเรกเห็นหน้าปัญธรเข้าก็รู้สึกถูกชะตาอย่างแรง จึงยอมช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้ เพราะภารกิจล่าฝันของปัญธร ทำให้เขามีเวลาให้โยษิตาน้อยลงไปมากๆ จนโยษิตาเริ่มมาสนิทสนมกับปรีติน้องชายของตน

ก่อนวันประกวด ทุกคนเดินทางไปบูทีค โฮเทลหรูริมชายหาดเพื่อเตรียมความพร้อม ศยามลไม่พอใจที่ ปัญธรทำงานจนไม่สนใจตัวเอง จึงตามไปสุราษฎร์พร้อมกับ คมเดช (อัมรินทร์ สิมะโรจน์) คู่ขาเก่าที่ค้ายาเสพติด และนำยามาปล่อยในสลัม ศยามลต้องการกำจัดโยษิตา ว่าที่คู่หมั้นของปัญธร ส่วนปัญธรเริ่มเบื่อกับงานนี้ ทั้งยังไม่รู้สึกชอบโยษิตาเลย เพราะโยษิตาเรียบร้อยเกินไป ปัญธรตามไปช่วยงานที่สุราษฎร์ตามที่ทัศวรรณต้องการ สะอิ้งทิพย์กังวลเรื่องที่น้องเอ๋พูดน้อยผิดปกติ เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว อาจทำให้แพ้เพราะตอบคำถามได้น้อย

จิระวาตีดีใจมากที่ได้มาทะเล จึงออกไปเดินเล่น แต่ก็ต้องอารมณ์เสียเพราะปัญธรเข้ามาหาเรื่อง จิระวาตีขู่จะนำเรื่องศยามลไปบอกโยษิตา ปัญธรจึงเงียบ เพราะกลัวโยษิตาไม่สบายใจ ก๊วนชาวสลัม พอได้มาพักที่หรูหรา ก็เฮฮากันป่วน จนสะอิ้งทิพย์กุมขมับปวดหัว

วันงานประกวดรอบแรก พวกจิระวาตีตื่นเต้นมากแต่ก็ทำได้ดี คมเดชมากับศยามล เขามองออกว่าน้องเอ๋เป็นสาวประเภทสอง นุ่มที่สนิทกับน้องเอ๋ ก็หลุดมีพิรุธ ศยามลจึงไปบอกพี่เลี้ยงตัวแทนภาคเหนือเรื่องน้องเอ๋ เกิดการประท้วงในวันตัดสินรอบสุดท้าย ทำให้สะอิ้งทิพย์เสียหน้ามาก แต่นางไม่ยอมแพ้ เพราะกรรมการให้โอกาสหาคนใหม่มาแทน สะอิ้งทิพย์เลือกจิระวาตี แล้วแปลงโฉมเป็นสาวใต้ โดยจิระวาตีเลือกเต้นฮาวายโชว์ ไม่มีใครเชื่อว่าจิระวาตีจะทำได้ดี พริ้วไหว

โดยเฉพาะปัญธร โยษิตาให้กำลังใจจิระวาตีตลอดเวลา ในที่สุดความจริงใจของจิระวาตีก็ชนะใจกรรมการในรอบสัมภาษณ์จนได้รับตำแหน่งนางงาม “หนึ่งเดียวในสี่ภาค” อย่างไม่คาดคิด สะอิ้งทิพย์ดีใจมาก แต่ก่อนลงจากเวที จิระวาตีเกิดอุบัติเหตุตกบันไดเพราะปัญธรที่เดินร้องเพลงบนเวทีดันไปชนจิระวาตีที่เดินโบกมือรับตำแหน่งอยู่ริมเวที ทำให้จิระวาตี ตกเวที ขาเดี้ยง ต้องกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจของนางงามต่อไป

จิระวาตีโกรธปัญธรมาก เพราะคิดว่าปัญธรแกล้ง ปัญธรต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงจำเป็นของนางงามคนใหม่ไปโดยปริยาย เพราะโยษิตามีงานอื่นอีกมากมาย ศยามลเจ็บใจที่เหตุการณ์พลิก แต่คมเดชก็คอยปลอบใจ ทั้งคู่มีสัมพันธ์กันลึกซึ้งโดยปัญธรไม่รู้ ศยามลขอให้คมเดชจัดการโยษิตา

นอกจากภารกิจดูแลจิระวาตี ปัญธรยังจะต้องทำภารกิจการเป็นนักร้องหน้าใหม่ของตน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องจ้างทีมกรี๊ดของพวกจิระวาตี มาช่วยกรี๊ดในงานแถลงข่าวเปิดอัลบั้ม

ปัญธรไม่ชอบมาที่สลัม แต่ก็ยอมมาดูแลจิระวาตี เขาเห็นจิระวาตีดูแลเด็กๆ ก็หมั่นไส้ จิระวาตีหาว่าปัญธรไม่เคยคิดทำบุญ ปัญธรจึงกลับมาอีกครั้งพร้อมขนมถุงก๊อปแก๊ปมากมาย ปัญธรเชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่ไม่มีเด็กคนใดรับน้ำใจเขาเลย ปัญธรยังไม่ยอมแพ้ เขาพยายามหาซื้อของเล่น ของกินมาให้ โดยปราศจากความจริงใจ เด็กๆ ไม่ยอมรับ จิระวาตีดีใจที่เด็กๆ เชื่อฟังคำสอนของตน ปัญธรปรึกษาปรีติ ปรีติยืนยันเหมือนจิระวาตีว่า เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะใจปรีติพิสูจน์ให้ปัญธรเห็นด้วยการเข้าไปคุยดี หาหนังสือที่มีประโยชน์ให้อ่าน พาวิทยากรมาบรรยายเรื่องที่เป็นประโยชน์ จนจิระวาตี เด็กและคนในสลัมต่างยอมรับปรีติ

ที่บริษัทสะอิ้งทิพย์ มีงานด่วนเข้ามาให้นางงาม ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ โยษิตาจึงพาสะอิ้งทิพย์ไปหาจิระวาตีที่บ้าน สะอิ้งทิพย์ได้เจอจันทราก็ตกใจ จึงรีบติดต่อเสี่ยดิเรกทันที เพราะสะอิ้งทิพย์มั่นใจว่า จิระวาตีจะต้องเป็นลูกของ ดวงใจ นางงามคนหนึ่งของสะอิ้งทิพย์ กับเสี่ยดิเรกแน่นอน เสี่ยดิเรกตกใจมากเมื่อได้เจอจิระวาตีด้วยตัวเอง ก็ยิ่งมั่นใจว่าจิระวาตีเป็นลูก แต่เสี่ยดิเรกยังไม่กล้าบอกจิระวาตี จึงได้แต่ตามดูผลงานจิระวาตีอยู่ห่างๆ ปัญธรแอบไปหาศยามลอยู่เรื่อยๆ แต่ศยามลยังกลัวปัญธรหลุดมือ

ความสัมพันธ์ของปรีติกับโยษิตา เริ่มพัฒนาขึ้นไปในทางที่ดี ถึงเวลานี้ปรีติได้เห็นความดีทั้งกริยา วาจา ใจของโยษิตา ทำให้เขาตกหลุมรักโยษิตาเข้าให้แล้ว

เมื่อจิระวาตีหายขาเจ็บ ก็เริ่มทำหน้าที่ของตนเองในฐานะนางงาม ซึ่งถูกควบคุมหลายอย่าง จิระวาตีเบื่อจึงมาบ่นให้เพื่อนฟัง จันทราได้ยินเข้าก็ด่าจิระวาตี หาว่าเรื่องมาก เลือกงาน จิระวาตีเสียใจแต่ก็ไม่เถียงและตั้งใจจะไม่เกี่ยงงานอีก จิราภาสงสารพี่สาวจับใจ ถึงแม้จะเป็นใบ้ ทำได้แค่เขียนข้อความสั้นๆ ให้กำลังใจ แต่ก็ทำให้น้ำตาของจิระวาตีไหลรินออกมาด้วยความปลาบปลื้ม

ปัญธรรู้สึกเฟล ที่อัลบั้มเพลงของตนไม่ฮิตติดชาร์ตอย่างที่คิด ตรงกันข้าม งบประมาณที่ทุ่มให้กับการโปรโมตก็หมดลงไปโดยที่เพลงเขาไม่ฮิตสักเพลง ชัยวัฒน์ผู้เป็นพ่อ ดีใจที่จะได้ลูกชายผู้สืบทอดกิจการของครอบครัวกลับมา ปัญธรจึงบอกกลับพ่อว่า ขอเคลียร์ทุกอย่างหนึ่งเดือน แล้วจะกลับไปช่วยปรีติ ผู้เป็นน้องชาย ดูแลกิจการผลิตยาดมของครอบครัว

ปัญธรต้องพาจิระวาตีไปหา คุณเหม่า เจ้าของบริษัทปลาร้าแปรรูป ซึ่งปัญธรต้องพา ใบเตย หลานของเขาไปด้วย ใบเตยเป็นลูกของ สิทธา กับ มยุรี สิทธาเป็นน้องชัยวัฒน์ พ่อของปัญธร สิทธามีปัญหากับมยุรีบ่อย มยุรีเอาแต่ทำงาน สิทธาไปมีผู้หญิงนอกบ้าน จนใบเตยกลายเป็นโรคประสาท สิทธากับมยุรีมักพามาฝากที่บ้านชัยวัฒน์เสมอ เพราะต่างอ้างว่ามีธุระ ปัญธรทะเลาะกับจิระวาตีบนรถ จนใบเตยทนไม่ได้กรีดร้องร่ำไห้ออกมา ทั้งสองคนจึงต้องช่วยกันปลอบใบเตย

ปัญธร จิระวาตี และใบเตย เข้าไปในบริษัท คุณเหม่า โดยส่วนตัว คุณเหม่าไม่ยอมรับความเป็นอีสานของตัวเอง แต่ทำดัดจริตพูดไทยคำฝรั่งคำ นอกจากนี้ คุณเหม่ายังจะเกิดอารมณ์โกรธรุนแรงหากใครพูดถึงหรือใช้ภาษาอีสาน จิระวาตีไม่รู้เรื่องนี้ จึงส่งภาษาอีสานตามแบบที่นุ่มเคยสอนไว้ คุณเหม่าโมโหมากจึงไม่จ้างจิระวาตีเป็นพรีเซ็นเตอร์ จิระวาตีไม่เข้าใจ สะอิ้งทิพย์กับโยษิตารู้เรื่อง จึงเล่าเรื่องคุณเหม่าให้ฟัง แต่จระวาตีไม่ยอม เพราะเห็นว่าคุณเหม่าไม่มีเหตุผล แม้เพื่อนๆ จะห้ามแต่จิระวาตีก็ไม่ฟัง ปัญธรเล่าเรื่องให้ปรีติฟัง ปรีติชื่นชอบจิระวาตี แต่ปัญธรไม่สนใจ

จิระวาตีบุกไปบริษัทคุณเหม่าอีกครั้ง ซึ่งกำลังมีงานเปิดตัวสินค้าอยู่ จิระวาตีจึงไปพูดภาษาอีสาน ตำส้มตำ จนทุกคนชื่นชอบ แต่คุณเหม่าโกรธมาก รีบโทรบอกสะอิ้งทิพย์กับโยษิตา โยษิตาขอร้องปัญธรให้ช่วย ในที่สุดปัญธรก็ลากจิระวาตีออกจากงาน และเตือนสติจิระวาตีด้วยคำพูดรุนแรง จิระวาตีนิ่งเงียบ แต่ในใจไม่ยอมแพ้ ใบเตยเอาแต่เก็บตัวในห้อง และอาละวาดทำลายข้าวของ ทำให้ปัญธรปวดหัวมาก ศยามลโทรมาตามหลายครั้ง ปัญธรจึงยิ่งเครียด ปรีติบอกให้ปัญธรใจเย็น สักพัก คุณเหม่าโทรหาปัญธร เพื่อขอให้จิระวาตีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า เพราะลูกค้าชื่นชอบ

ปัญธรขอให้ปรีติช่วยพูดกับจิระวาตี แต่ปรีติไม่รับปาก เพราะมีงานมากมาย ปัญธรจึงต้องไปพูดกับจิระวาตีเอง ระหว่างนั้นปรีติไปเยี่ยมจิระวาตีกับเด็กๆ ที่สลัม และเกริ่นเรื่องการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คุณเหม่า ทั้งยังแนะนำเรื่องการเรียกค่าตัวด้วย จิระวาตีดีใจที่ได้งาน เพราะจะได้นำเงินมาปลูกบ้านใหม่ให้จันทรากับจิราภา ปัญธรดูถูกจิระวาตีด้วยความหมั่นไส้ แต่ยังตามประกบเธอตามหน้าที่ บูมไม่พอใจที่จิระวาตีทำงานมากจนไม่มีเวลาสนใจตนเอง จิระวาตีเหนื่อยใจกับเรื่อง

บูมมาก ส่วนศยามลเบื่อปัญธรที่ไม่มาหา จึงอยู่กับคมเดชบ่อยขึ้นและให้คมเดชสืบประวัติของจิระวาตีด้วย เพราะศยามลเริ่มระแวงจิระวาตีมากกว่าโยษิตา

จิระวาตีเตรียมงานทุกอย่างเป็นแบบอีสาน แม้คุณเหม่าจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่ว่าอะไร จิระวาตีให้เพื่อนๆ มาช่วย จนงานออกมาสำเร็จไปได้ด้วยดี เสี่ยดิเรกมาร่วมงานด้วย และได้พูดคุยกับจิระวาตี เสี่ยดิเรกเอ็นดูจิระวาตีมาก ส่วนปัญธรกับทัศวรรณพาใบเตยมาด้วย ใบเตยมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ร่วมงานนี้ ใบเตยติดจิระวาตีมาก เพราะจิระวาตีเข้าใจใบเตยมากกว่าคนอื่น จนปัญธรแปลกใจที่ทั้งคู่เข้ากันได้ดี

ปัญธรนำซีดีอัลบั้มของตนที่เหลือเป็นลังๆ มาแจกที่สลัม อย่างน้อยเขาก็ดีใจที่เห็นชาวสลัมกลุ่มเพื่อนจิระวาตีมารุมยื้อแย่งกัน แต่ก็ทราบภายหลังว่า ชาวสลัมเอาแผ่นซีดีของเขาไปร้อยเชือกแขวนไล่แมลง บ้างก็ห้อยท้ายรถจักรยาน ปัญธรถอนใจ คิดว่าดีแล้วที่ตนล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์

จากงานที่ผ่านมา ทำให้มีคนสนใจปลาร้าแปรรูปมากขึ้น มีการสั่งของมากจนโรงงานผลิตเกือบไม่ทัน นอกจากนี้ จิระวาตียังพยามยามทำให้คุณเหม่า มองเห็นคุณค่าความเป็นอีสานด้วย จนคุณเหม่าเริ่มเปลี่ยนใจ จิราภาดีใจที่จิระวาตีได้เงินเยอะ แต่จันทรากลับพูดจาทวงบุญคุณเหมือนเคย จิระวาตีโด่งดังมากขึ้น จนมีงานเข้ามากมาย ขณะที่นายไว ลูกน้องคมเดชสืบเรื่องจิระวาตี นายไว เอาเหล้ามาฝากจันทรา และหลอกถามจนได้ประวัติจิระวาตี ขณะนั้นไฟไหม้แถวสลัมพอดี ทุกคนจึงขนของหนี โชคดีที่ปัญธรตามมาด้วย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย จิระวาตีก็ขอบคุณปัญธรที่อยู่เป็นเพื่อน ศยามลได้ประวัติของจิระวาตีก็ดีใจมาก และรอคอยวันที่จะเปิดโปงจิระวาตี

ปัญธรเล่าเรื่องไฟไหม้ให้พ่อกับแม่ฟัง ครอบครับปัญธร เสี่ยดิเรก ต่างพากันช่วยเหลือชุมชนที่ถูกไฟไหม้ จิระวาตีอยากนำเงินที่ทำงานได้ไปช่วยซ่อมบ้านให้เพื่อนบ้าน จนจันทราด่าหาว่าไม่ดูแลคนในบ้าน ทำให้จิระวาตีกลุ้มใจมาก โยษิตาเห็นความจริงใจของจิระวาตี จึงแนะให้จิระวาตีใช้ตำแหน่งนางงามขอความช่วยเหลือจากที่ต่างๆ นอกจากนี้ โยษิตายังพาจิระวาตีไปเปิดบัญชีที่ธนาคารอีกด้วย แต่โยษิตาเริ่มไม่สบาย ทำให้จิระวาตีเป็นห่วง โยษิตาไม่อยากให้คนอื่นกังวลใจไปด้วย จึงไม่บอกความจริงเรื่องอาการป่วย

จิระวาตีทำตามที่โยษิตาแนะนำ แต่ติดที่พื้นที่เหล่านั้นมีเจ้าของที่ดิน ซึ่งอาจไม่ยอมให้ชาวบ้านอยู่ต่อ จิระวารีจึงไปขอความช่วยเหลือจากรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมที่เคยรู้จัก ซึ่งรัฐมนตรีรับปากจะช่วยเต็มที่ ในที่สุด ทุกคนก็สามารถสร้างบ้านอยู่ที่เดิมได้ จิระวาตีมีชื่อเสียงมากขึ้น แต่เธอกลับไม่ชอบเลย

วันหนึ่งปัญธรพาจิระวาตีไปอัดรายการ จิระวาตีระบายความอัดอั้นเรื่องเบื่อตำแหน่งขึ้นมาปัญธรจึงปลอบให้ใจเย็น เมื่อทั้งคู่ไปถึงสตูดิโอ ศยามลก็มาดักไว้ จิระวาตีหมั่นไส้จึงทำหวานใส่ปัญธร จนศยามลทนไม่ได้ ปัญธรต้องแยกศยามลออกมา ศยามลออดอ้อนจนปัญธรใจอ่อนยอมอยู่ด้วย

จิระวาตีตัดสินใจรับงานมอบโล่เกียรติบัตรของรัฐมนตรีวัฒนธรรมเป็นงานสุดท้าย เพราะเธออยากใช้ชีวิตที่สงบสุข โยษิตา ใบเตย ปรีติ และทัศวรรณ มาเที่ยวหาจิระวาตีที่บ้าน ทำให้จิระวาตีรู้ว่าปัญธรอ้างชื่อเธอแต่ไปอยู่กับศยามล จิระวาตีสงสารโยษิตาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขณะที่ปรีติไปถามปัญธรเองจนรู้ว่าชายหนุ่มไปอยู่กับศยามล ปรีติเตือนปัญธร ปัญธรรับปากจะหาทางจัดการ เพราะปัญธรก็เริ่มเบื่อศยามลแล้ว ปรีติได้คุยกับโยษิตาก็รู้สึกดีกับโยษิตามากขึ้น

ในงานมอบโล่เกียรติบัตร ผู้คนไปร่วมงานมากมาย รวมถึงศยามลด้วย ปัญธรคอยดูแลจิระวาตีอย่างใกล้ชิด สะอิ้งทิพย์ซื้อสร้อยคอเป็นของขวัญให้จิระวาตี เมื่อถึงเวลา จิระวาตีขึ้นไปรับโล่และกล่าวขอบคุณ ขณะนั้น มีคนแอบแจกใบปลิวบอกประวัติของจิระวาตีที่เป็นลูกโสเภณี และมีอาชีพรับจ้างกรี๊ด จิระวาตีอึ้ง เสี่ยดิเรกจึกออกหน้าแทน และบอกความจริงที่ตนเป็นพ่อของจิระวาตี เรื่องกลับตาลปัตร จิระวาตีดังกล่าวเดิม ศยามลเจ็บใจมาก จึงให้คมเดชจัดการขั้นเด็ดขาดกับจิระวาตี

จิระวาตีดีใจที่เจอพ่อ แต่เธออยากเจอแม่ เสี่ยดิเรกสัญญาว่าจะตามหาแม่ของจิระวาตีให้เจอ เสี่ยดิเรกปรึกษาสะอิ้งทิพย์ ทั้งคู่ขอร้อง ผกามาศ เพื่อนนางงามของดวงใจมาหลอกเป็นแม่ของจิระวาตี จิระวาตีดีใจมากที่เจอผกามาศ เธอขอให้เสี่ยดิเรกไปกับจิระวาตีสองคน เขาเล่าเรื่องที่ทอดทิ้งแม่ของจิระวาตีไปเพราะไม่อยากมีพันธะ และตอนนั้นเสี่ยดิเรกมีเมียแล้ว จึงไม่พาผู้หญิงอื่นเข้าบ้าน จิระวาตีขอร้องเสี่ยดิเรกไม่ให้บอกจันทรา เสี่ยดิเรกตกลง เพื่อนของจิระวาตีต่างดีใจที่จิระวาตีโชคดี ทั้งหมดออกไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยขึ้น ทัศวรรณหนักใจเรื่องปัญธร ชัยวัฒน์จึงปลอบใจและปรึกษาเรื่องขอใบเตยมาเลี้ยง ทัศวรรณเห็นด้วย

จิระวาตีไปร่วมกิจกรรมในฐานะนางงามอีกครั้งกับปัญธร คุณเหม่าเข้ามาทักทายด้วยภาษาอีสาน จิระวาตีดีใจมากที่คุณเหม่าเปลี่ยนความคิดได้ คุณเหม่าขอให้จิระวาตีไปเป็นพรีเซ็นเตอร์อีก จิระวาตีตกลง ศยามลโทรหาปัญธร แต่ปัญธรปฏิเสธที่จะไปหาศยามล ทำให้ศยามลโกรธมาก

จิระวาตีไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คุณเหม่า โดยมีปัญธรไปด้วย แต่เขาทำห่างเหินกับจิระวาตีจนเธอทนแทบไม่ได้ ศยามลมาเห็นสองคนอยู่ด้วยกันก็หาเรื่องทันที ปัญธรเบื่อทั้งคู่จึงไปขึ้นรถ จิระวาตีกับศยามลตามขึ้นรถไปด้วย ปัญธรขับรถเร็วมาก จนไปชนผู้หญิงคนหนึ่ง โชคดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่เป็นอะไร แต่ต้องนอนโรงพยาบาลสักพัก ปัญธรกับจิระวาตีได้รู้ว่า หญิงคนนั้นเป็นคนบ้าเอาแต่ร้องหาลูกที่เป็นตุ๊กตาเก่าๆ ตัวหนึ่ง จิระวาตีมองอย่างเศร้าใจ ส่วนปัญธรไปปรึกษาโยษิตา สะอิ้งทิพย์จึงรู้เรื่องด้วย ปัญธรพาโยษิตากับสะอิ้งทิพย์ไปดูคนป่วย สะอิ้งทิพย์เห็นก็จำได้ทันทีว่า คือ ดวงใจ แม่ของจิระวาตี สะอิ้งทิพย์รีบบอกเสี่ยดิเรก เสี่ยดิเรกทั้งดีใจและเศร้าใจที่ตนเป็นสาเหตุให้ดวงใจมีสภาพเป็นคนบ้าอย่างนี้

จันทรารู้เรื่องที่จิระวาตีเจอพ่อแล้ว จึงทำมึนตึงใส่ และไล่จิระวาตีออกจากบ้าน ส่วนบูมเอาแต่ตัดพ้อจิระวาตี จิระวาตีเสียใจจึงไปอยู่กับเพื่อน เพื่อนของจิระวาตีต่างปลอบใจ และชวนจิระวาตีไปทำงานกรี๊ดอีกครั้ง จิระวาตีตกลง แต่ยังขอให้เพื่อนไปดูแลจันทรากับจิราภา เพราะจิระวาตียังไม่อยากกลับบ้าน

ศยามลแค้นปัญธรจึงส่งภาพความสุขของตัวเองกับปัญธรให้โยษิตา และโทรไปตอกย้ำกับโยษิตา จนโยษิตาเข้าโรงพยาบาล ปัญธรมาเยี่ยมโยษิตาจึงรู้เรื่องศยามลทุกอย่าง ปรีติกับทัศวรรณมาเยี่ยมโยษิตา ปัญธรเล่าให้ปรีติฟัง ปรีติเตือนปัญธรอีกครั้ง ปรีติกลับไปปลอบใจโยษิตา ทำให้โยษิตาเริ่มดีขึ้น

จิระวาตีมาเยี่ยมดวงใจที่โรงพยาบาลจึงได้เจอกับสะอิ้งทิพย์และเสี่ยดิเรก เสี่ยดิเรกจะรับดวงใจไปดูแลที่บ้านสวนของตน จิระวาตีจึงดีใจมาก ในที่สุด ผลดีเอ็นเอก็ออกมา เสี่ยดิเรกกับจิราวะตีเป็นพ่อลูกกันจริงๆ ทั้งคู่ต่างดีใจ จิระวาตีขอไปเฝ้าไข้ดวงใจต่อ และอยากไปพักกับดวงใจที่บ้านสวน เพื่อลืมเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นสักพัก

ปัญธรไปคุยกับศยามล แต่ศยามลใช้มารยาหญิงจนปัญธรใจอ่อนอีกครั้ง ปรีติดูแลโยษิตาแทนปัญธร ทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน ปรีติอยากชวนโยษิตาไปพักผ่อนแต่ไม่กล้า จึงขอให้จิราวะตีช่วย พอดีจิราวะตีกับพวกจะไปกรี๊ดในคอนเสิร์ตที่หัวหิน จิราวะตีจึงไปชวนโยษิตา โยษิตาตอบตกลง ปรีติจึงชวนใบเตยไปด้วย ใบเตยดีใจมาก

ปัญธรจำใจไปหัวหินกับศยามล ศยามลเบื่อปัญธรที่เอาแต่เงียบขรึม จิราวะตีชวนใบเตยไปกรี๊ดด้วย ซึ่งปรีติไม่ขัดข้อง แต่เมื่อปัญธรมาเห็นก็ไม่ชอบใจ จึงเข้าไปต่อว่าจิระวาตี ศยามลเข้าไปหาเรื่องด้วย ใบเตยเห็นศยามลก็อาละวาดทันที เพราะศยามลคือเมียน้อยสิทธา ปัญธรพาศยามลกลับทันที ขณะที่โยษิตาเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ปัญธรพยายามถามศยามลเรื่องใบเตย แต่ไม่ได้คำตอบ ศยามลเจ็บใจใบเตย จึงให้คมเดชหาทางจัดการใบเตยอีกคน

สิทธากับมยุรีจะเลิกกัน แต่ยังทะเลาะกัน เพราะต่างก็จะแย่งใบเตยไปเลี้ยง ใบเตยทนฟังไม่ได้จึงวิ่งหนีออกจากบ้านไปหาจิราวะตีทันที จิราวะตีจึงให้ใบเตยอยู่ด้วย และโทรไปบอกปรีติ ปรีติให้สิทธากับมยุรีอยู่เฉยๆ ก่อน จิราวะตีปลอบใจใบเตย และถามเรื่องศยามลจึงรู้ว่า ศยามลเคยเป็นเมียน้อยสิทธา

เสี่ยดิเรกโทรบอกอาการของดวงใจดีขึ้น จิราวะตีจึงรีบไปเยี่ยมทันที โดยบอกให้ปรีติมาอยู่เป็นเพื่อนใบเตยที่บ้าน แต่เมื่อจิระวาตีกลับมาก็รู้จากปรีติว่า ใบเตยกับบูมหายไป ทั้งสองตกใจมากและไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน

ศยามลสะใจที่คมเดช กับนายไวจับใบเตยมาได้ และจะเข้ามาตบใบเตยเพราะเคยถูกใบเตยทำร้ายที่หัวหิน แต่คมเดชห้ามไว้ คมเดชโทรบอกสิทธากับมยุรีเรื่องเงินสิบล้านแลกกับใบเตย จิระวาตีรู้เรื่องใบเตยกับบูมถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ เธอจึงคิดถึงศยามลก่อน แล้วรีบโทรหาปัญธรทันที เพื่อคุยเรื่องศยามล ปัญธรไม่อยากเชื่อว่าศยามลเป็นเมียน้อยสิทธา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ปัญธรมาคุยกับสิทธาจึงรู้ว่าเรื่องที่จิระวาตีพูดเป็นเรื่องจริง ทั้งสิทธากับปัญธรต่างเสียใจที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

ปัญธรกับสิทธาตัดสินใจถือเงินสิบล้านไป โดยปรีติประสานงานกับตำรวจในพื้นที่เพื่อติดตาม ทางด้านบูมกับใบเตยอึดอัดและอยากหนี แต่ก็ไม่สามารถหนีได้ จิราวะตีเป็นห่วงทั้งใบเตยและบูม ปัญธรจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นสาวกลางคืนนัดปรีติมาถามเรื่องการจับตัว เพราะกลัวว่าจะมีใครตามมา เมื่อรู้ว่าปัญธรเสี่ยงชีวิตเอาเงินไปก็ขอให้ปรีติพาไปช่วย ปรีติจำใจต้องพาจิระวาตีไป

ที่จุดนัดพบ ปัญธรถือเงินครึ่งหนึ่งมาก่อน เพื่อดูว่าใบเตยปลอดภัย จากนั้นสิทธาก็เอาเงินอีกครึ่งตามมาพร้อมกับตำรวจ ปรีติและจิระวาตีก็ตามมา เมื่อได้เงินคมเดช และนายไวไม่ยอมแบ่งให้ศยามล ตำรวจบุกเข้าจับตัวคนร้าย ศยามลกับคมเดชยังทะเลาะกัน คมเดชฆ่าศยามลตายและกำลังหนี จิราวะตีเห็นจึงเรียกตำรวจและขวางเอาไว้ จนเกือบเพลี่ยงพล้ำคมเดช แต่ปัญธรก็มาช่วยไว้ทัน ขณะที่ปัญธรได้รับบาดเจ็บและขอร้องให้จิระวาตีดูแลขณะส่งโรงพยาบาล จิระวาตีตกลง

หลังจากนั้น ปัญธรเริ่มหายดี แต่จิระวาตีไม่มาเยี่ยมเพราะไปหลบอยู่บ้านสวน ทำให้ปัญธรเศร้าใจ ปรีติมาเยี่ยมปัญธร และพูดเรื่องโยษิตากับปัญธร แต่ปัญธรบอกให้ปรีติดูแลโยษิตา เพราะรู้ว่าปรีติชอบโยษิตา

ผกามาศกับเสี่ยดิเรกคุยกันเรื่องดวงใจกับจิระวาตี เพราะผกามาศต้องไปต่างประเทศ ทำให้จิระวาตีที่แอบฟังอยู่รู้เรื่องทั้งหมด จิระวาตีเข้าไปกอดดวงใจและเรียกแม่ เสี่ยดิเรกขอโทษจิระวาตีที่หลอก แต่จิระวาตีไม่โกรธและขอให้เสี่ยดิเรกอย่าโกหกอีก เสี่ยดิเรกกับจิระวาตีจึงช่วยกันดูแลดวงใจอย่างดี

ปรีติชวนโยษิตาไปกินข้าวและขอความรักจากโยษิตา โยษิตาตกลง ขณะที่ปัญธรตั้งใจทำงานมากขึ้น จนทัศวรรณผู้เป็นแม่วางใจ จึงพูดเรื่องแต่งงานของโยษิตากับปัญธร ปัญธรตกลง แต่เมื่อไปคุยกับโยษิตา โยษิตาเตือนสติให้ปัญธรรู้ใจตัวเอง โยษิตาหมั้นกับปรีติท่ามกลางความดีใจของทุกคน สิทธากับมยุรีรับใบเตยไปดูแลและยอมอยู่ด้วยกันต่อไป ทำให้ใบเตยไม่ทุกข์ใจอีก

ชัยวัฒน์ปลื้มผลงานของปรีติที่คิดผลิตภัณฑ์ ยาดมทูทู ที่มีสองหลอดดม และยังดมได้สองข้างพร้อมกัน เพื่อคุณและคนที่คุณเรียกว่า...ที่รัก กลายเป็นสินค้าที่ขายดีจนขาดตลาด เพราะปล่อยออกมาวางขายช่วงวาเลนไทน์พอดี

ปัญธรสุดจะเซอร์ไพรส์ที่ได้ยินเพลงของตนเอง เป็นอันดับหนึ่งในการเคาท์ดาวน์อันดับทางรายการวิทยุ และเมื่อเดินผ่านร้านซีดี ต่างก็เปิดเพลงของเขา ปัญธรนึกว่าตนฝันไป จนได้ยินดีเจของรายการวิทยุอีกคลื่นบอกว่า ตนไปเจอแผ่นซีดีจากตอนไฟไหม้สลัม ถามคนแถวนั้นดู เค้าก็บอกว่าคนแถวนี้มีอัลบั้มนี้กันทุกคน ตนจึงคิดว่ามันต้องมีดีแน่ๆ เพราะเคยฟังเพลงโปรโมตแต่ไม่ชอบ เลยเอามาเปิดฟังให้เล่นๆ อีกที ไม่ได้คิดอะไร แต่กลับไปเจอเพลงหนึ่งในอัลบั้มที่ตนชอบมาก และยังถูกใจคุณผู้ฟังจนรีเควสต์กันเข้ามามากมาย

พี่โต้เองทราบข่าวก็น้ำตาไหลที่ฝันเป็นจริงในที่สุด บอกปัญธรว่าจะจัดคอนเสิร์ตโปรโมตอัลบั้มอีกครั้ง เพราะคราวก่อนดันโปรโมตเพลงผิดเลยไม่ดัง กลายเป็นอีกเพลงในอัลบั้มที่ดังพลุแตก ปัญธรรับปากว่าได้ มีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ ต้องจ้างรวมดาวชาวกรี๊ดมาเกาะขอบเวทีกรี๊ดคอนเสิร์ตตน

จิระวาตีสิ้นสุดภารกิจการเป็นนางงาม “หนึ่งในสี่ภาค” ด้วยการมอบตำแหน่งให้กับนางงามคนต่อไป แล้วจิระวาตีตัดสินใจกลับไปอยู่กับจันทราและจิราภา โดยเสี่ยดิเรกรับซื้อที่ดินตรงสลัมนั้นทั้งหมด จิระวาตีจึงปลูกบ้านหลังใหม่ให้จันทราและจิราภา ปัญธรแวะมางอนง้อ พูดคุย จิระวาตีไม่ได้ให้คำตอบอะไร เพราะคิดว่านาทีนี้ ตนสนใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนๆ ในสลัม มากกว่าจะคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ส่วนตัว

ในคอนเสิร์ต ปัญธรได้เป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์สมใจ ท่ามกลางเสียงกรี๊ด หลังร้องเพลงฮิตติดชาร์ตจบไป เขาเล่าให้คนดูฟังถึงเรื่องตนกับจิระวาตี และเล่าว่าตนรักจิระวาตีแค่ไหน ก่อนจะดึงนางกรี๊ดมาขอคืนดีบนเวที ทั้งสองจึงร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ครั้งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้