วิจารณ์ The Fault in Our Stars
-
iamคนติดหนัง (เลขที่ 155368) เมื่อ 11 ธ.ค. 57 01:21
ประทับใจมาก แต่ยังไม่พีคพอสมควร
นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์เข้าถึงบทบาทได้ดีเยี่ยม
เรื่องนี้มีเสน่ห์เอามากๆ อินพอควร เศร้ากำลังดี
ส่วนตัวให้ 8 / 10 -
Watchmen_Since_1985 (เลขที่ 296622) เมื่อ 2 ส.ค. 57 20:45
เรื่องของคุณจริงๆมันเป็นยังไง ?
เชื่อว่าทุกคนมีเรื่องราวเศร้าๆที่เกิดขึ้นในชีวิต และอยากจะเล่ามันออกมาให้ใครสักคนฟัง หรือใครสักคนที่เข้าใจว่าจริงๆแล้วเรารู้สึกยังไง ในสภาพที่เจ็บปวดและทรมาณ
หนังเรื่องนี้กำลังเ่าเรื่องราวของคนใสองคนที่ดวงดาวลิขิตให้มาพบเจอกันในช่วงสุดท้ายของชีวิต Hazel เป็นมะเร็งปอด และเธอเคยรอดตายมาได้แล้วครั้งหนึ่งแต่ชีวิตหลังปาฎิหาริย์ครั้งนั้นก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอใช้ชีวิตวันๆไปกับสิ่งเดิมๆ หนังสือเล่มเดิม รายการทีวีเดิมๆ กระทั่งเธอตัดสินใจไปเข้าร่วมกลุ่มบำบัด เธอคิดถูกมันสุดแสนจะน่าเบื่อ เธอตัดสินใจจะไม่ไปในครั้งที่สองแต่เพราะพ่อและแม่ของเธอ เธอจึงลองไปอีกครั้ง และนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอเมื่อการเข้ามาของชายที่ชื่อ Gus รอดตายจากมะเร็งมาได้โดยเสียสละขาไปข้างหนึ่ง มิตรภาพของทั้งคู่ค่อยๆก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นความรัก แต่เหมือนฟ้าข้างบนจะทำผิดพลาด คนหนึ่งยังอยู่อีกคนกำลังจะจากไป..
นั่นคือบทคร่าวๆที่เรารู้ แต่หนังมันไม่ได้มีเท่านี้ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งหนังเลือกที่จะ เฉลย บางอย่างออกมา ทั้งคู่ไม่ได้เป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกัน หากแต่คือยารักษาชีวิตของอีกฝ่าย แต่หนังก็ทำให้รู้ว่า ความรัก ไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะทำให้ใครอีกคนเป็นอมตะ เราไม่อาจฝืนชะตาชีวิตได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีเขาคนนั้นอยู่ข้างๆ แต่ความรู้สึกดีๆ อันมีชื่อว่า ความรัก จะยังคงอยู่เสมอ ในสถานที่เดิมๆที่เคยอยู่ร่วมกัน เก้าอี้ตัวนั้น รถยนตร์คันนั้น สนามเด็กเล่นที่นั่น ตัวอักษรที่เธอเขียนออกมา สายลม ท้องฟ้า ดวงดาว ความรักจากคนที่เรารักจะยังคงอยู่ มันไม่ใช่ยาวิเศษ หากแต่เป็นกำลังใจดีๆ ให้เรายังคงมีความสุขบนโลกเบี้ยวๆใบนี้
หนังสร้างจากนิยายขายดีในชื่อเดียวกัน ผลงานของ John Green ซึ่งมีแปลไทยเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะถูกดัดแปลงกำกับโดย Josh Boone พร้อมนักแสดงนำอย่าง Shailene Woodley และ Ansel Elgort ก่อนจะเข้าฉายจนกวาดทั้งเงินทั้งรางวัลมามากมาย และผมไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาอธิบายปรากฏการณ์นี้
ส่วนตัวค่อนข้างชอบถึงมากที่สุดด้วยถูกจริตกับหนังแนวนี้เมื่อสองปีก่อนก็มีหนังอย่าง The Perks of Being a Wallflower ที่อยู่ในข่ายเดียวกัน ส่วนตัวเชียร์หนังเรื่องนี้มากกว่าเรื่องไหนๆ ไม่ว่าจะขาจรหรือขาประจำ นี่คือหนังที่ต้องดู
###เตรียมกระดาษไปซับน้ำตาด้วยจะเป็นการดี -
goodguy22 (เลขที่ 172092) เมื่อ 25 ก.ค. 57 13:44
เป็นกำลังใจสำหรับคนที่กำลังป่วยด้วยโรคนี้อยู่นะ ป่วยแค่กาย หากรู้ว่าจะตายผมก็คงจะอยากทำไรก็ทำ ไปไหนก็จะไป
-
Dorothy (เลขที่ 346080) เมื่อ 15 ก.ค. 57 09:22
เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมทิชชู่ไปเต็มที่ เพราะก่อนดูเชื่อหมดใจว่านี่ต้องเหมือนละครเกาหลีที่เนื้อเรื่องเด่นสุดๆ ตรงความพยายามทำให้เรื่องมันเศร้าแบบสุดๆ จนคนดูต้องน้ำตาแตกเป็นเขื่อนพังแน่ๆ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ทำให้ประทับใจจริงๆ กลับไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็นความมีมิติของตัวละคร ที่ไม่ได้แค่สนใจตัวเองว่าตัวเองเป็นคนป่วยหนัก และยังบทพูดที่ฉลาดแบบวัยรุ่นประเภทอ่านเยอะดูเยอะคิดเยอะที่ชวนให้คิดตามอีก อีกทั้งเพลงประกอบที่ขึ้นมาทีไรก็เพราะทุกเพลง ทำให้ประทับใจเรื่องนี้มากๆ
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
วันนี้ในอดีต
หลอนเข้าฉายปี 2003 แสดง วรรณษา ทองวิเศษ, จุฬาลักษณ์ กฤติยารัตน์, อรรถกร ช่วยเหลือ
White House Downเข้าฉายปี 2013 แสดง Channing Tatum, Jamie Foxx, Maggie Gyllenhaal
A Tale of Two Sistersเข้าฉายปี 2003 แสดง Im Su-Jeong, Mun Geun-Yeong, Yeom Jeong-A
เกร็ดภาพยนตร์
- Spotlight - ไมเคิล แอบตามตัว วอลเตอร์ โรบินสัน ตัวจริงอยู่หลายวัน หลังจากได้รับบท วอลเตอร์ ทั้งยังไปอาศัยอยู่แถวบ้าน วอลเตอร์ โดยเจ้าตัวไม่รู้อีก ตอนที่ทั้งสองพบกันจริงๆ ทำให้ วอลเตอร์ ตกใจมากที่ ไมเคิล รู้หลายอย่างเกี่ยวกับเขา อ่านต่อ»
- Cop Car - ท่อนเปียโนในดนตรีประกอบเป็นท่อนที่แต่งโดย ลูคัส มอสส์แมน วัย 13 ปี ลูกชายของ ฟิล มอสส์แมน ผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านต่อ»