1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

ต่าย พร้อมใช้ชีวิตคู่ถือฤกษ์มงคล 5-5-55 แต่งหนุ่มนักธุรกิจ

ต่าย พร้อมใช้ชีวิตคู่ถือฤกษ์มงคล 5-5-55 แต่งหนุ่มนักธุรกิจ

ถือเป็นวันฤกษ์ดีอีกหนึ่งวันของปีที่เหมาะกับการจัดงานมงคล โดยเฉพาะคู่รักรุ่นเล็ก "ต่าย - ชุติมา ทีปะนาถ" นักแสดงสาวที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์ "Seasons Change" หรือ "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย" กับนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกล "ทิม - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เลือกวันที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 จูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์กันไปอีกหนึ่งคู่ หลังจากคบหาดูใจกันได้กว่า 3 ปี ซึ่งหนุ่ม ทิม ได้พบสาว ต่าย ที่ประเทศอิตาลี ขณะที่ฝ่ายสาวไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "หนีตามกาลิเลโอ" และได้สานสัมพันธ์จนกระทั่งตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในที่สุด

ต่าย และ ทิม ได้จัดพิธีสมรสตามประเพณีไทยพร้อมจดทะเบียนสมรส เป็นการจัดงานแบบภายในครอบครัว ท่ามกลางญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทของทั้ง 2 ฝ่าย ณ ห้องศิลาดล โรงแรมสุโขทัย ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีในช่วงเช้า คู่บ่าวสาวป้ายแดงก็ควงคู่กันมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยวางแผนจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้

พิธีในช่วงเช้า

ทิม "มีพิธีเลี้ยงพระตอน 7 โมงเช้า ก็มีเฉพาะคุณแม่ของผม คุณพ่อคุณแม่ของต่าย เริ่มมีแขกมาประมาณ 8 โมงครึ่ง ฤกษ์สวมแหวน 9.55 น. เริ่มตั้งขันหมากกันประมาณ 9 โมง ปกติมันน่าจะแดดร้อนใช่ไหม วันนี้ปรากฏฝนตก ตอน 9 โมงก็เลยตั้งขบวนไม่ได้ รอ 10 นาทีฝนก็หยุด แต่ก็เป็นข้อดีตรงที่ว่าอากาศไม่ร้อนอย่างที่ผ่านมา ก็มีพิธีสวมแหวน รับไหว้ผู้ใหญ่ในฝั่งของผมและต่าย จดทะเบียนสมรสแล้วก็มีรดน้ำสังข์ครับ"

ความรู้สึกในช่วงพิธีเป็นอย่างไรบ้าง

ต่าย "ตอนแรกคิดว่าจะตื่นเต้นค่ะ แต่ความรู้สึกตอนนั้นคือวันนี้แล้วเหรอ แล้วก็มาถึงแล้วนะ ก็ดำเนินตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ค่ะ ราบรื่นดีค่ะ"

ทิม "มีความสุขมากครับ เพราะว่าครอบครัวของเราได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งญาติฝ่ายคุณพ่อคุณแม่ผม ฝ่ายคุณพ่อคุณแม่ของต่าย รวมกันประมาณ 70 คน ก็เป็นคนที่เรารักจริงๆ แล้วก็สนิทจริงๆ มีเพื่อนสนิทผมตั้งแต่เด็ก 6 คน มีเพื่อนสนิทของต่ายอีก 6 คน งานของผมเป็นพิธีคือวันนี้ แล้วก็เลี้ยงฉลองเดือนธันวา วันยังไม่ลงตัว ต้องเป็นเดือนธันวา เพราะว่าเพื่อนที่เรียนหนังสือกับผมที่อเมริกาเขาลาหยุดช่วงนี้ไม่ได้ ต้องหยุดช่วงคริสมาสต์เขาถึงจะมาฉลองกับผมได้ แล้วก็น้องชายผมกำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เขาก็สอบเสร็จช่วงต้นๆ ธันวา เขาก็กลับกลางๆ ธันวา เหลืออีก 7-8 เดือน ก็พักผ่อนกันก่อนเดี๋ยวค่อยเตรียมงานครับ"

สินสอด

ทิม "ตามประเพณีครับ จริงๆ ผมคิดว่าเป็นสัญลักษณ์เฉยๆ ก็ไม่มากไม่น้อย ผมก็เตรียมมาคิดว่าเหมาะสมกับต่าย ตัวผมเองก็เป็นชนชั้นกลางธรรมดาคนนึงซึ่งทำงานธรรมดา ถ้ามีเท่าไรก็ให้ต่ายเท่านั้น"

แหวนกี่กะรัต

ทิม "ไม่ใหญ่ไม่เล็กครับ กลางๆ พอดีๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน คุณแม่ผมเป็นคนจัดให้"

เรือนหอเป็นที่ไหน

ทิม "ตอนนี้ก็เป็นที่แถวทองหล่อ เป็นคอนโดแถวทองหล่อไปก่อน"

ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด

ต่าย "ก็รู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ค่ะ เขาเป็นคนน่ารัก โรแมนติก เป็นคนดี เป็นคนที่ใช่สำหรับเราทุกอย่างค่ะ"

ความประทับใจที่มีต่อกันและกัน

ทิม "ความรักที่มีให้มันเป็นตัวของผมเองจริงๆ คนหลายคนคิดว่าอายุห่างกัน 7-8 ปี แล้วก็พื้นเพผมก็อยู่ต่างประเทศมาตลอด เขาก็อยู่เมืองไทยเป็นนักแสดง บางคนก็อาจคิดว่าเข้ากันไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วตั้งแต่ผมเสียคุณพ่อไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แล้วก็ทำธุรกิจด้วยตัวเองมาตลอด พอเหนื่อยหรือว่าลำบากใจอะไรก็มาเล่าให้น้องเขาฟัง น้องเขาก็จะรับฟัง แต่พอถามว่าเมื่อกี้พี่เล่าอะไรเข้าใจไหม ไม่เคยเข้าใจ แต่ว่าการที่มีคนคอยรับฟังเราอีกคนนึง เป็นความรู้สึกที่ช่วงวิเศษมาก"

ต่าย "จริงๆ ก็ทุกอย่าง เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนเปิดเผย ซื่อสัตย์ โรแมนติก ดูแลเราตลอดค่ะ"

หลายคนมองว่าอายุน้อยสำหรับการแต่งงาน

ต่าย "ก็พร้อมนะคะ ก็ไม่น้อยไปไม่มากไป กำลังดีค่ะ"

วางแผนเรื่องทายาทไว้อย่างไร

ทิม "อย่างน้อยก็ต้องรอถึงธันวา ถูกไหมฮะ รีเซฟชันอีกทีก็เดือนธันวาคงต้องรอไปช่วงนั้น ต้องคุยกันอีกทีนึง คิดว่าน่าอีกสักปีนึงแล้วค่อยปล่อยตามธรรมชาติ ที่แน่ๆ งานฉลองเดือนธันวาก็คงจะต้องดูแลกันไปก่อนนะ (หัวเราะ)"

คุณแม่เร่งอยากมีหลานไหม

ทิม "ไม่ครับ คุณแม่ก็เห็นตามความเหมาะสม ผมอยากมีสัก 3-4 คน แต่ต้องปรึกษาเจ้าสาวก่อนว่าเขาจะยอมหรือเปล่า"

ต่าย "ลองดูก่อนค่ะ (หัวเราะ)"

ทิม "ผมมีน้องชายอยู่คนนึง ตอนเวลาที่มีความสุขก็สุขด้วยกัน แต่เวลาทุกข์เขาเป็นสายเลือดเดียวกับเราอีกคนนึง ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่เป็นคนสุดท้ายในจักรวาลในโลกนี้ ถ้ามี 3 คน ผมก็รู้สึกว่าไม่อยากให้มีตรงกลาง อยากให้มีเยอะกว่า 2 แต่ก็ไม่อยากให้ 3 ก็เลย 4 ผมว่าต้องมีเจรจานอกรอบอีกสักพักนึง ค่อยๆ ทีละคน เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที ก็อยากมีครอบครัวใหญ่ๆ ในความคิดผม"

วางแผนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ไหน

ทิม "วันจันทร์ก็ทำงานแล้วครับ ต้องรอช่วงธันวาถึงจะดี ที่จัดเร็วๆ อย่างนี้เพราะว่ามี 2 เหตุผล คือฤกษ์สะดวก อีกอันคือฤกษ์มงคล ฤกษ์มงคลสำหรับครอบครัวต่ายโดยเฉพาะเลยคือวันส่งตัว วันส่งตัวที่ไปปรึกษากับซินแสคือวันที่ 6 (6 พฤษภาคม 2555) ถ้าต้องส่งตัววันที่ 6 ก็ต้องแต่งก่อนวันที่ 6 ก็มาลงตัวที่วันนี้พอดี

ผมก็ตั้งใจไว้ตอนที่ผมยังเป็นนักเรียนอยู่ที่อเมริกาว่าสงสัยจะต้องมีหนึ่งปีในการที่จะกลับมาดูแลคุณแม่ ดูแลน้องชาย มาเคลียร์งานที่บริษัทที่ผมทิ้งไป 3 ปีตอนที่ต้องไปเรียนต่อ ผมไปเรียนต่อตอนคุณพ่อผมเสียเมื่อ 6 ปีที่แล้ว พอคุณพ่อผมเสียกะทันหัน ผมเลยต้องกลับมาดูแลบริษัท ดูแลคุณแม่ พอ 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทเริ่มแข็งแรง คุณพ่อขอคุณแม่ไว้ก่อนที่ท่านจะเสียว่าให้ผมไปเรียนต่อให้ได้ แล้วผมเรียนปริญญาโท 2 ใบก็เลยกลายเป็นอีก 3 ปีกว่าจะได้จบกลับมา พอจบกลับมาก็มีเวลาว่างสักปีนึงในการจัดการตัวเอง ก็คิดว่าพร้อมในช่วงนี้พอดี ก็เลยกำหนดว่าเป็นวันที่ 5/5/55"

หลังจากจดทะเบียนเปลี่ยนมาใช้ นาง เลยไหม

ต่าย "ใช้นางค่ะ คุณทิมไม่ยอมให้ใช้นางสาว"

ทิม "น่ารักดีออก เพราะว่าครอบครัวผมก็ภูมิใจในตัวต่าย คุณแม่ น้องชาย คุณอาผมเห็นต่ายเป็นครอบครัวตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้เป็นวันที่ทำให้เป็นทางการ ก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้นหรือว่าอะไรมาก ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ายังไงก็ต้องเป็นเขา"

ระยะเวลาที่คบหาดูใจกัน

ต่าย "3 ปีครึ่งค่ะ"

ทิม "ช่วง 18 ธันวา ที่เขาถ่ายหนังเรื่อง กาลิเลโอ ที่อิตาลี ผมเป็นนักเรียนอยู่อเมริกา อเมริกากับเมืองไทยไม่มีไฟต์ตรงต้องแวะยุโรปก็เลยไปเจอกันที่นู่น ก็ 3 ปีครึ่ง"

มีอุปสรรคเรื่องระยะทางเลยทำให้มั่นใจในรักครั้งนี้

ทิม "ก็เพราะมันมีอุปสรรคทำให้ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นภรรยาของผมได้ คนเราถ้าเกิดรักแล้วมันง่ายๆ มันก็ง่ายๆ ถูกไหมฮะ แต่ถ้าเกิดมีความยากลำบาก มีระยะทาง มีคืนที่ต้องคิดถึงกันจนนอนไม่หลับ ทำให้เรารู้สึกแน่ใจมากขึ้น มากกว่าการที่เราอยู่ด้วยกัน แล้วก็เที่ยวสนุกไปวันๆ อยู่ใกล้ๆ กัน อันนี้มันก็ง่ายไปในความคิดของผม"

ต่าย "จริงๆ แล้วพอสไกป์กันทุกวัน ความอดทนมันก็น้อยลง เหมือนกับว่าอดทนที่ไม่ได้เจอกัน แต่ว่ายังไงก็ได้คุยกันตลอด คิดถึงแต่ว่าเราคุยกันทุกวันเหมือนเราได้อยู่ใกล้กันค่ะ ก็คือรอที่จะมาเจอกัน"

ทิม "เรียนหนังสือเดี๋ยวนี้ปริญญาโท 3 เดือนก็กลับมาที ก็ไม่ได้แยกกัน"

งานในวงการบันเทิงยังทำอยู่ไหม

ทิม "จริงๆ อยากให้เป็นแม่บ้าน ประสบการณ์ของต่ายกับสิ่งที่เขาเรียนมาเป็นสิ่งที่บริษัทผมขาด เรื่องเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ เรื่องเกี่ยวกับการตลาด ผมอยากให้เขามาช่วยที่บริษัทแล้วก็อยากให้เป็นแม่บ้านคอยดูแลครอบครัว ไม่รู้เขาจะยอมหรือเปล่า จริงๆ ถ้าเกิดเขารักในสิ่งที่เขาอยากทำในเรื่องของการแสดง ผมก็ไม่ว่า แต่ถามใจผม ผมก็พูดดังๆ เลยว่าไม่อยาก"

ต่าย "ได้อะไรก็ได้"

ใครดุกว่ากัน

ทิม "แน่นอนคนรักกันมันมีอยู่แล้ว ผมจะเป็นคนขี้แหย่ เขาจะเป็นคนขี้บ่น เวลามีปัญหาจริงๆ แล้วไม่เคยเกินวันเลย แป๊ปเดียว คนเรายิ่งได้ปรับได้จูนกันก็ยิ่งรู้ ผมก็แหย่เขาไปอย่างงั้น เขาไม่พอใจอะไรก็บ่นๆ ก็โอเค รู้ว่าเป็นนิสัยก็ไม่เป็นไร"

ต่าย "บางทีค่ะ ถ้ามีเรื่องอะไรจริงจังก็มีดุบ้าง แต่ว่าเรื่องทั่วๆ ไปสบายๆ ค่ะ"

ขี้หึงไหม

ทิม "สำหรับผมสะกดไม่เป็นมาตั้งนานแล้ว ถ้าเกิดคนของเราดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหวง พอผมมีธุระมีงานเยอะ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ด้วยกันไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก ไม่ได้ออกไปเจอใครเท่าไร ที่ทะเลาะกันบ่อยๆ เรื่องนั่งแท็กซี่คนเดียวตอนกลางคืน ผมไม่ค่อยชอบให้นั่งเท่าไร คุณแม่ผมก็เป็นคนสั่งว่าไม่ให้ลูกสะใภ้นั่งแท็กซี่ เพราะว่าอันตราย"

ต่าย "จริงๆ ต่ายว่าอยู่ระหว่างคำว่า หึง กับ ห่วง อยู่กลางๆ ถ้าเกิดว่าเกินเส้นบางๆ นิดนึงก็หึงแล้ว"

ต้องมีปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไหม

ต่าย "น่าจะไม่ต่างจากเดิมมากค่ะ เหมือนกับว่าเคยเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ ค่ะ ต่อไปต้องตื่นเช้ามาทำอาหารเช้าให้"

ทิม "ส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันต้องเสียสละ ถ้ารักกันจริงจะเสียสละแบบรู้สึกไม่เสียสละ แน่นอนเป็นเด็กผู้ชายอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน เล่นกีฬา ผมก็ต้องทำงาน คุณแม่ผมตอนนี้ก็อยู่กับน้องชาย จันทร์ พุธ ศุกร์ ผมออกข้างนอก อังคาร พฤหัส เสาร์ น้องออกข้างนอก แปลว่าผมก็ต้องกลับบ้าน เวลาที่ผมมีจริงๆ ก็เลือกเอาว่าอยากเป็นเด็กผู้ชายที่ออกไปกับเพื่อน ไปเล่นกีฬา หรือว่าอยากอยู่กับเขา จริงๆ ก็อยากอยู่กับเขา ก็เสียสละโดยที่ไม่รู้สึกเสียสละอะไร"

คุณพ่อคุณแม่ได้ให้พรอะไรบ้าง

ต่าย "ให้รักกันนานๆ รักกันตลอดไป"

ทิม "บอกให้ดูแลน้องให้ดีๆ ให้ใช้ชีวิตด้วยกันเหมือนกับเป็นคู่ชีวิต มีอะไรผิดก็ควรให้อภัยกัน เหมือนกับที่คุณแม่คุณพ่อผมใช้ชีวิตร่วมกันมา"

คำมั่นสัญญาที่มอบให้แก่กันและกัน

ทิม "สัญญาว่าจะเอาความทรงจำที่ดีของวันนี้เป็นหลักในการประคองการใช้ชีวิตในอนาคต สัญญาว่าจะสม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย สัญญาว่าจะซื่อสัตย์ สัญญาว่าจะเสียสละ จริงๆ คำว่า รัก เป็นคำนามก็ได้เป็นกริยาก็ได้ ผมจะทำให้ความรักของเราเป็นกริยา ไม่เป็นคำนาม (เรียกเสียงฮือฮาจากสื่อมวลชนจน ทิม เขินตัวเองแล้วบอกว่า คิดได้ไง)"

ต่าย "จะดูแลพี่ทิมอย่างเต็มความสามารถ จะไม่กวนแล้ว จะเป็นเด็กดี"

มีคำพูดที่อยากมอบให้กันเป็นพิเศษไหม

ทิม "ความรู้สึกที่มีต่อเขา เหมือนเขาเป็นครอบครัวของผมคนนึง รู้สึกว่าเขาเป็นคนในครอบครัวผมอยู่แล้ว คุณแม่ผมเองตั้งแต่เสียคุณพ่อไป ครอบครัวก็ค่อนข้างที่จะเหงา คุณแม่แล้วก็ลูกชาย 2 คน เวลาที่ไปเที่ยวกัน เราก็ไม่เข้าใจคุณแม่ เขาเข้ามาเติมเต็มครอบครัวผม อย่างน้อยมีชาย 2 หญิง 2 คุณพ่อผมที่อยู่บนสวรรค์เขาคงจะยินดีต้อนรับลูกสะใภ้"

ต่าย "รู้สึกว่าวันนี้ก็มาถึงแล้ว อยากจะบอกว่าจะพยายามสร้างครอบครัวไปด้วยกันให้ดีที่สุด แล้วก็มีความเสมอต้นเสมอปลายแล้วก็มีความซื่อสัตย์เช่นกันค่ะ"

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60
  • รูปภาพ 61
  • รูปภาพ 62
  • รูปภาพ 63
  • รูปภาพ 64
  • รูปภาพ 65
  • รูปภาพ 66
  • รูปภาพ 67
  • รูปภาพ 68
  • รูปภาพ 69
  • รูปภาพ 70
  • รูปภาพ 71
  • รูปภาพ 72
  • รูปภาพ 73
  • รูปภาพ 74
  • รูปภาพ 75
  • รูปภาพ 76
  • รูปภาพ 77
  • รูปภาพ 78
  • รูปภาพ 79
  • รูปภาพ 80
  • รูปภาพ 81

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Streets of Blood - เปิดกล้องในฤดูร้อนปี 2008 ใช้เวลาถ่ายทำนาน 8 สัปดาห์ ในชรีฟพอร์ต รัฐหลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนิวออร์ลีนส์เพียงไม่กี่ชั่วโมง ในสถานที่ถ่ายทำนั้นยังคงมีร่องรอยความเสียหายจากเหตุการณ์เฮอร์ริเคนคาทรินาอยู่ในหลายพื้นที่ อ่านต่อ»
  • Pandorum - หลังจากกำกับ AVP: Alien vs. Predator (2004) พอล ดับเบิลยู. เอส. แอนเดอร์สัน ได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกและรู้สึกชอบทันที เพราะมันกล่าวถึงความน่ากลัวของยานอวกาศที่อึดอัด และการถูกทิ้งร้างในอวกาศที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ซึ่งคล้ายกับ Event Horizon (1997) ที่เขาเคยกำกับมาก่อน พอล จึงรีบชวนเพื่อนที่เคยร่วมกันอำนวยการสร้าง Resident Evil (2002) อย่าง เจเรมี โบลต์ และ โรเบิร์ต คัลเซอร์ ให้มาร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ขณะที่พวกโคนันกำลังเพลินกับการชมวิวบนตึกเบลทรีทาวเวอร์ ตึกที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น จู่ๆ มีกระสุนไรเฟิลไม่ทราบทิศทางพุ่งทะ...อ่านต่อ»